การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบยอ้นกลับ (Backward Design)
การจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ(Backward Design) คือการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่อิงมาตราฐานหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความรู้ความเข้าใจคงทนให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนหลังจากจบการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ โดยใช้มาตราฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเป็นเกณฑ์ในการกำหนดเป้าหมายหลักการเรียนรู้วิธีวัดประเมิณผลและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับเป็นการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในรูปแบบของการบูรณาการเนื้อหาสาระกระบวนการคิดคุณธรรมจริยธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการจัดการรียนรู้และวัดประเมิณผลเพื่อสะท้อนผลการเรียนรู้ตามมารตฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรโดยที่ครูไม่ต้องทำแผนย่อยรายชั่วโมงที่มีเนื้อหาซำซ้อนกันอีก
การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับมีข้อดีดังต่อไปนี้
n ช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนของกระบวนการออกแบบการจัดการเรียนรู้ เพราะใช้มาตรฐานการเรียนรู้เป็นตัวกำหนดกรอบ
n ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเนื้อหาการเรียนแน่นและซ้ำซ้อน สามารถบูรณาการเนื้อหาได้
n เป็นแผนการจัดการเรียนรู้แบบของหน่วยการเรียนรู้ ครูจึงไม่ต้องทำแผนย่อยรายชั่วโมงที่มีเนื้อหาซ้ำซ้อนกันอีก
n เป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และสนองตอบความต้องการและความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล
n ผู้เรียนมีโอกาสฝึกปฏิบัติจริง มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผล
n กิจกรรมการวัดประเมินผลสามารถสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการเรียนรู้และการวัดประเมินผลตามสภาพจริง
ที่มา "ใบความรู้การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ". (ออนไลท์). เข้าถึงได้จาก : http://www.wny.ac.th/Pdf/Chane_Teacher/learning_design/Design/Change/Other_
"การออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเทคนิค backward design". (ออนไลท์). เข้าถึงได้จาก :
http://www.nitesonline.net/download/Backward.pdf
ปัญหามันอยู่ตรงว่า ตอนกำหนดมาตราฐาน กับ กลุ่มวิชา เนี้ยนะ
แท้ที่จริง ควรเป็นเรื่องของประชาสังคม หรือ กลุ่มคนในกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนวิธีการจัดหลักสูตร ผมคิดว่าอิงมาตราฐานก็ไม่เสียหายอะไร แต่อย่าไป
top down ควรให้หลากหลาย มีทั้งแบบ อิงผู้เรียน และอื่นๆ บางวิชา ก็ต้องอิงมาตราฐานเช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เพราะมันตรงตัว
แต่เรื่อง คณิตศาสตร์ก็ควรอิงมาตราฐาน ที่เปิดรับฟังโดยกว้างครับ
ประเทศเรามีข้าวกับสิ่งทอเป็นสินค้าส่งออก
หลักสูตรก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้มากๆครับ
ไม่ใช่ บอกว่า ต้องสอนกลุ่ม 8 สาระก่อนแล้วจะเพิ่มก็เพิ่มได้ อันนี้มันหลอกกันนะครับ
ไม่ควรกำหนดว่าต้องกลุ่ม 8 สาระ ควรกำหนดให้ผู้เรียนและผู้ปกครอง ได้ร่วมกันช่วยคิดครับ และให้คำนึงถึง ศักยภาพแต่ละบุคคลเป็นหลัก
ใครที่เก่ง วาดรูป ก็ไม่ควรต้องเรียน พีชคณิต มิใช่หรือครับ
ไม่ได้ใช้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว
อยากแลกเปลี่ยนเพื่อ ปฏิวัติการศึกษาไทย (ไม่ปฏิรูปแล้วเสียเวลา)
เชิญ ที่ www.smartchilds.net ขอบคุณ