ชาวตำบลบึงงาม13หมู่บ้านสร้างเป็นผืนแผ่นดินชีวภาพ
ฝั่งชี

ชาวตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด สนองนโยบายนายพินิจ พิชยกัลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด สร้างเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ จัดทำน้ำหมักให้ครบ 100 % มีนายศศินทร์ ตันกิจจานนท์ นายอำเภอทุ่งเขาหลวง นายนิวัติ ศรีเทียมเงิน เกษตรอำเภอ และ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร พร้อมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล 16 คน เป็นผู้ประสานงานทั้งผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้อง
ด้วยบ้านนาแพง หมู่ที่ 1 นายบุญมี นิจกรรม ผบ. 45 ครัวเรือนบ้านท่าค้อ หมู่ที่ 2 นายสมาน สุดาทิพย์ ผบ.50 ครัวเรือน บ้านมะบ้า หมู่ที่ 3 นายสุนทร ทินบุตร ผบ.110 ครัวเรือนบ้านนางาม หมู่ที่ 4 นายบุญจันทร์ ทินบุตร ผบ.90 ครัวเรือนบ้านวังทอง หมู่ที่ 5 นายสมหมาย ทิศเนตร ผบ.65 ครัวเรือนบ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 6 นายผดุงศักดิ์ สิงห์สั่งถ้ำ ผบ.60 ครัวเรือน บ้านมะแว หมู่ที่ 7 นายสุเทพ จันทะภูมิ ผบ.70 ครัวเรือนบ้านโนนราศี หมู่ที่ 8 นายประยูร วิเศษวุฒิ กำนัน 50 ครัวเรือนบ้านดอนโมง หมู่ที่ 9 นายสุวิทย์ โพชนะจิตร ผบ.48 ครัวเรือน บ้านดอนเกลือ หมู่ที่ 10 นายสม สรรพศักดิ์ ผบ.75 ครัวบ้านค้อชา หมู่ที่ 11 นายเสถียร พงษ์ศาสตร์ ผบ.165ครัว บ้านโนนยาง หมู่ที่ 12 นายสุภาชัย ทศวัฒน์ ผบ.29 ครัว บ้านหนองไชยวาลย์ หมู่ที่ 13 นายจำเนียร วิระศิลป์ ผบ.จำนวน 16 ครัวเรือน

สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง มีการรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพให้มากขึ้น โดย 13 หมู่บ้านต้องมีครอบครัวที่ดำเนินการทำน้ำหมักชีวภาพ และขับเคลื่อนให้คบ 100% ปัจจุบันสามารถส่งเสริมให้ทำน้ำหมักชีวภาพได้หมู่บ้านละ 3,000-5,000 ลิตร ต่อฤดูการผลิตพืช คณะกรรมการประกอบด้วย นายประยูร วิเศษวุฒิ ประธานกรรมการนายชัยยา จิตรเอื้อ กรรมการนายพุต ฉ่ำมณี หมอดินอาสานายเจียมศักดิ์ ภักดีผล กรรมการนายสมาน สุดาทิพย์ กรรมการนางเพิ่มพูน ภูเขียว กรรมการนายสุนทร ทินบุตร กรรมการนายบุญจันทร์ ทินบุตร กรรมการนายบุญมี นิจกรรม กรรมการนายผดุงศักดิ์ สิงห์สั่งถ้ำ กรรมการนายสุเทพ จันทะภูมิ กรรกมารนายสุวิทย์ โพชนะจิตร กรรมการนายสม สรรพศักดิ์ กรรมการนายเสถียร พงษ์ศาสตร์ กรรมการนายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ กรรมการและเลขาฯนางไพจิตร พรมชาติ กรรมการและผช.เลขาฯ

นายนิวัติ ศรีเทียมเงิน เกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง กล่าวว่า น้ำสกัดชีวภาพ หรือที่เรียกว่า น้ำหมักชีวภาพ เป็นอีกทางเลือกที่เกษตรกรสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ย และป้องกันกำจัดศัตรูพืช แทนปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรมีการหันมาใช้น้ำสกัดชีวภาพมากขึ้น น้ำสกัดชีวภาพ หรือน้ำหมักชีวภาพ หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นคำที่มีความหมายเดียวกัน คือ เป็นสารละลายเข้มข้นที่ได้จากการหมักแศษพืช หรือสัตว์ ย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ สารละลายเข้มข้นที่ได้จะมีสี

น้ำตาล น้ำสกัดชีวภาพประกอบด้วยสารอินทรีย์ต่างๆ หลากหลายชนิด เช่น เอนไซม์ฮอร์โมน และธาตุอาหารต่างๆ เอนไซม์บางชนิดจะทำหน้าที่ย่อยสลายอินทรียวัตถุให้เป็นอาหารของจุลินทรีย์และเป็นอาหารของต้นพืช ฮอร์โมนหลายชนิดที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อพืชถ้าให้ปริมาณเล็กน้อย แต่จะมีโทษถ้าให้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไป ฉะนั้น ในการใช้น้ำสกัดชีวภาพในพืชจำเป็นต้องให้ในอัตราเจือจาง สารอินทรีย์บางชนิดในน้ำสกัดชีวภาพเป็นสารเพิ่มความต้านทานให้แก่พืชที่ทำให้พืชมีความต้านทานต่อโรคและแมลง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ชนิดน้ำหมักชีวภาพ จำแนกได้ 3 ประเภทหลักๆดังนี้
1. น้ำหมักชีวภาพสูตรบำรุงใบลำต้นเป็นน้ำหมักที่ได้จากการหมักพืชเศษอาหารสัตว์และหอยต่างๆ
2. น้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมน จะบำรุงดอก ผล เป็นน้ำหมักที่ได้จากการหมักผลไม้สุกต่างๆ
3. น้ำหมักชีวภาพสูตรสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช เป็นน้ำหมักที่ได้จากการหมักพืชสมุนไพรต่างๆ
นายนิวัติ ศรีเทีมเงิน กล่าวอีกว่า เกษตรกรมีการตื่นตัวและสนใจในการทำ น้ำหมักชีวภาพเป็นอย่างมาก โดยเกษตรกรมีการนำไปใช้กับข้าว พืชผัก ไม้ผล และได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งบรรยากาศในการจัดการความรู้เป็นไปอย่างเป็นกันเองการทำน้ำหมักชีวภาพของ เกษตรกรจะทำน้ำหมักชีวภาพโดยการหาวัตถุดิบจากท้องถิ่นพื้นที่ตำบล

สูตรที่ 1 มีส่วนผสม ดังนี้
1. ผักบุ้ง 1 ส่วน
2. หัวปลาหรือหอยเชอรี่ 1 ส่วน
สูตรที่ 1 มีส่วนผสม ดังนี้
1. ผักบุ้ง 1 ส่วน
2. หัวปลาหรือหอยเชอรี่ 1 ส่วน
3. ผลไม้สุก 1 ส่วน
4. ผักชนิดต่าง ๆ 1 ส่วน
5. กากน้ำตาล 1 ส่วน
6. พ.ด. 2
โดยเกษตรกรจะหมักทิ้งไว้ 1 เดือน แล้วนำมาใช้กับแปลงนาปี โดยผสมไปตามรางน้ำที่นำน้ำเข้านา
สูตรที่ 2 มีส่วนผสม ดังนี้
1. ผักบุ้ง 1 ส่วน
2. หัวปลาหรือหอยเชอรี่ 1 ส่วน
3. น้ำมะพร้าว 1 ส่วน
4. ผลไม้สุก 1 ส่วน
5. ผักชนิดต่าง ๆ 1 ส่วน
6. กากน้ำตาล 1 ส่วน
7. พ.ด. 2
โดยเกษตรกรจะหมักทิ้งไว้ 1 เดือน แล้วนำมาใช้กับแปลงนาปี โดยผสมไปตามรางน้ำที่นำน้ำเข้านา
สูตรที่ 2 มีส่วนผสม ดังนี้
1. ผักบุ้ง 1 ส่วน
2. กากสัปปะรด 1 ส่วน
3. ปลา (หรือหอยเชอรี่) 1 ส่วน
4. กากน้ำตาล 1 ส่วน
5. นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต 100 ซีซี
เกษตรกรจะหมักทิ้งไว้ 1 เดือน แล้วนำมาใช้โดยการฉีดพ่นลงในแปลงนาปรัง
วิธีการปลูกข้าวนาปรังที่ใช้น้ำหมักชีวภาพ มีขั้นตอน ดังนี้
1. ไถหมักฟางข้าว 15 วัน
2. หว่านข้าว จำนวน 2 ถังครึ่ง/ไร่
เกษตรกรจะอยู่รอดปลอดภัย
ด้วยน้ำหมักชีวภาพ
ขอให้ช่วยกันขยายผลมากๆ
ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆมาฝาก
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร จำหน่ายปุ๋ยปลา ตราชาวประมง
คุณสมบัติของปุ๋ยปลาตราชาวประมง
เป็นปุ๋ยอินทรีย์สภาพของเหลวที่เกิดจากการหมักวัสดุอินทรีย์ มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตต่อพืช ย่อยสลายออกมาเมื่อใช้ในสัดส่วนความเข้มข้นที่เหมาะสมและในสภาพที่เอื้อต่อการดูดซึมของพืช
วัตถุดิบ
ปลาสดจากทะเล : ให้ ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แก่ต้นพืช
ไคโตซาน : เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ประโยชน์ ยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช ทำให้เกิดโอกาสการสร้างความต้านทานของพืชต่อแมลงศัตรูพืช ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน
ส่าเหล้า : สารอินทรีย์ และ อนินทรีย์ มีสีน้ำตาลเข้ม และมีธาตุอาหาร N: P: K ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชต้องการ
จุลลินทรีย์ : สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นตัวกลางช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมธาตุอาหารของพืชได้เร็วขึ้น
ใช้ได้กับทุกชนิดพืช ไม้ผล,ไม้ดอก-ไม้ประดับ,พืชสวน,พืชไร่,พืชผัก,นาข้าว,โรงเพาะเห็ด,หัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักแห้ง, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา
มีจำหน่ายขนาด 1 ลิตร 20 ลิตร มีทั้งปลีกและส่ง ราคาไม่สูงคุยกันได้ทุกเรื่อง เพราะเราเป็นแหล่งวัตถุดิบ มีใบอนุญาตผลิตพร้อม
http://www.paknamlangsuan.com/phonchan
พร้อมจัดส่ง
เราขอเสนอขายปุ๋ยปลาเพื่อเป็นหัวเชื้อในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แห้ง และรับผลิตปุ๋ยปลาตามสูตรของท่าน ในราคาต่ำ และเรายังมีสูตรพิเศษโดยผสมไคโตซานอีกด้วย
สนใจติดต่อฝ่ายขาย คุณ สามารถ แสงจันทร์ โทร 083-106-2524
ประโยชน์ของปุ๋ยปลาชาวประมง
1.ใช้ผสมน้ำพ่นให้พืชทางใบหรือให้พร้อมกับระบบน้ำทางดิน
2. ช่วยส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารแก่พืชทางรากและใบ
3. ช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโตและความสมบูรณ์แก่ลำต้นดอกใบและผล
อัตราการใช้
พืช อัตราส่วน วิธีการใช้
พืชผัก-ไม้ดอกไม้ประดับ
พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ผักกินใบ ผักกินหัว – กล้วยไม้ หน้าวัว กุหลาบและไม้ใบทุกชนิด
20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
ฉีดพ่นทุก 7-15 วัน
ไม้ผล – พืชสวนทุกชนิด
องุ่น ลำไย มะม่วง เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง และผลไม้อื่น ๆ
40-80 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน
พืชไร่
ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง ยาสูบ ปาล์ม ยางพารา และพืชไร่ทุกชนิด 20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน
หมายเหตุ ฉีดพ่นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช
ผู้ผลิต : ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร เลขที่ 279/8 หมู่ที่ 4 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86110 โทร (077)541347, 544473 โทรสาร (077)582310
สถานที่ผลิต : เลขที่ 78 หมู่ที่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86150