เรารักษ์ภาษาไทย

                                                เป็นคนไทยพูดภาษาไทยต้องให้ชัด
                                         คุณสมบัติไทยแท้แน่นอนยิ่ง
                                         ไม่พูดตัว  ร  เรือ เป็น ล  ลิง
                                         น่าขันยิ่งฟังไม่เพราะเหมาะเหมือนใจ                                  
                                                ออกเสียงผิดความหมายผิดย่อมแปรเปลี่ยน
                                           เพราะพูดเรียนเป็นเลียนน่าสงสัย
                                          เรียนหนังสือใช้  ร เรือ เสมอไป
                                          ใช้ ล ลิง ไม่ได้ผิดทันที  ฯ
                                                พูดชัดดีเป็นคนมีการศึกษา
                                           พูดไม่ชัดนั้นน่าละอายยิ่ง
                                           ควรฝึกฝนตั้งใจอย่างแท้จริง
                                           คำควบกล้ำนั้นยิ่งต้องฝึกปรือ ฯ
                                                                  ศาสตราจารย์  ดร. สุจริต  เพียรชอบ


                     ในปัจจุบันนี้ภาษาไทยได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยอิทธิพลของการสื่อสารในโลกที่เป็นสากล  คนรุ่นใหม่พูดภาษาไทยน้อยลง  พูดภาษาไทยไม่ชัด  พูดเพี้ยนไป    มีการเลียนเสียงภาษาต่างประเทศทำให้เสียงวรรณยุกต์เคลื่อนหรือเลื่อนไป
                    จากบทประพันธ์ข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันการออกเสียงภาษาไทย
ไม่ถูกต้องและชัดเจน  หลายคนไม่เห็นความสำคัญของภาษาไทย  ไม่ว่าจะเป็น ภาษาพูดหรือภาษาเขียน จึงทำให้พูดผิด  เขียนผิด  เช่น  การใช้ภาษาของดารา  นักร้องบางคนก็ควรจะเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง  เพราะวัยรุ่นมักจะชอบเลียนแบบดาราที่ชื่นชอบ
                  ครั้งหนึ่งได้ฟังนักร้องดังคนหนึ่งพูดทักทายแฟนเพลงขณะที่ร้องเพลงว่า  “ สวัสดีคะ ”ซึ่งควรใช้ “ สวัสดีค่ะ ”  จึงจะถูกต้อง  เพราะ  คำ  คะ  ค่ะ  นี้ใช้ต่างกัน  คะ จะใช้เป็นคำถาม  เช่น “ สบายดีไหมคะ ”  ส่วน  ค่ะ  ใช้เป็นคำขานรับ  เช่น  “ สบายดีค่ะ ”        เป็นต้น
                        การออกเสียงไม่ถูกต้องก็เป็นปัญหาในการสื่อสาร เช่น  แม่บ้านคนหนึ่งตะโกนบอกสามีว่า “ พ่อลาขึ้นบ้าน ” สามีตอบว่า “ ก็ไล่มันไปสิ ”  เพราะเข้าใจว่า ลา
คือ สัตว์สี่เท้า  แต่จริงๆ แล้ว คือ เชื้อรา  เพราะออกเสียงผิด  ทำให้ความหมายผิดไป  นักวิชาการหลายท่านได้ออกมารณรงค์ให้ออกเสียง ร เรือ  และคำควบกล้ำให้ถูกต้อง
                      มีการจัดสัมมนาหลายหน่วยงาน  ซึ่งผู้เขียนก็เคยเข้าร่วมสัมมนาด้วย              นักวิชาการ กลัวว่าต่อไปในอนาคตจะต้องเลิกใช้  ร  เรือ เป็นแน่  เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญและไม่ออกเสียง  ร  เรือ เวลาพูด  เช่น  โรงเรียน เป็น โลงเลียน เรียบร้อย เป็น เลียบล้อย  เกรงกลัว เป็น เกงกัว ฯลฯ  หรือคำควบกล้ำก็ไม่ออกเสียง  ภาคกลาง เป็น ภาคกาง  ครอบครัว เป็น คอบคัว เป็นต้น  บางครั้งผู้เขียนเคยสอบถามนักเรียนที่มาใช้บริการร้านหมอภาษา  นักเรียนบอกว่า ออกเสียง ร เรือ ไม่ได้  เพราะไม่เคยฝึกรัวลิ้น หรือบางคนออกเสียงได้แต่ลืมออกเสียง เพราะการออกเสียงเป็น ล ลิง จะง่ายกว่าตามความเคยชินบางคนบอกว่าอายเพื่อน  เพราะส่วนใหญ่ไม่ออกเสียง ร เรือ  เมื่อได้ฟังแล้วน่าเป็นห่วงเราคงไม่อยากให้ ร เรือ เป็นภาษาที่ตายไปหรือต้องเลิกใช้
                      บางคนออกเสียง ล ลิง เป็น ร เรือ ก็มี  เช่น “ ไม่ไปแร้ว ”  ออกเสียง แล้ว เป็น แร้ว  ปัญหาการออกเสียง ร เรือ ล ลิง  มีมาก จนผู้เขียนกำลังทำวิจัย   เรื่อง การออกเสียง ร เรือ  ล ลิง  นักเรียนส่วนใหญ่ที่ไม่ออกเสียง ร เรือ  เพราะกระดกลิ้นไม่ได้ หรือบางคนออกเสีย ร เรือ ได้ แต่อายที่จะพูด  บางคนลืมออกเสียงด้วยความ   เคยชินกับการออกเสียงเป็นเสียง ล ลิง มากกว่า  เพราะไม่ต้องกระดกลิ้น  บางคนตั้งใจออกเสียง ร เรือมากเกินไปก็ทำให้ไม่เป็นธรรมชาติ  นักเรียนหมอภาษาทุกคน ถูกปลูกฝังให้ออกเสียง ร เรือ  ล ลิง  คำควบกล้ำให้ชัดเจนเพื่อจะได้เป็นสื่อ    ในการออกเสียงภาษาไทยให้กับบุคคลใกล้เคียง  เช่น  พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือเพื่อน  หากทุกคนระวังและตระหนักในการออกเสียงอยู่เสมอๆ จะทำให้ออกเสียงได้ถูกต้อง  บางครั้งเรานั่งชมโทรทัศน์  ฟังพิธีกรหรือผู้ใหญ่บางคนออกเสียงไม่ชัดเจนยังรู้สึกไม่สบายใจ  เพราะกลัวว่าเด็กๆ จะเอาเป็นตัวอย่างเวลาที่เราพูดคุยกับผู้อื่น ลองสังเกตดูว่า เมื่อเราออกเสียงถูกต้องเขาก็จะพยายามออกเสียงให้ถูกต้องตามเช่นกัน
                      การฝึกออกเสียง ร เรือ  ขั้นแรกต้องฝึกรัวลิ้นก่อน  ฝึกพูด ฝึกอ่านออกเสียงจากแบบฝึกหัดทั้งคำ ร เรือ  ล ลิง และคำควบกล้ำ การร้องเพลงก็เป็นการออกเสียงที่ดีเหมือนกัน เพราะทำให้ผ่อนคลายได้  เด็กๆ จะชอบร้องเพลงหรือ อ่านหนังสือการ์ตูน เราก็ฝึกให้เขาออกเสียงให้ถูกต้อง และให้เขาเล่าเรื่องที่อ่านด้วย  ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง จากการสังเกตนักเรียนที่ชอบอ่านหนังสือที่นอกเหนือจากหนังสือเรียนแล้วนักเรียนจะเป็นผู้ที่ใช้ภาษาค่อนข้างดี  มีเหตุผล  เรียนดีเป็นส่วนใหญ่  เขาจะอ่านหนังสือคล่องมาก ส่วนนักเรียนที่เรียนอ่อนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอ่านหนังสือจะใช้เวลาว่างในการวิ่งเล่น  ชมโทรทัศน์  เล่นเกม  ฉะนั้นการสนับสนุนให้เด็กๆ อ่านหนังสือเป็นเรื่องดี  ให้อ่านหนังสือทุกชนิด ไม่ใช่อ่านการ์ตูนอย่างเดียวค่ะ  ลองให้อ่านหนังสือพิมพ์บ้าง  ผู้ใหญ่ต้องกระตุ้นให้อยากอ่านก่อน โดยเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังเพื่อเร้าใจ      ให้ติดตามตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์  เรื่องสั้น  นวนิยาย  ฯลฯ
                      มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปห้องสมุดพบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/6  ชื่อเด็กชาย ศักดิโชติ  เพชรสม  กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่  คุณแม่มารับกลับบ้าน เขาบอกคุณแม่ว่ายังอ่านไม่จบ ให้คุณแม่อ่านหนังสือรอก่อน  แทนที่จะบอกว่าให้ คุณแม่นั่งรอก่อน คุณครูฟังแล้วรู้สึกภูมิใจแทนคุณแม่มาก เมื่อสอบถามบรรณารักษ์ ได้ความว่าเด็กคนนี้ชอบอ่านหนังสือเป็นประจำ หนังสือที่อ่านเป็นวรรณกรรมหรือ นวนิยายที่ค่อนข้างยาวมาก
                      หากเด็กไทยทุกคนรักการอ่านจะทำให้ประเทศชาติมีเยาวชนที่มีความรู้กว้างขวางสามารถนำความรู้มาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศได้  โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทราได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็น      การฟัง  การพูด  การอ่าน  การเขียน  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการจรรโลงค่าและอนุรักษ์  ภาษาไทยให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป
                                                                                   
                                                             ครูลักษณา   สังฆมาศ
                                                    หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย