โรคชักกะตุก

         โรคที่ไม่อยากให้เกิด  และไม่อยากให้น้องตาต้าร์เป็นเลย  แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเพราะว่าน้องตาต้าร์ได้เกิดอาการชักขึ้นมา  1  ครั้งแล้ว  เมื่อต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา  แฟนผมแถบจะเรียกได้ว่าจะขาดใจตายเสียให้ได้  เมื่อได้รับโทรศัพท์จากแม่ยายโทรศัพท์มาบอกว่าน้องตาตาร์ชัก  ประมาณ 30 นาที กว่าจะถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด  ระหว่างนั้นแฟนได้โทรมาหาผม  ผมตกใจแทบจะตะโกนออกมาเสียให้ได้  เมื่อผมกำลังขับรถไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด  แฟนผมได้โทรมาบอกอีกว่า  ได้ย้ายไปที่โรงพยาบาลเอกชน  ผมจึงได้ข้บรถไปที่โรงพยาบาลเอกชน  เมื่อไปถึงหมอบอกว่าต้องให้นอนที่โรงพยาบาลเพราะต้องเจาะไขสันหลังเพื่อตรวจดูอาการ ตรวจปัสสาวะ  น้องตาต้าร์ตัวร้อนมากมากถึง 40 องศา  ทั้งแฟนผมและแม่ยามร้องให้ไม่หยุด  ผมก็เสียใจเช่นกันเพราะไม่มีใคร  หรือพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกไม่สบาย พยาบาลได้ช่วยกันเช็ดตัวให้น้องตาต้าร์  จนอุณหภูมิในร่างกายลดลงจนร่างกายอยู่ในอุณหภูมิปกติ ทำให้บรรยากาศของความเศร้าเริ่มลดลง  วันรุ่งขึ้นหมอได้มาบอกผลการ X-Ray และผลการตรวจปัสสาวะ  เป็นที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่ง  เพราะไม่มีอาการเข้าข่ายของความผิดปกติของร่างกาย หมอบอกว่าเกิดจากที่อากาศร้อน  ทำให้น้องตาต้าร์รู้สึกอึดอัด  ร้อน  ทำให้แน่นหน้าอกจนเกิดอาการชัก  แต่ไม่ต้องเป็นห่วง  อาการชักแบบนี้ถ้าเกิดขึ้นครั้งแรก โอกาสที่จะเกิดขึ้นครั้งที่ 2 ก็มี  แต่มีน้อยมาก  แต่ถ้าชักเป็นครั้งที่ 2 จะต้องกินยากันชักจนกระทั้งอายุ ประมาณ 5 - 6 ปี  จึงจะหายไปเอง

      อาการชัก  ผมคิดว่าน้องตาต้าร์อาจจะไม่เกิดอาการชักเป็นครั้งที่ 2 แน่ๆ แต่เมื่อ วันที่ 23 ก.ค. 51 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบอายุครบ 1 ปี ของน้องตาต้าร์ จึงได้จัดงานวันเกิดเล็กๆ ให้ ช่วงนั้นฝนได้เกิดตกขึ้นมา  สัก 30 นาที ฝนก็หยุด  พอรุ่งเช้าวันที่ 24 ก.ค.  51 ช่วงเย็นๆ แฟนผมบอกว่าน้องตาต้าร์ตัวอุ่นๆ เหมือนจะเป็นไข้  บอกว่าตอนเช้าจะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดซึ่งอยู่ใกล้บ้าน  ตอนเช้าวันที่ 25 ก.ค. 51 เวลา 07.30 น. จึงได้ขับรถมอเตอร์ไซด์พาน้องตาต้าร์และแม่ยายไปโรงพยาบาล  แฟนบอกว่านั่งรอนานมากจนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง เมื่อหมอตรวจอาการก็บอกว่าเป็นไข้ธรรมดา  แฟนผมจึงได้พากลับบ้าน ขับรถไปได้สัก 10 นาที  แม่ยายบอกว่าน้องเกิดอาการตัวเกร็ง ปากเขียว  จึงได้พากันขับรถไปที่โรงพยบาลเอกชนทันที  เพราะคิดว่าโรงพยาบาลประจำจังหวัด คงไม่ช่วยอะไรได้มาก  (เพราะมีอคติกับโรงพยาบาลแห่งนี้อยู่แล้ว คือ บริการไม่ดี มองคนไข้เหมือนว่าเราเป็นตัวอะไร พูดไม่เพราะ  ทั้งๆ ที่ หมอ หรือ พยาบาล ส่วนใหญ่ ก็จะทำงานที่โรงพยาบาลเอกชน แต่การบริการผิดกัน อย่างฟ้ากับเหว) 
      
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล  หมอที่ทำการตรวจรักษาโดยเช็คจากอาการที่เคยเกิด  และได้จะเลือด  กับตรวจปัสสาวะ  เป็นอีกครั้งที่แฟนกันแม่ยายร้องไห้  จากอาการที่เกิดขึ้นถึงจะไม่มีอาการชักที่รุนแรงเหมือนครั้งแรก  แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง  และก็ได้นอนโรงพยาบาลอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าอาการชัก จะเกิดขึ้นได้ ถึง 2 ครั้งในเวลาที่ ไม่ห่างกันมากนัก  หมอก็ได้ให้ยากันชักมากิน  และยาฆ่าเชื้อผ่านทางเส้นเลือด  เมื่อหมอได้ตรวจเลือด และปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว  ผลที่ได้คือ เหมือนครั้งแรกที่เกิดขึ้น  ก็ไม่ได้หนักมากแต่หมอก็แนะนำให้กินยากันชัก และก็รีบเช็ดตัวให้โดยเร็วหากมีไข้  และหมอยังบอกอีกว่า  มีเม็ดเลือดขาวมากกว่าเม็ดเลือดแดง  ตอนนี้ยังนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล อาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ  (ไม่รู้จะป้องกันอย่างไร  และไม่รู้ว่าสาเหตุที่เป็นเกิดขึ้นเพราะอะไร  เกิดจากการพาน้องตาต้าร์เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านแม่ยายที่อยู่ต่างอำเภอ  กับบ้านผมกับแฟนที่อยู่ในตัวเมืองหรือเปล่า  หาสาเหตุไม่เจอ  คิดไม่ตกสักทีจะป้องกันอย่าไรดี  )