เรื่องจริงที่เกิดขึ้น

ชะนี

ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณผู้หญิงทั้งหลายจึงเกลียดชะนีกันนัก ไม่รู้ว่าเจ้าสัตว์หน้าขน ตาแป๋วแหววบ้องแบ๊วที่กระโดดห้อยหัวอยู่ตามสุมพุมพุ่มไม้มันไปมีความผิดอะไร ถึงได้เกลียดมันนัก

           ยามเมื่อคุณเกิดอารมณ์เสียก็มักสรรเสริญฝ่ายตรงข้ามว่า "อีชะนี" บ้างหล่ะ  "อีวอก" บ้างหล่ะ

            ฝ่ายที่ถูกด่าก็รู้สึกเจ็บแสบเหมือนโดนกะปิ

            ไม่รู้ว่าที่โกรธนั้นเพราะความหมายมันโดนใจ หรือเพราะร้อนตัวไปเองกันแน่

            ชะนีอยู่ในป่ามันร้อง ผัว...ผัว...  แต่ชะนีในเมืองกลับร้องกรี๊ด...กรี๊ด  อย่างไรมันก็แค่เสียงร้องของชะนีก็เท่านั้น ไอ้เรานี่สิชอบไปวุ่นวายกับเผ่าพันธุ์ของคนอื่นดีนัก ทำให้ชะนีประเทศไทยเสียชื่อเสียงหมดแล้ว

            นี่ผมไม่ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ให้ชะนีหรอกนะ เพียงแต่ผมเคยเห็นผู้หญิงบางคนเวลาทะเลาะกัน ดันไม่ยอมด่ากันเอง กลับมาด่าชะนีเสียนี่

            หลายคนตบกันอยู่ตามถนนหนทางให้ชาวบ้านดู เสื้อแสงหลุดลุ่ยจนต้องยืนลุ้นว่ากางเกงของเจ้าหล่อนจะหลุดออกมาอีกชิ้นหรือเปล่า เป็นที่สนุกสนานของไทยมุงไป

            เหตุการณ์วันนั้นผมถูกสั่งให้รอเจ้านายอยู่ใกล้ ๆ ริมถนน มีผู้หญิงสองคนขี่รถมอเตอร์ไซด์สวนกันเธอตะโกนด่าใส่กันว่า "อีวอก อีนังชะนีชั่ว"  ส่วนอีกคนก็ด่าสวนกลับมาว่า  "มึงสิ อีชั่ว อีวอก" (ผมตกใจสะดุ้งโหยงๆ)

            เธอทั้งสองวนรถกลับมายังจุดที่ผมอยู่  ต่างฝ่ายต่างปราดเข้าหากัน ทั้งหมัด ทั้งศอก ทั้งมือ ทั้งเท้า  ฟาดกันนัวเนีย  ทำให้พอเกิดความตื่นเต้นขึ้นบ้าง ผมเห็นเธอทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยง  ล้มกลิ้งหัวหกก้นขวิด แต่ปากก็ยังด่าว่าชะนีอยู่เช่นเดิม "อีชะนี น้ำหน้าอย่างมึงต้องโดนตบด้วยเกือก อีวอก"

            พั๊ว.....เพี๊ยะ.....เสียงมือกระทบแก้ม เสียงแข้งกระทบอก เหตุการณ์เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ผู้หญิงอีกคนล้มลงไป ส่วนอีกคนนั่งค่อมเอาเข่ากดลงตรงหน้าอกเธอ  แล้วตบซ้าย ตบขวา เข้าจังหวะเหมือนเวลาทหารวิ่งออกกำลังกาย จะร้องว่า "หนึ่ง...สอง, ...สาม...สี่....."  แต่งานนี้เสียงมันดังว่า "พั๊ว...เพี๊ยะ....พั๊ว...เพี๊ยะ" เข้าจังหวะดีแท้ๆ พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด สลับกับเสียงด่าทอเหมือนอย่างในละครทีวีเรื่องตามล่าอีตอแหล ที่นางร้ายกำลังถูกนางเอกตบเช่นนั้นเลย

            ส่วนตอนนี้เริ่มมีกองเชียร์เข้ามาร่วมให้กำลังใจทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้น ทำให้รถติดระนาว ผู้คนที่อยู่บนรถต่างจ้องมองด้วยความสงสัย  บ้างก็ยิ้ม บ้างก็ทำหน้าเหยเก หันกลับมาดูจนคอแทบเคล็ด

            อีกสักครู่พ่อเจ้าประคุณตัวปัญหา โผล่เข้ามาแยกมวยหญิงคู่พิเศษออกจากกัน ฝรั่งกลุ่มใหญ่ที่มุงอยู่ก็ร้องโฮ...ด้วยความเสียดาย

            ก็นี่แหละทำให้ผมทราบว่า แท้จริงแล้วไอ้เจ้าฝรั่งกลุ่มนั้น มันฟังภาษาไทยรู้เรื่อง  ก็คุณผู้หญิงที่ตบกันนั่นสิ  หันไปเอ็ดเสียงดังว่า "โห่หาเตี่ยมึงเหรอ"  คุณเชื่อไหม...ฝรั่งวงแตกทั้งกลุ่มเลย โถ..โถ...โถ...ฝรั่งมุง  เกือบโดนสอยแล้วไหมล่ะ เวลาลุ้นไม่ต้องส่งเสียงเชียร์ก็ได้ ดันไปโห่ฮาเพราะเสียดายที่อดดูมวยหญิงคู่พิเศษ....เห็นไหมเกือบโดน....เข้าแล้ว

            ผู้ชายคนนั้นพยายามลากผู้หญิงคนหนึ่งออกจากที่เกิดเหตุ หรือเรียกอีกอย่างว่าสนามรักสนามรบก็ไม่ผิด  เธอทำท่าจะไม่ยอม หยิบสิ่งของขว้างปาใส่คู่กรณี  และด่าทอไม่ขาดจังหวะ "อีชะนีมึงไม่แน่จริงนี่หว่า  มาวัดกับตูตัวๆ สิวะ อย่าหมาหมู่" ส่วนอีกคนก็ยืนทำท่าจังก้าท้าตบ ตะโกนโหวกเหวกอยู่ห่างๆ และ ค่อยๆ เดินถอยหลังทีละก้าวไปเรื่อยๆ พร้อมกับตอบว่า "โธ่เอ้ย...อีชะนีแน่จริงมึงอย่าหนีสิโว้ย......"

            เห็นไหมครับท่านผู้อ่าน ชื่อเสียงชะนีไทยป่นปี้หมดแล้ว มัวแต่ไปด่าชะนีกันอยู่ได้  ฉันผิดตรงไหนในฐานะชะนี ตัวผู้  ไม่เข้าใจจริงๆ พวกเราไปทำอะไรให้เดือดร้อนมิทราบ  ทะเลาะกันเองก็ด่ากันเองสิเอา  มาด่ากันทำไม หรือเดี๋ยวนี้เป็นจริงอย่างที่เขาบอก ผู้ชายมันหาทำพันธุ์กันยากจึงต้องมาทะเลาะแก่งแย่งรุมด่าชะนีกันซะขนาดนี้ จนผู้หญิงบางคนเปลี่ยนจากคนสุภาพสตรี ดี ๆ กลายเป็นคุณสุภาพชะนีไปเสียแล้ว (ผมย้ำนะว่าผู้หญิงบางคน)

            มิน่าเล่าชะนีตัวเมียในฝูงถึงฤดูผสมพันธุ์แย่งตัวผู้กันที เดี๋ยวนี้พวกหล่อนจะร้องว่า "ผัวขา...ผัวขา...ผัวขา...." ไม่ร้อง "ผัว..ผัว.........." เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

            ผมไปดีกว่ากลัวถูกตบ เจ้านายมารับแล้ว เห็นบอกว่าจะพาผมไปเที่ยวภัตตาคารอาหารป่า แล้วจะพาไปอาบน้ำร้อนต่ออีกด้วย

            "ขอให้โชคดี"  ชะนีอวยพร..... ผัวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ