อ.แฟรงค์
นาย ไชยพงษ์ เรืองสุวรรณ

การสอนดาราศาสตร์ ด้วยวิถีพุทธ


ดวงดาวย่อมเปลี่ยนแปลง เพราะมันส่องแสง

ดาราศาสตร์นั้นเป็นวิชาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราทุกคนล้วนมีความอยากที่จะเข้าใจถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ว่าเราจะอายุเท่าใด ข่าวคราวทางดาราศาสตร์ก็ทำให้เราหูผึ่งได้ ก็ขอ งอแง เล็กน้อยว่า กว่ากระผมจะได้เรียนดาราศาสตร์ ก็ปาเข้าปริญญาตรีนู่น ตอนเรียน ม.ปลายก็แอบอิจฉาเพื่อนๆที่เรียนวิทย์ กายภาพ ว่าแหม ได้เรียนเกี่ยวกับท้องฟ้าซะด้วย แต่เดี๋ยวนี้สิครับ ดาราศาสตร์ได้บรรจุเป็นสาระความรู้ในวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ที่นักเรียนจะได้เรียนกันทั้งสี่ช่วงชั้นเลยทีเดียว

 

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในปัจจุบัน ก็มีรูปแบบมากมายซะเหลือเกิน เรียกชื่อได้โก้เก๋ กันไป ยิ่งสำหรับดาราศาสตร์ด้วยแล้ว เรื่องสื่อไม่ต้องพูดถึงครับ เพียบ! มีเยอะจนเลือกไม่ถูก (เราชอบทุกอัน แต่นักเรียนก็ปฏิเสธทุกอันเหมือนกัน) เอาล่ะ ในเมื่อ สื่อไม่ขาดแคลน ชื่อวิชาก็น่าสนใจ ก็คงจะเหลือแต่วิธีการสอน กระมัง ... แหม มีหลายวิธีเลือกไม่ถูก มีทั้ง constructivism, inquiry-based, problem-based, peer instruction, cooperative learning, just in time teaching และอื่นๆอีกมากมาย ลายตา (เป็นภาษาอิสาน หมายถึงเยอะจนน่าเวียนหัว) ดังนั้นก็เลยมาศึกษาว่า เจ้าวิธีการสอนชื่อต่างๆพวกเนี๊ย มันต่างกันอย่างไรหรือ ... แล้วก็พบว่า จะเถียงให้มันต่างกันก็ได้ จะยอมๆให้มันเหมือนกันก็ได้ ก็สรุปได้ว่า student learn what they do อ้าว เหรอ นึกว่าเป็นเพราะครูสอนซะอีก แหม่ เพื่อไม่ให้ตกงาน ต้องหาบทบาทใหม่และออกจากจุดยืนเดิมเสียที ไปทำความรู้จักกับนักเรียนของเราซะก่อน

 

เพื่อให้รู้จักมักจี่กับนักเรียนที่กำลังเรียนวิชาดาราศาสตร์มากขึ้น ก็เลยอาศัยความหน้าด้าน จัดกิจกรรมค่ายดาราศาสตร์ขึ้น ด้วยความอนุเคราะห์จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยอมให้เราได้จัดกิจกรรมบริการวิชาการขึ้นที่ หอดูดาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ ณ เขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กิจกรรมค่ายปีแรกคือปี 2546 เราก็จัดแบบเน้นบรรยายทางวิชาการ และสร้างประสบการณ์การดูดาวทั้งตาเปล่าและผ่านกล้องโทรทรรศน์ ปีแรกเราก็ไปขอร้องโรงเรียนต่างๆ ให้เดินทางมาร่วมกิจกรรม พร้อมกันนั้น เราก็หาเครื่องมือที่จะช่วยให้เรารู้จักนักเรียนของเรามากขึ้น แล้วเราก็พบกัลยาณมิตรของเรา ก็คือกลุ่มผู้ทำงานทางดาราศาสตร์ศึกษา ซึ่งกระจายตัวกันอยู่ทั่วโลก และมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารความก้าวหน้าต่างๆ (เหมือนที่ gotoknow.org เลย) ทำให้เราสามารถหาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพได้ไม่ยากนัก เครื่องมือที่เราเลือกใช้สำหรับวัดความรู้พื้นฐานทางดาราศาสตร์ของนักเรียน คือแบบทดสอบ Astronomy diagnostic test หรือ ADT เราก็จับมาแปลงโฉมเป็นภาษาไทยซะ ตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญทางเนื้อหาอีกสามสี่รอบ แล้วเราก็เอาทดสอบกับนักเรียนที่เข้าค่ายได้ในปี 2547 ผลที่ได้ ก็ทำให้เราทราบว่า ประเทศชาติต้องการเราแล้วครับพี่น้อง เราก็เลือกเนื้อหาที่เด็กๆงง หรือไม่เข้าใจที่สุด (พบว่าเกือบทุกเรื่องเลย) มาออกแบบกิจกรรม เอ แต่พอจะสร้างกิจกรรม เราก็ต้องเลือกโมเดลการเรียนรู้ซะก่อน โหย พบว่ามีเป็นกระบุงเลย แล้วก็เจอปัญหาเดิมๆครับ มันต่างกันยังไงเนี๊ย ขณะที่กำลังสับสน วุ่นวาย กับอะไรก็ไม่รู้ ก็โชคดี มีงานสัปดาห์หนังสือ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ ซีดีบรรยายธรรม ของท่านพุทธทาสมาหนึ่งกล่อง เลือกเอาเรื่องที่น่าจะเกี่ยวกับเราที่สุด โช๊ะ มีครับ ไม่น่าเชื่อครับ ชื่อเรื่อง ธรรมะในฐานะวิทยาศาสตร์

 

ธรรมะในฐานะวิทยาศาสตร์ เมื่อได้ฟังแล้ว หรือ แ้ม้แต่ในขณะฟัง ก็ให้รู้สึกขนลุก ถึงความเป็นสรณะของพระรัตนตรัย ที่ได้เปิดเผยให้เราได้เห็น....เห็นอย่างแจ้ง ว่ารูปแบบการสอน รูปแบบการเรียนรู้ หรืออะไรต่างๆที่เกี่ยวกับการศึกษานั้น พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้แล้วสิ้น


ต่อ ตอนที่สองก็แล้วกันนะครับ

คำสำคัญ (Tags): #การเรียนการสอน
หมายเลขบันทึก: 196131เขียนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2008 00:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:20 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (1)
  • อย่านานนักนะครับอาจารย์ น่าสนใจมากครับ
  • วิทยาศาสตร์กับพระพุทธศาสนา ถึงจะได้ศึกษามาบ้าง แต่อยากเรียนรู้ในแนวของอาจารย์ครับ
  • โชคดีมีความสุขครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี