กราบสวัสดีครับทุกท่าน
สบายดีกันนะครับ เปิดบล็อกใหม่แต่หัวใจเก่า ร่างเก่า ความคิดเก่าๆ ครับ พอพูดถึงคำว่าธรรมดา ผมนึกถึงห้องคอมม่อน (Common Room) เอาไว้พบปะกันแบบปกติธรรมดาๆ ง่ายๆ ตอนสมัยเรียน ป.ตรี และอยู่ในหอพักนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย
วันนี้วันดีนะครัีบ พรุ่งนี้ก็วันดี และต่อๆ ไปก็เ็ป็นวันดีครัีบ จริงๆ วันนี่ เค้าจะเป็นวันดีหรือไ่ม่ดีอยู่ทีใจเราคิดทั้งนั้นนะครับ วันแต่ละวันคงบ่นนะเวลาเราบอกว่าวันนี้เป็นวันที่แย่มากๆ น่าสงสารวันนั้นๆ ครัีบ หากวันมีชีวิตเค้าคงเวทนากับคนเราที่ช่างคิดอะไรต่ออะไร แล้วแถมยัดเยียดความเป็นวันต่างๆ ให้กับเค้านะครับ อิๆ
จริงๆ ผมจะชวนคุยเรื่องคน นะครัีบ พระธรรมชาติท่านเคยบอกว่า มนุษย์สมัยนี้ต่างจากมนุษย์ตอนที่ท่านสร้างมามากๆ เลย โดยเฉพาะเรื่องของคุณงามความดี และจิตใจ ผมรับฟังแล้วพิจารณาตัวเราทันที ก็ยอมรับด้วยใจจริงๆ ครับ ใจที่วิ่งด้วยความเร็วใจ ปราดเดียวไปถึงทะลุจักรวาลด้วยแรงจินตนาการแล้วครับ

Image from http://www.gussetviolins.com/davinci.jpg
เรามาลองพิจารณาคนกันแบบกลางๆ ดูไหมครับ คือไม่ต้องกลัวว่าเราจะเสียหน้าในเมื่อเราพิจารณาตัวเอง กล้ายอมรับที่จะมองตัวเอง แล้วดูว่า คนเรานี่จริงๆ แล้วพระธรรมชาติสร้างมาอย่างไร หากมองให้ดีแล้ว ยืนหน้ากระจก เราจะสามารถพอจะเ็ห็นเค้าโครงว่า คนเราสมมาตรซ้ายขวา คือ
- มีสมอง 2 ซีก
- ดวงตา ใบหู ตา จมูก ฟัน อก มือ แขน ขา หากเราจะลองชำแหละด้วยจินตนาการ เราจะพบว่า สิ่งเหล่านี้มีสองส่วน สองซีก
- อวัยวะภายในมีแบบทั้งแบบสองชิ้น และชิ้นเดียวแตกต่างกันไป
หากเรามองแบบธรรมดา เราอาจจะคิดได้ว่า
- พระธรรมชาติพยายามสร้างใ้ห้คนสมดุลจากการมองภายนอก แต่ภายในนั้นคิดอะไร อาจจะไม่สมดุลก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นหน้าที่ทีคนจะต้องคิดเอาเองคือการพัฒนาใจ
- การมีตาสองตา อาจจะหมายถึงว่า จงอย่ามองเพียงจุดเดียวเท่านั้น แต่ให้มองให้รอบคอบ ให้รอบทิศ อย่าเพิ่งด่วนสรุปในสิ่งที่เห็น มองซ้ายแล้วก็ต้องมองขวาด้วย ถ่วงสมดุลให้ได้
- การมีหูสองรูหู และสองใบหู เพื่ออาจจะบอกว่า ให้รับคลื่นเสียงให้รอบทิศจากซ้ายและขวานะ หัดฟังทั้งสองฝ่าย สองฝั่ง อย่าด่วนสรุปจากสิ่งที่หูซ้ายได้ยิน หรือที่หูขวาได้ยิน หรือการได้ยินจากครั้งเดียว ต้องฟังให้รอบทิศ ฟังให้ประจักษ์ก่อนจะสรุปออกมาสู่การปฏิบัติ
- การมีรูจมูกสองรู อาจจะบอกว่าจงดมกลิ่น และสูดอากาศเข้าไปให้สมดุลนะ และเป็นเพื่อนกันนะ หากคัดจมูกเป็นหวัด นอนตะแคงซ้าย รูจมูกขวาโล่ง แต่รูซ้ายตัน ก็ได้ช่วยกันแบ่งเบาภาระ ยังไงปอดก็ยังได้รับอากาศอยู่แต่จะีีมีเพียงแค่ลูกสูบเดียวก็ตาม ให้รู้จักจับกลิ่นอย่างสมดุล
- มือสองข้าง เท้าสองข้าง เอาไว้ถ่วงดุลกัน และเดินไปด้วยกัน เกื้อหนุนส่งเสริมกัน แม้คนเราจะบอกว่า เราถนัดซ้าย ถนัดขวา แต่พอเราบาดเจ็บในด้านที่ไม่ถนัด เราก็จะพบว่า ข้างถนัดที่เหลือนั่น ก็ใช่ว่าจะถนัดจริงๆ 100% นี่คงจะให้ความหมายคำว่า บูรณาการได้นะครับ เคยลองหัดวิ่งแบบไ่ม่มีมือหรือมือไม่แกว่งไหมครับ ลองทำดูครับว่าวิ่งได้เร็วไหม
- หากเราเข้าไปดูลึกๆ จากความสมดุลที่ว่านี้ พอลงลึกๆ ไปก็พบว่าแต่ละชิ้นส่วนมีความเป็นเอกลักษณ์ของตนอยู่ หรือว่าเป็นปัจเจกนั่นเอง ภาษาที่หลายๆคนพูดว่า อัตตา อาจจะเป็นอัตตาของเซลล์แต่ละเซลล์ที่ทำหน้าที่ของตน
- หัวใจเองก็ทำหน้าที่ต่างๆ กันไปในแต่ละห้อง รับเลือดเสียมา ส่งไปฟอก ฟอกได้เลือดดีมา ส่งไปใช้ ก็วนเวียนกันเป็นระบบ แต่แ้ม้จะมีอัตตาของระดับชิ้นส่วนก็ทำงานให้ระบบภายในคนเดินต่อไปได้
- แต่ในระบบกายนั้นพระธรรมชาติสร้างมาให้แล้ว แต่ในระดับใจนี่ซิครับ ต้องมารันระบบใจกันเอง ตั้งแต่เกิดเลย แต่ละคนก็แต่ละฐานคิด จากแหล่งกำเนิดเดียวกันจนต่างๆกัน ยิ่งนับวันยิ่งหลากหลาย
- จะว่าแล้ว มองอีกทีหากพระธรรมชาติให้เครื่องยนต์ Hardware มาแล้ว คนเราเกิดมาต้องมาเขียนโปรแกรมกันเอาเองเพื่อให้ทำงานควบคุมฮาร์ดแวร์(ร่างกาย) ได้ แม้จะเพียงบางส่วนก็ตาม ว่าไปแล้วเราทุกคนก็เป็นโปรแกรมเมอร์กันทุกคนเลยนะครับ เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจ คุมภาษากาย โดยใช้ระบบคอมไพเลอร์(ตัวแปลภาษา) ที่ชื่อสติ ทำใ้ห้ได้แพคเก็จสุดท้ายที่เรียกว่า แพคเก็จ ปัญญา นั่นเอง
- คนเราจึงหนีไม่พ้นคำว่า ศึกษา หรือ การเรียนรู้ ตราบใจที่เรายังพร้อมที่จะเรียนรู้เราก็จะพบกับคำว่า พัฒนา
- โปรแกรมที่แต่ละคนเขียนมานั้น เพราะคนเป็นสัตว์สังคมแล้วนั้น ระบบเครือข่ายก็เกิดขึ้น การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใจของใครของมัน ก็จะเริ่มวุ่นครับ เพราะว่ามันเอาไปสื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ไดรเวอร์ไม่เข้ากัน ต้องมีการปรับภาษาใจ เป็นภาษากลาง ให้มีการจูนคลื่นใจของอีกคนหนึ่งและแวดล้อมมาด้วย เพื่อจะได้ใช้ไดรเวอร์ร่วมกันได้ ไม่เกิดความขัดแย้งในการสื่อสาร ตรงนี้จึงจำเป็นต้องเกิดมาตรฐานใจทางสังคมขึ้นมา บ้างก็มีทฤษดง ทฤษฏีออกมาว่ากันมามายครับ
- ไว้ตอนต่อไป ผมจะคุยเรื่อง การสื่อสารและระบบปัญหาในการสื่อสาร ที่ไดรเวอร์ของภาษาใจไม่เข้ากันนะครับ......
- อื่นๆ แลกเปลียนกันต่อได้นะครับ ผมชอบสกัดสิ่งต่างๆ เหล่านี้แบบสมมติเอาจากธรรมชาติครับ ต้องขออภัยด้วยครับ เพราะไม่ได้อ้างบททฤษฏีที่ถูกต้อง ขอแบบมองแบบธรรมดา ในแบบคนธรรมดานะครับ
ขอบพระคุณมากๆ นะครับ
เม้งครับ
สวัสดีค่ะ
เป็นการนำพระธรรมชาติ มาให้ได้อ่านกัน
ลึกซึ้งจังเลยค่ะ กับความเป็นมนุษย์
แยบยลตรงที่ จิตมนุษย์ มีสติกำกับ และทบทวนได้ตลอด
กาลเวลา ประสบการณ์ ก็จะเป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญ
เหมือนที่เปรียบไว้ ถ้าไม่มีมือ เราอาจคิดว่าจะทำให้วิ่งเร็วขึ้น แต่ต้องลองดูก่อนใช่ไหมคะ
ที่สำคัญ อย่าด่วนตัดมือก็แล้วกัน
ขอบคุณธรรมะวันเข้าพรรษาค่ะ
สวัสดีครับจิจัง
สบายดีไหมครับ สบายดีนะครับน้องสาว แหมๆ ภาพแอร์อ็อดสะเตท มาเลยนะครับ แนะนำแอร์ภาคพื้นดินนะครับ อยู่ติดดินครับ สู้ๆ ต่อไปนะครับผม
รักษาสุขภาพนะครับ
สวัสดีครับน้องโย่ง ครูโย่ง
สบายดีนะครัีบ รูปเท่เชียวครับผม มีความสุขกับครอบครัวและสนุกในการทำงานและพักผ่อนครับ
* คน มนุษย์ ... กาย จิต วิญญา
* จิตมนุษย์ นั้นไซร์ ยากแท้หยั่งถึง
* แต่หากเปิด ใจ กันและกัน คงง่ายขึ้น ? คะ
* กาย วิญญา มีย่อยสลาย ดับไป แต่
* ความดี นั้น นิรันดร์ ... ทฤษฎีเนาะคุณเม้ง
- - เพราะยังต้องฝึก จิต ใจ อยู่อีกนาน ตลอดกาล - -
สวัสดีครับพี่รุ่งตันติราพันธ์
สวัสดีค่ะ
เป็นการนำพระธรรมชาติ มาให้ได้อ่านกัน
ลึกซึ้งจังเลยค่ะ กับความเป็นมนุษย์
แยบยลตรงที่ จิตมนุษย์ มีสติกำกับ และทบทวนได้ตลอด
กาลเวลา ประสบการณ์ ก็จะเป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญ
เหมือนที่เปรียบไว้ ถ้าไม่มีมือ เราอาจคิดว่าจะทำให้วิ่งเร็วขึ้น แต่ต้องลองดูก่อนใช่ไหมคะ
ที่สำคัญ อย่าด่วนตัดมือก็แล้วกัน
ขอบคุณธรรมะวันเข้าพรรษาค่ะ
สาธุ ครับพี่ ขอบคุณมากๆ นะครับพี่รุ่ง ชอบจังครับ อย่าด่วนตัดมือก็แล้วกัน อย่าด่วนสรุปว่ามือไม่มีประโยชน์สับมือทิ้ง ธรรมชาติเตรียมมาให้พร้อมแล้วครับ เหมือนกับพระธรรมชาติสร้างตา สมอง หัวใจ ให้เราใช้ให้เป็นเลยนะครับพี่ หากเราใช้ไ่ม่คุ้มค่า นี่เสียคนเลยนะครับ เพราะคนอื่นใช้แต่กลับไ่ม่ใช้ แบบนี้นับว่าพลาดหนักครับผม
ขอบคุณมากครับ ทำให้ผมได้คิดมากขึ้นครับ เราต้องมองให้รอบด้านครัีบ ว่าพายุร้ายมาจากทางไหน ควรหลบอย่างไร เพราะในที่สุดพายุก็ขึ้นไปค้างบนพื้นทวีปอยู่ดีครัีบและจบตรงนั้นครัีบ สลายร่างให้สรรพสิ่งเรียนรู้กันต่อไปครับ
ขอบคุณพี่มากครับ
สวัสดีครับคุณปู
มาเร็รวววววครับผม ทำหนมจีนมาฝากแล้วครับ ชวนพี่น้องญาติมิตรในโกทูโนว์มาทานด้วยกันครับผม
เรื่องการเปิดใจนี่ ทำได้แต่ใจเรานะครับปู บางทีคนเรารักกันชอบกัน คุยกันถูกคอ แต่มองเจตนาของอีกฝ่ายผิดไปครับ เพราะไม่เปิดใจนี่ล่ะครับ ปัญหามันจึงเกิดมากกว่าปัญญาไงครับ บางทียิ่งทำให้ปัญหามันถลำลึกเข้าไปอีกครับ จึงเป็นปัญหาที่แก้ไขให้ใครไม่ได้ครับ จึงได้แค่บอกว่าทำใจ กันแค่นั้นครับ แต่หากใจไม่เปิดอย่างที่ปูว่าก็ทำใจยิ่งยากหรือแทบทำไม่ได้เลยครับปู
ต้องระวังตัวเราเอาไว้นะครับ เครียดเปล่าๆ ครับ อิๆๆ กินหนมจีนกันดีกว่านะครับทุกท่าน ทานให้อร่อยนะครับ ทำสดๆ เลย ถ่ายรูปแล้วเอามาขึ้นให้เลยนะเนี่ย อิๆๆๆ
ขอบคุณมากๆ ครับผม
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
สวัสดีครัีบคุณแหวว พชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์
สบายดีไหมครับ คิดถึงเช่นกันครัีบผม ขอบคุณมากๆ เลยนะครัีบ พอดีอยากจะลองเปิดบล็อกใหม่แบบธรรมดา ไ่ม่มีการตกแต่งบล็อก เขียนแต่ข้อมูลที่อยากเขียนในเรื่องธรรมดา ที่เราพอจะมองเห็นนะครับ
อากาศเป็นไงบ้างครับ รักษาสุขภาพนะครัีบ
ขนมจีนน่ากันมากเลยครับ เห็นแล้วหิว
สวัสดีครับคุณตาหยู
สบายดีนะครับ ท่านด้วยกันเลยครัีบผม ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะครับผม รักษาสุขภาพนะครัีบ
สวัสดีค่ะ คุณเม้ง
สวัสดีครัีบคุณ ใบไม้ย้อนแสง
ขอบคุณมากๆ เลยครับ สาธุ ครัีบ จะค่อยทยอยเขียนออกมาในตอนต่อไปนะครัีบ เรื่องการบูรณาการใจครับผม
สนุกในการทำงานนะครัีบ