ได้อ่านหนังสือ  รวบรวมบทความจากการสัมมนา "สังคมแห่งการเรียนรู้ การประยุกต์สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต" ที่จัดทำขึ้นโดย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ปี 2544 ในวาระครบรอบ 11 ปี ม.นเรศวร (26-27 กค.44) ช่วงนั้นทุกคณะฯต่างก็จัดงานพร้อมๆกัน จึงไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ เลยพลาดโอกาสเพิ่มรอยหยักในสมองไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ โชคชะตาฟ้าคงลิขิตให้ได้พบกับหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญ จึงมีเรื่องมาเล่าในโอกาสนี้

นับเป็นการรวบรวมบทความ จากนักวิชาการที่มีคุณภาพสูงจากหลากหลายสถาบัน  นับเป็นหนังสือที่ดีมากๆอีกเล่มนึง ที่แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เรื่องต่างๆ ก็ยังเป็นที่กล่าวกันอยู่ถึงปัจจุบัน ต้องขอชื่นชม คณะมนุษย์ฯ ม.นเรศวร เริ่มตั้งแต่ปกสีสันน่าหยิบ (น้ำเงิน) เล่มขนาดพกพาสะดวก บทบรรณาธิการ โดยท่านอาจารย์ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ ดิฉันก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้พบหนังสือที่ดีแบบนี้ (แหม! เสียดายไม่มีกล้องจะได้บันทึกภาพหน้าตาหนังสือมาให้ดูกัน เป็นพวก Low tech หน่ะค่ะ)

บทปาฐกถานำ โดย ท่าน ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์  ที่แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว สิ่งที่อาจารย์กล่าวไว้ก็ยังเป็นปัจจุบัน และเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ  

มีบางประโยคที่อ่านแล้ว ก็ช่วยกระตุ้นเตือน ให้ทบทวนตัวเอง ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มพูนขึ้นมามากน้อยแค่ไหน ขออนุญาตหยิบมาให้อ่านกันดูสักนิดนึงนะคะ

     "เวลาเราบอกว่าอยากทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เรามักจะนึกถึงการสร้างหรือทำให้เกิดแหล่งข้อมูลข้อเท็จจริงแก่คนทั่วไป เป็นต้นว่า การขยายการศึกษา ขยายโรงเรียน ขยายหลักสูตร xxขยายวิทยาเขต อันนี้เติมเอง  อิอิ!Xx  ติดตั้งอินเทอร์เนตให้มากที่สุด ทั้งในหมู่บ้าน ในสถานศึกษา ป้อนข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอย่างเดียว ไม่ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น เพราะ "การเรียนรู้หมายถึงการประมวลข้อเท็จจริงจำนวนหนึ่ง แล้วยังรวมถึง ความสามารถในการ "สร้างความรู้" ขึ้นเองด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การประยุกต์ใช้ความรู้นั้น ความรู้นี้ ปรับความรู้ไปเรื่อยๆ ความรู้จึงไม่อยู่นิ่ง"  

     ยิ่งอ่านมากขึ้นก็เห็นความน่าสนใจจนอยากให้เพื่อนๆได้อ่านบ้าง แต่คงไม่สามารถนำเสนอได้มากเท่าที่ควร  หากเพื่อนๆคนไหนสนใจ  เข้าใจว่าคณะฯมนุษย์ได้ส่งกระจายให้ทุกคณะฯ ใน ม.น. รวมถึง สำนักหอสมุดด้วยค่ะ