โรงเรียนสาคลีวิทยา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2เป็นโรงเรียนที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการมาช้านาน  ให้เด็กเรียนรู้วิชาชีวิต  เรียนรู้การทำมาหากินโดยสืบสานอาชีพของบรรพบุรุษ  ความจริง ความดี ความงามที่เกิดขึ้นคือเด็กมีความรับผิดชอบ  ทำงานร่วมกันเป็นทีม  เป็นผู้นำ เสียสละ สามัคคี  อดทน  เป็นคนดีของสังคม  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการไม่ดูถูกดูแคลนอาชีพชาวนาของบรรพบุรุษ  

            โรงเรียนสาคลีวิทยา        แปลงนโยบายคุณธรรมนำความรู้สู่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม  โดยบูรณาการหลากหลายสาระที่เป็นที่เป็นแก่นส่งผลต่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ชัดเจนแจ่มแจ้งที่หาดูได้ยากยิ่ง  

            อ.สุรินทร์ กิจนิตย์ชี   อดีตผู้บริหารโรงเรียนที่นี่   ได้ปูพื้นฐานไว้  ทางโรงเรียนก็สืบสานต่อโดยบูรณาการ ลงสู่กระบวนการเรียนรู้ด้วยการบรรจุลงไปในหลักสูตรสถานศึกษา ผู้บริหาร  คณะครู  นักเรียน องค์กรชุมชนและผู้ปกครอง มีความเข้าใจตรงกัน           

         ก่อนจะทำเราสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการของชาวบ้านก่อน พบว่า การทำนาและพืชสมุนไพร  มีความผูกพันและเป็นความจำเป็นของชาวบ้าน จากนั้นก็ศึกษาและทำความรู้จักกับตัวเองให้มากขึ้น  พบว่าบริบทเราเป็นอย่างนี้เราต้องใช้ทรัพยากรเท่าที่เรามีอยู่มาเป็นพลังในการขับเคลื่อน จึงเอาคนในพื้นที่มาเป็นที่ปรึกษา เอาที่ดินที่มีอยู่เป็นสนามทดลอง  เอาเด็กสาคลีมาปลุกปั้นให้เป็นดาวประกายจุดความคิดและต่อยอดให้ได้ 

             อ.เกษมสิน  วรรณธนะ  (หัวหน้าโครงการ)  เล่าว่า 

         ตกลงกันว่าจะใช้แนวพระราชดำริและหลักสูตรสถานศึกษามาเป็นแนวดำเนินการให้เป็นเอกลักษณ์ของชาวสาคลี มีความเป็นธรรมชาติ  ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่เด็ก  เด็กต้องกล้าคิด กล้าทำและต้องทำอะไรได้มากมาย  ตัวอย่างเช่น  เด็กลงมือทำนาโดยไถนา หว่านข้าว  เกี่ยวข้าวด้วยมือ  ฝัดข้าว  สีข้าวและบรรจุเป็นข้าวกล้องขาย  ส่วนชาวบ้านทำนาแล้วก็เอาข้าวมาสีที่โรงเรียนแล้วเก็บเอาไว้กินที่บ้านได้ช่วยเหลือชาวนาที่ทำนาแต่ต้องไปซื้อข้าวกินด้วย

             ตอนแรกๆที่ทำกัน   ไม่ค่อยมีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรมาก  พอทุกฝ่ายเห็นว่าทำกันจริงๆและเห็นผล เครื่องมือ เช่น  รถไถนา คราดนา  สีฝัด  เครื่องสีข้าว  เครื่องอัดสุญญากาศ  ก็ค่อยๆได้มา  เราเคยเล่นเรื่องวิชาการโดยลืมท้องถิ่น  จึงเริ่มกันใหม่จากสิ่งที่ใกล้ตัว  ประจวบกับสมุนไพรกำลังเริ่มจะสูญหายไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ ช่วยกันปลูกที่โรงเรียนและที่บ้าน ทำตู้ยาตู้อบสมุนไพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขมาสนับสนุนเรื่องแพทย์แผนไทยด้วย           

 

            เราทำโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตจริงตอนนี้ต่อยอดเป็นเรื่องข้าว ปลา อาหารและสุขภาพ  มีการ เชื่อมโยงกับกิจกรรมอื่นๆ 

เด็กจะเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ด้วยการปฏิบัติจริง  สืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น  เรียนรู้ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าไปพร้อมๆกัน   จะทำให้ยั่งยืน เศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้นจะช่วยให้สังคมยืนอยู่ได้

ดร.ภุชงค์ วัฒายุ   ผอ.โรงเรียนสาคลีวิทยา คนปัจจุบัน  ให้เหตุผลที่ทำโครงการนี้ว่า  ต้องการให้เด็กมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของเขาเอง   โรงเรียนไม่มีการบังคับ   ตอนแรกที่ย้ายมาก็รู้สึกแปลกใจที่เด็กทำนา  ปลูกผัก  เลี้ยงปลา  สุดท้ายก็เข้าใจว่านี่คือการเรียนรู้วิชาชีวิตจริงๆ  เป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง   เด็กๆเมื่อได้ลงมือทำจะรูจักคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา  ร่วมมือ รักสามัคคีกัน   ครูและเด็กต่างเข้าใจกัน  เรียนรู้ไปด้วยกัน  ลดความรุนแรงในสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี  โรงเรียนนี้แปลกคือวันหยุดเด็กยังมาทำงานที่โรงเรียน   เจอครูทำงานที่ไหนต้องพากันมาช่วย  ไม่หนีครู  

จะเห็นได้ว่า  โรงเรียนสาคลีวิทยา......สืบสานปณิธานของพ่อ  สานต่อเศรษฐกิจพอเพียงด้วยแหล่งเรียนรู้  สืบสานภูมิปัญญาไทยข้าวกล้องอนามัย

และสมุนไพรเพื่อสุขภาพ  เรียนรู้แบบบูรณาการวิชาชีวิตที่แท้จริง. 

 

 

ภิรมย์ นันทวงค์   : รายงาน