"ในครอบครัวเรา ความรับผิดชอบเป็นของที่ไม่ต้องคิดเป็นธรรมชาติ สิ่งที่สอนอันดับแรกคือ เราทำอะไรให้เมืองไทย..."
เป็นความตอนหนึ่งจากพระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯซึ่งสะท้อนถึงพระปณิธานแน่วแน่ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศไทย-พสกนิกรไทย นับแต่เสด็จกลับมาประทับในไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ จวบจนเสด็จสู่สวรรคาลัยเมื่อ ๒ ม.ค. ๒๕๕๑
"...นอกจากจะอบรมแบบนี้แล้วได้อบรมให้พวกเรามีสัจจะ เราไม่เคยพูดปดเลยสักคนและเป็นนิสัยของทุกคน และเราจะมีความจริงใจอยู่ด้วย เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นว่าสำคัญที่สุดที่ทรงอบรมมา"...(จากเรื่องที่อยากจะเล่า..มติชน ๘ ม.ค๒๕๕๑)
จากประโยคทอง ๒ประโยคข้างต้น ถ้านักการเมืองทั้งหลายสำนึกได้ น่าจะทำให้ความแออัดยัดเยียดในนรก โล่งจนแทบจะหาคนอยู่ไม่ได้ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การเมืองไทยยังมองไม่เห็นอนาคต เพราะถูกนักเลือกตั้งจากกลุ่มก๊วนต่างๆ เข้ามาแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ อย่างสลับซับซ้อนและกินลึก จนทำให้ผู้คนที่ติดตามข่าวสารการเมือง ต่างพากันไปรวมตัวกันที่ทุ่งท้อแท้ และสิ้นหวัง
หลายคนหันไปโทษ รัฐบาลขิงแก่และคมช.ที่ทำให้สถานการณ์กลับมาเลวร้ายอย่างเก่า ทั้งๆที่เจตนาแต่ต้นต่างก็มีความตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ถึงตอนนี้ก็น่าจะได้ข้อสรุปกันแล้วว่า"คนรวยไม่โกงนั้นเชื่อไม่ได้!และในวังวนอำนาจและผลประโยชน์นั้นใครๆเข้าไปอยู่ ก็ต้องผงะงงงัน ทำอะไรไม่ถูกไปตามๆกันจนแทบจะไม่ได้ทำอะไรให้แก่ประชาชน"จริงๆแล้วเราไม่ควรเสียเวลาไปโทษใครๆให้หดหู่เปล่าๆถ้าเป็นเราเองก็คงไม่พ้น"เล็กๆไม่-ใหญ่ๆมากๆเอากับเขาเช่นกัน"ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าไม่มีเศรษฐกิจพอเพียงไม่มีคุณธรรม เป็นธงนำชีวิตกันอย่างจริงจัง ตามแบอย่างองค์พระประมุขของเรา วังวนอำนาจและผลประโยชน์ก็จะแปรเปลี่ยนผู้คนให้หลงลืมตัว มัวเมาคนแล้วคนเล่าและปีแล้วปีเล่า..คนที่พอจะคาดหวังและไว้ใจได้ดีที่สุดจึงน่าจะเป็น"ตัวเราเอง"ที่เข้าไปช่วยเหลือสังคมอย่างจริงใจ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนหรือตำแหน่งใดๆให้แก่ตนนี่คือ นักการเมืองตัวจริงและเป็นการทำงานการเมืองที่แท้จริง ที่ไม่ไปผิดหวังกับใครๆอีกต่อไป.

นมัสการพระคุณเจ้า เข้ามาอ่านและลงชื่อไว้ครับกระผม
นิมนต์อ่านครับท่าน
ว.วชิรเมธี เขียน “ความเป็นกลาง = ความเป็นก้าง” (จากเนชั่นสุดสัปดาห์)
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000082472
กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ
กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ
กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ
กิจโฉ พุทธฺานมุปฺปาโท . . . ฯ ๑๘๒ ฯ
การเกิดเป็นมนุษย์ ได้มาโดยยาก
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย เป็นอยู่ลำบาก
การฟังธรรมของสัตบุรุษ หาได้ยาก
การเกิดขึ้น แห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย หาได้ยาก
Hard is it to be born as a man,
Hard is the life of immortals,
Hard is it to hear the Truth Sublime,
Hard as well is the Buddha's rise.
นมัสการพระคุณเจ้า ค่ะ
๑.รู้จักหน้าที่ จะเป็นศรีแก่ตน
๒.รู้จักฝึกฝน จะเป็นคนเชี่ยวชาญ
๓.รู้จักทำงาน จะไม่มีวันจน
๔.รู้จักคุณคน จะขัดสนก็ไม่นาน
๕.รู้จักกล้าหาญ จะไม่หวั่นสื่งใด
๖.รู้จักทำใจ จะไม่เสียน้ำตา
๗.รู้จักเวลา จะรู้ค่าของมัน
๘.รู้จักรักกัน จะสุขสันต์เปรมปรีดิ์
๙.รู้จักทำดี จะมีความเจริญ
๑๐.รู้จักใช้เงิน จะไม่เกินกำลัง
๑๑.รู้จักระวัง จะไม่เผลอพลั้งผิด
๑๒.รู้จักสร้างมิตร จะไม่มีใครคิดร้าย
๑๓.รุ้จักอภัย จะไม่มีศัตรู
๑๔.รู้จักเลือกคู่ จะอยู่ทนทาน
๑๕.รู้จักเหตุผล จะเป็นคนมีค่า
๑๖.รู้จักศึกษา จะมีปัญญานำทาง
๑๗.รู้จักปล่อยวาง จะพบทางสงบ
๑๘.รู้จักน้อมนบ จะพบคนจริงใจ
๑๙.รู้จักการให้ จะผูกมัดใจคน
๒๐.รู้จักใจตน จะเป็นคนดีแน่
๒๑.รู้จักรักพ่อแม่ จะมีแต่โชคชัย
๒๒.รู้จักเกรงใจ จะไม่มีใครชัง
(ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องรีบทำ)