จากการศึกษานักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในสถานศึกษาในภาพรวม อยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายละเอียด พบว่า นักเรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โทรทัศน์ ได้เป็นอย่างดีมากตามลำดับ ส่วนในระดับดี ได้แก่การใช้ Internet การพิมพ์ด้วย word processing และการนำเสนอผลงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตามลำดับ ส่วนการทำข้อมูลประมวลผลมีน้อยที่สุด แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความรู้ ความสามารถ สนใจใฝ่รู้มีความสนใจในเรื่องคอมพิวเตอร์มากซึ่งสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันที่เด็กและเยาวชนของชาติต้องพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพในอนาคต
แหล่งเรียนรู้คอมพิวเตอร์ของนักเรียน ส่วนใหญ่เรียนจากครูที่โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 81.76 เรียนด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 44.65 เรียนจากเพื่อน คิดเป็นร้อยละ 34.28 เรียนจากบ้าน(พ่อแม่ หรือ พี่น้อง) คิดเป็นร้อยละ 27.67 เรียนจากนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน คิดเป็นร้อยละ 23.90 เรียนจากโรงเรียนคอมพิวเตอร์นอกโรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 8.18 และเรียนทางไกล หรือ จาก Help คิดเป็นร้อยละ .63 แสดงให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้เรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์จากครู เป็นหลัก แล้วจึงไม่ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง 2.11 สภาพการใช้คอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดให้ของนักเรียน รายการ ที่นักเรียนส่วนใหญ่ใช้มากในเรื่องเล่นเกมส์ แสดงให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเล่นเกมส์มากกว่าใช้ทำอย่างอื่น นอกจากเล่นเกมส์แล้วยังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อจัดทำรายงาน และผลิตผลงานต่าง ๆ นับว่ายังดีแม้ว่านักเรียนจะใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมส์แล้วก็ยังใช้คอมพิวเตอร์เพื่อจัดทำรายงาน และผลิตผลงานต่าง ๆ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือนักเรียนไม่นิยมใช้เพื่อรับส่ง e-mail เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและไม่นิยมใช้การติดต่อสื่อสารพูดคุยกันทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่านักเรียนส่วนใหญ่นิยมเล่นเกมส์มากกว่า
ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการและให้บริการทางการศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่ใช้ห้องสมุด ห้องสำนักงาน ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญห้องสมุดมากจึงได้จัดให้ห้องสมุดของสถานศึกษามีอุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้ให้ครู และนักเรียนได้ค้นคว้าสืบหาข้อมูลที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน นอกจากจัดอุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้ในห้องสมุดแล้ว ผู้บริหารสถานศึกษายังได้จัดอุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้ในห้องสำนักงาน แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารให้ความสำคัญในการบริการมากกว่าการบริหารจัดการ นอกจากนั้นก็นำมาใช้ในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาการใช้อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทางสถานศึกษาจัดไว้ให้ครู นักเรียนได้ใช้นั้นปรากฏว่าครูใช้คอมพิวเตอร์ในห้องสำนักงานมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าที่ครูใช้คอมพิวเตอร์ในห้องสำนักงานงานนั้นอาจเป็นเพราะว่ามีความสะดวกมากกว่าที่จะไปใช้ในห้องสมุดเพราะในห้องสมุดอาจจะไม่สะดวกเพราะนักเรียนก็มาใช้ด้วย และอุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาจมีไม่เพียงพอ และเมื่อพิจารณาถึงสถานศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาคอมพิวเตอร์มากที่สุด แสดงให้เห็นว่าในการพัฒนาการเรียนการสอนนักเรียนจะได้รับการเรียนรู้มากที่สุดในวิชาคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเป็นวิชาที่เรียนกับคอมพิวเตอร์จึงเห็นภาพได้ชัดเจน ส่วนในวิชาอื่นๆ ก็พอมีบ้างแต่ไม่มาก ครูอาจนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นบางครั้งหรือนานๆ ครั้งเท่านั้น
" การใช้ ICTของนักเรียน"[ออนไลน์]เข้าถึงได้
ตามน้องจิมา