“เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีอาหารบริโภคที่ปลอดภัย สร้างรายได้ให้แผ่นดิน”
ส่งออก "ลำไย-มังคุด" ฉายรังสีฉลุย บุกเข้าสหรัฐแล้วไม่ต่ำกว่าพันตัน มกอช.เล็งถกเปิดตลาด"ฝรั่ง"เพิ่ม
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 51นายสรพล เถระพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) เปิดเผยว่า ภายหลังสหรัฐอเมริกาเปิดตลาดอนุญาตให้ประเทศไทยส่งออกผลไม้ฉายรังสี 6 ชนิด ไปยังสหรัฐฯ ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าตลาดสหรัฐให้การตอบรับผลไม้ไทยค่อนข้างดี ซึ่งระยะเวลาประมาณ 8 เดือน มีการนำเข้าผลไม้ฉายรังสีจากไทยไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน มูลค่า 68 ล้านบาท โดยผลไม้ที่นำเข้ามากที่สุด คือ ลำไย มังคุด มะม่วง เงาะ ลิ้นจี่ และสับปะรด อนาคตคาดว่าสหรัฐจะนำเข้าเพิ่มขึ้นอีก
ขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมแผนเร่งเจรจาเพื่อเปิดตลาดผลไม้ฉายรังสีในสหรัฐฯเพิ่มเติมอีก 2 ชนิด คือ แก้วมังกร และฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อมูลการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช เพื่อใช้ประกอบการเจรจา
นายสรพล กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) มีความพอใจขั้นตอนการปฏิบัติในการส่งออกของไทย ซึ่งมีการควบคุมศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ โดยสหรัฐฯได้ให้การรับรองศูนย์ฉายรังสีผลไม้เพื่อการส่งออกของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ซึ่งสามารถฉายรังสีผลไม้ได้ 20-30 ตัน/วัน ขณะเดียวกันยังให้การรับรองโรงงานฉายรังสีผลไม้ที่ได้มาตรฐานของเอกชนอีก 1 แห่ง มีกำลังการผลิต 60-70 ตัน/วัน ซึ่งทำให้ไทยมีศักยภาพในการฉายรังสีผลไม้ได้มากเพิ่มขึ้น คาดว่าน่าจะรองรับการขยายตัวของตลาดผลไม้ในสหรัฐฯที่มีความต้องการสูงได้
"ปีถัดไปคาดว่าปริมาณและมูลค่าส่งออกผลไม้ไปประเทศสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของเกษตรกรไทยที่จะมีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตได้เพิ่มขึ้น" นายสรพล กล่าว
ขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมแผนเร่งเจรจาเพื่อเปิดตลาดผลไม้ฉายรังสีในสหรัฐฯเพิ่มเติมอีก 2 ชนิด คือ แก้วมังกร และฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อมูลการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช เพื่อใช้ประกอบการเจรจา
นายสรพล กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) มีความพอใจขั้นตอนการปฏิบัติในการส่งออกของไทย ซึ่งมีการควบคุมศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ โดยสหรัฐฯได้ให้การรับรองศูนย์ฉายรังสีผลไม้เพื่อการส่งออกของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ซึ่งสามารถฉายรังสีผลไม้ได้ 20-30 ตัน/วัน ขณะเดียวกันยังให้การรับรองโรงงานฉายรังสีผลไม้ที่ได้มาตรฐานของเอกชนอีก 1 แห่ง มีกำลังการผลิต 60-70 ตัน/วัน ซึ่งทำให้ไทยมีศักยภาพในการฉายรังสีผลไม้ได้มากเพิ่มขึ้น คาดว่าน่าจะรองรับการขยายตัวของตลาดผลไม้ในสหรัฐฯที่มีความต้องการสูงได้
"ปีถัดไปคาดว่าปริมาณและมูลค่าส่งออกผลไม้ไปประเทศสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของเกษตรกรไทยที่จะมีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตได้เพิ่มขึ้น" นายสรพล กล่าว
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 22 กรกฎาคม 2551
http://www.naewna.com/news.asp?ID=114510
เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ผลไม้ฉายรังสีได้ทำรายได้ นับเป็นมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว
เพราะทั้งยังทำรายได้ให้ในประเทศและเกษตรในประเทศ ดังข้อมูลข้างต้นจะส่งผลให้ SUPPly เพิ่มขึ้น
เมื่อมีการส่งออกผลไม้ฉายรังสีเพราะจะได้ช่วยลดปัญหาหลายๆปัญหาได้ดีทีเดียว.
ที่บ้านชอบกินมังคุดกันทุกคนเลย(โดยเฉพาะลูกสาว 2 คน)และแอบชอบทุเรียนด้วยนะ