วันนี้ ขอต่อเรื่องราวที่รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ บรรยายให้จบนะครับ ในส่วนของกรอบการวิเคราะห์ความขัดแย้ง Conflict Mapping or Conflict Analysis Frameworkทำไมต้องมาวิเคราะห์ความขัดแย้ง ก็เพราะ เมื่อเกิดความขัดแย้ง ปัญหาก็คือจะมีความสับสน ความสัมพันธ์ของฝ่ายต่างๆเปลี่ยนแปลงไป บางทีเฉียบพลันรุนแรง ผลที่ตามมาอาจจะเกิดความรุนแรง จึงต้องมีการวิเคราะห์ความขัดแย้ง โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Conflict mapping(อเมริกัน) หรือ Conflict Assessment Framework (แคนาดา) มีคำถามว่าใครจะเป็นคนใช้กรอบวิเคราะห์ความขัดแย้ง และใช้เพื่ออะไร ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ใช้เพื่อทำความเข้าใจความขัดแย้งในมุมมองของตัวเอง หรือคู่กรณีใช้ร่วมกันเพื่อเข้าใจว่าคู่กรณีอีกฝ่ายมีความคิดอย่างไร ถ้าเราเป็นคนกลางก็ใช้เพื่อทำความเข้าใจความขัดแย้งและเป็นเครื่องมือในการหาทางออกร่วมกัน
อาจารย์บอกว่า เวลาที่จะดูหรือวิเคราะห์ความขัดแย้ง ให้ดู
-สภาพของความขัดแย้ง
-ใครเกี่ยวข้องบ้าง
-สาเหตุ มาจากอะไร
-ความเชื่อที่แตกต่างกัน
-เป้าหมาย ผลประโยชน์
-พลวัตของความขัดแย้ง
-บทบาทแนวโน้ม (เป็นของนักวิชาการท่านหนึ่ง ผมจดไม่ทัน พอล เวียร์ หรืออะไรซักอย่างนี่แหละครับ ใครรู้ช่วยบอกกันด้วยครับ)
นักวิชาการอีกคนหนึ่งโปรเฟสเซอร์ เดนิส ซันโดเล่
บอกว่าให้ดู ๓ ส่วนหลัก
๑.ใครเกี่ยวข้อง ประเด็นปัญหามีอย่างไร วัตถุประสงค์คืออะไร
๒.ในระดับตัวบุคคล ระดับสังคม ระดับนานาชาติ อำนาจในการตัดสินใจแก้ปัญหา เป็นอย่างไร
๓.มีวิธีคิดและจะจัดการอย่างไรบ้าง
อาจารย์บอกให้ศึกษาเพิ่มเติมในเอกสารที่แจก กลุ่มผู้ไกล่เกลี่ยจากแคนาดาเขาทำและเอาไปใช้ได้ผล และอาจารย์ได้นำมาทดลองใช้ในบ้านเราบางอย่างก็ใช้ได้ผลดี
เวลาเราวิเคราะห์ให้ดูว่า ๑.ประเด็นปัญหาคืออะไร ๒.แต่ละปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร ๓.ศึกษาความเป็นมา ๔.แนวทางที่เคยจัดการมาแล้ว เช่น ในอดีตเคยใช้วิธีการใดแก้ปัญหามาบ้าง อาจเคยมีการจัดเวทีสาธารณะหรือเจรจากันมาก่อน ประสบการณ์เก่าอาจมีผลต่อความรู้สึกของฝ่ายต่างๆ ต่อวิธีการแก้ปัญหา เช่น ไม่จริงใจในการแก้ปัญหา รับปากให้พอผ่านไปแล้วไม่ทำอะไร การแก้ปัญหาก็จะยิ่งยากไปเรื่อยๆ ๕.เป็นความขัดแย้งแบบไหน (๑.ความขัดแย้งที่มาจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างกลุ่ม ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร
สาธารณชนหรือสื่อมวลชนมีความเห็นอย่างไร
ความไม่มั่นคงทางการเมืองก็มีส่วนในการแก้ปัญหาความขัดแย้งเพื่อหาเสียง
๒.ความขัดแย้งที่มาจากผลประโยชน์แต่เขาจะรวมถึงความกลัว ความกังวล ความห่วงใย ความต้องการ ๓.ความข้ดแย้งเรื่องข้อมูล (ความน่าเชื่อถือของข้อมูล การตีความหมายที่แตกต่างกัน) ๔.ความขัดแย้งจากค่านิยม (เช่น.-ความเชื่อ,ศาสนา) ๕.ความขัดแย้งเรื่องโครงสร้าง(ชนชั้นทางสังคม กฎหมาย สิทธิ พลัง) เรื่องนี้ ศจ.นพ.วันชัย ได้พูดแล้วลองไปทบทวนของท่านดูนะครับ)
เราต้องดูต่อไปอีกว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร หาผู้เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุดและดึงเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุดมากกว่าที่จะกีดกันเขาออกไป(ถ้าจำนวนกลุ่มเขามีมากก็ต้องให้เขาแต่งตั้งตัวแทนแต่ต้องตรวจสอบตัวแทนด้วยว่าเป็นตัวแทนจริงๆหรือเปล่า มีกี่กลุ่ม ครบทุกกลุ่มหรือไม่) เรามาดูลงลึกไปอีกนิดนะครับ อาจารย์บอกว่าเมื่อวิเคราะห์ปะะเด็นปัญหาได้แล้ว ก็ต้องดูต่อว่า
๑.ใครเกี่ยวข้องบ้าง
-ใครเกี่ยวข้องบ้าง
-ผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวข้องในฐานะส่วนบุคคลหรือในนามกลุ่ม
-ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนได้-เสียอย่างไร
โดยทั่วไป จะมีกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ และ NGO เพื่อมาคอยช่วยเหลือ และเมื่อรู้ว่าใครแล้วก็ต้อง
๒.ดึงเข้าร่วม
-หาผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด
-ให้กลุ่มคัดเลือกตัวแทนกันเอง
-เปิดทางให้สาธารณชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้
-ถ้ารู้ผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่มได้ ผลประโยชน์ (ความต้องการ ความหวัง ความรัก ความกลัว ความกังวล,สิทธิ,ความรับผิดชอบความผูกพัน) ของผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายคืออะไร
มีผลประโยชน์ร่วมกันในประเด็นปัญหาสำคัญบ้างหรือไม่
เช่น หวยออนไลน์ กับคนพิการ ต้องให้เขาพูดว่าความกังวลของเขาคืออะไร
๓.นโยบายรัฐบาล
ประเด็นปัญหาต่างๆมีข้อเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ นโยบายของรัฐอย่างไร
หน่วยงานไหนมีอำนาจตัดสินใจ
การตัดสินใจกระทำที่ระดับใด บางเรื่องตัดสินที่ ครม.หรือที่ รมต.หรืออธิบดี อาจารย์บอกให้ดูในชีต (ซึ่งลองอ่านดูแล้วน่าสนใจมากเพราะเหมือนจะเป็นกรณีตัวอย่างว่าถ้าขัดแย้งในระดับนี้ควรทำอย่างไร ควรระวังในเรื่องอะไรบ้าง ก็คงต้องเอามาปรับใช้เป็นกรณีๆไป เพราะเป็นกรณีศึกษาของต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือการนำมาใช้ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของเรื่องราวนั้นๆ รวมทั้งพื้นที่ และวัฒนธรรม นี่ผมว่าของผมเองนะ ถูกผิดยังไงไม่ทราบแต่เราร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ในบันทึกนี้ครับ ท่านจะเป็นนักศึกษาหลักสูตรนี้หรือไม่ก็ตาม แต่นี่คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ถ้าเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากๆ นี่คือทิศทางไปสู่ความสำเร็จจุดเล็กๆจุดหนึ่งที่จะเริ่มจากตรงนี้ครับ)
เรื่องนี้จบไม่ลงที่สองภาคแล้วครับ ผมขอเป็นสามภาคก็แล้วกันนะครับ แต่วันนี้ผมจะลงให้จบทุกภาคเพียงแต่ว่ากันทีละตอนนะครับ บ่ายนี้สัก๑ ตอน เพื่อให้ท่านได้อ่านแล้วคิด และแสดงความคิดเห็น แล้วดึกๆอีกสักตอน เพราะเขียนยาวไปท่านจะเบื่อ ผมจะสนุกอยู่คนเดียวมันผิดหลักการ อิอิ แต่ที่เขียนยาวเพราะเดือนนี้เราว่างทั้งเดือน ก็จะมีเวลาในการอ่านทบทวนบทเรียน แล้วนำวิชาการมาวิเคราะห์ปัญหาของบ้านเมืองเรา ท่านใดที่เกี่ยวข้อกับความขัดแย้ง ณ จุดใดของประเทศ จะเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นก็ได้นะครับ เพราะพวกเราอยากได้ข้อมูล เดือนหน้าเราจะไปศึกษาความขัดแย้งที่จังหวัดระยองเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มของผมรับผิดชอบเรื่องเมืองอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน อยากรู้ว่าภายในเมืองอุตสหกรรมมีความพร้อมทุกอย่างมีระบบสาธรณูปโภค แต่รอบเมืองอุตสาหกรรมไม่มีความพร้อมจะเกิดอะไรขึ้น ใครมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อัดเข้ามาได้เลยครับ...อิอิ
ผมว่าของท่านอัยการชาวเกาะ น่ารวมได้ 1 เล่ม เกี่ยวกับบทเรียนในหลักสูตร สสสส.1 รวมตั้งแต่ปฐมเทศจนถึงบทปัจจุบันเดือน ก.คงนี้ครับ อิอิอิ สมาชิกว่าไงครับ
สวัสดีค่ะท่านพี่อัยการ
หนิงมาเรียนรู้ด้วยคนนะคะ ต้นเดือนหน้าจะไปขอกอด และเรียนรู้ที่ 814 นะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอัยการ เอาสิ่งที่เรียน มา mapping กับ สถานะการณืปัจจุบัน หรือยังครับ..น่าสนใจนะครับ ว่า จะทำ conflict management อย่างไร?
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
* มาหลบเรียนหลังห้องเงียบๆ ค่ะ *
ขอบคุณค่ะ .. หลังจากวิกฤติครานี้
การจัดการความขัดแย้งคงได้นำมาใช้
และเป็นที่ฮือฮา มากขึ้น ? คะ
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
นักวิชาการที่ท่านกล่าวถึง คือ Paul Wehr ค่ะ อ้อยแปะลิงค์มาให้ตามข้างล่างนะคะ ลิงค์นี้ จะอธิบายการประเมินหรือวิเคราะห์ความขัดแย้งของ Wehr และมีเว็บไซต์ของตัวเองเพื่ออธิบายความรู้ด้านความขัดแย้งนะคะ ลองติดตามไปดูได้ค่ะ มีเยอะจนเพลียค่ะ อิอิ
http://spot.colorado.edu/~wehr/40GD1.HTM
สวัสดีครับ
ปัญหาความขัดแย้งที่ปรากฏอยุ่ในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องใหญ่เหลือเกิน
เป็นเรื่องที่น่าจะต้องช่วยกันวิเคราะห์เป็นเรื่องแรก
เพราะหากความขัดแย้งนี้ทำให้สังคม......เป็นไป
น่าเสียดายยิ่งครับ
สวัสดีครับบังยุบ
หากงานสรุปย่อของผมจะมีประโยชน์แก่เพื่อนนักศึกษาและกับสังคม ผมยินดีให้นำไปใช้ได้เลย เพราะไม่ใช่ผลงานของผมแต่เป็นของอาจารย์ อิอิ
สวัสดีครับน้องหนิง
ยินดีที่จะได้เจอน้องอีก
คิดถึงครับ ว่าแต่ว่าจะมากันกี่คนล่ะ พวกผู้ชายไปนอนห้องผมก็ได้ ผู้หญิงห้าม อิอิ
สวัสดีครับลุง riceman
ถูกแล้วครับคุณลุง ถ้าแก้ปัญหาได้ถูกต้องและเป็นธรรมทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลับมาสู่สันติสุขแน่นอนครับ
คุณสะมะนึกครับ
ไประยองก็จะไปศึกษาเรื่องเหล่านี้แหละครับ ตอนนี้ในทีมก็เริ่มติดต่อประสานงานหาข้อมูลจากพรรคพวกแล้วครับ
สวัสดีครับคุณคนโรงงาน
ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการเรียนทฤษฎีกันอยู่ครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เรียนเรื่อง mind Mapping กำลังจะนำมาเล่าในต่อถัดๆไป ตอนนี้ได้เรียนรู้ทฤษฎีพอสมควร และกำลังจะออกภาคสนาม คราวนี้ก็ต้องทำ mapping กับเรื่องราวความขัดแย้งที่ระยองกันก่อน ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากก็มันมาก ที่คุณพิภพ ธงไชย มาเรียนด้วย แต่น่าเสียดายที่ที่ปรึกษารัฐมนตรีติดธุระไม่ได้มาเรียนด้วย ถ้ามาเรียนก็คงสนุกเพราะมีการเชิญขึ้นไปบนเวทีเพื่อให้เล่าข้อมูลความต้องการให้พวกเราได้ซักถามในสิ่งที่เราอยากรู้ แม้วันนั้นจะมีฝ่ายพันธมิตรมาเรียนฝ่ายเดียว แต่เราก็ซักถามกันมัน ผมจะนำมาเล่าในตอนถัดๆไปเช่นกัน ครับ
ในการเรียนจะมีการลงไปหาข้อมูลในพื้นที่จริงทุกภาคครับ เพื่อให้พวกเราได้วิเคราะห์และวางแผนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งตามจุดต่างๆ และในแต่ละจุดก็จะแบ่งกลุ่มนักศึกษาไปศึกษากันประมาณ ๙ หัวข้อแล้วกลับมาทำรายงานเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากันครับ
ข้อเสนอของคุณคนโรงงานน่าสนใจครับ ผมจะนำเสนอในกลุ่มของผมก่อนครับ แต่สงสัยว่าผมจะมีโอกาสได้เจอท่านไหมครับ หากเราไปลงพื้นที่แถวนั้น
สวัสดีครับน้อง poo
มาเรียนหลังห้องก็ไม่เป็นไร จะหลับบ้างก็ได้นะ อิอิ
ว่าแต่ว่าจะได้ไปพบพี่เมื่อไหร่ล่ะ
สวัสดีครับ อ.อ้อย
ขอบคุณที่ไปค้นมาให้ ถ้าร่วมกันเรียนรู้แบบนี้ก็สนุกสิครับ เดี๋ยวต้องไปบอกให้บรรดาเจ๊ดอกเตอร์ทั้งหลายช่วยแปล อิอิ ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง อิอิ
สวัสดีครับ ศน.เอื้องแซะ
ต้องตามอ่านเรื่องการวิเคราะห์ความขัดแย้งให้จบนะครับ มีสามตอนเขียนเสร็จแล้ว เพียงแต่รอนำขึ้นบันทึกเท่านั้น เพราะมีประสบการณ์ว่าพอนำขึ้นบันทึกติดๆกัน เขาอ่านกันไม่ทันครับ
ท่านอัครราชฑูตครับ
สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ก็คงคิดเช่นเดียวกัน ในหลักสูตรนี้จึงมีผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งหลากหลายครับ ทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายรัฐบาลมาเรียนด้วยกัน กลุ่ม NGO ที่ทำงานเกี่ยวกับสัญชาติ สิทธิสตรีและเด็ก สิทธิมนุษยชน ภาคเอกชน ภาคการเมือง ภาคราชการ ที่จะต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทั่วทุกภาคของเราเลยครับ
แต่ระยะแรกนี่จะเป็นการเรียนรู้ภาคทฤษฎีกันก่อนครับ แล้วเดือนหน้าจะเริ่มลงสนามแล้วครับ
ความขัดแย้งในสังคมขณะนี้ ดูจะลามไปทั่วประเทศแล้ว ฝ่ายรัฐบาลก็พยายามเติมเชื้อไฟอยู่ตลอดเวลา รู้ทั้งที่รู้ว่ากลุ่มพันธมิตรเริ่มจากการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มาวานนี้วันนี้ก็ประกาศว่าจะต้องยื่นแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ฝ่ายพันธมิตรจึงใช้โอกาสนี้ปลุกระดมคนทั่วประเทศ ฝ่ายเสื้อแดงก็ชอบใช้ความรุนแรง ผมเป็นห่วงเบี้ยในกระดานหมากรุกของทั้งสองฝ่ายครับ
เราในห้องเรียนโข่งวิทยามาจากต่างที่กัน มีเป้าหมายและวิธีการทำงานต่างกันค่ะ ยิ่งความคิดเห็นยิ่งต่างกันใหญ่ แต่ต้องมาเรียนกัน และคุยกัน ต้องมาสร้างสันติระหว่างกัน เป็นการบ้านที่ยากค่ะ
บางเวลา ก็ตื่นเต้นมา ท่านอัยการชาวเกาะต้องบันทึกถึง "วินาทีตื่นเต้น" นะคะ อ.แหววสังเกตเห็น "ศาสตร์และศิลป์ในการจัดการความต่าง" ในห้องเรียนของเราแล้วเช่นกัน
ที่สำคัญต้องพูดกัน โอกาสในการสร้างพื้นที่สันติ จึงจะเกิดขึ้นได้
การพูดกันคนละทีเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ต้องบอกคนที่ไม่เห็นด้วย แล้วออกไปเถียงนอกห้องว่า การกระทำเช่นนั้น ก็คือ การปิดโอกาสที่จะสร้างสันติสุขให้แก่สังคม
คุณ archanwell ครับ
สวัสดีครับ
จึงเป็นหลักสูตรที่ท้าทายและยากครับและที่ว่าต้องมาสร้างสันติระหว่างกัน ผมพอจะเห็นภาพครับ
เหมือนว่าเอาคนมาทดลองทะเลาะกันด้วยเหตุผล
ทำให้ผมคิดต่อไปว่าจะมีจุดร่วมใดสำหรับผู้เข้าเรียน
ความสมานฉันท์ในปลายทางหรือเปล่า
การที่มาจากที่ต่างกัน เป้าหมายและวิธีทำงานต่างกันพอเข้าใจครับ แต่ว่าเป้าหมายที่จะให้สมานฉันท์กันคงยากมาก
ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ผมเคยไปอบรมหลักสูตรผู้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับคลังสมอง วปอ.ซึ่งท่านเอกชัยเคยเป็นหัวหน้าโครงการ จุดที่รวมผู้อบรมไว้ด้วยกันคือในหลวง ไม่ว่าเราจะมาจากไหน แตกต่างกันอย่างไร พอถึงคำว่าทำเพื่อในหลวง ก็รวมหัวใจกันเป็นหนึ่งเดียวครับ
ในลักษณะเช่นเดียวกัน การอบรมสร้างสันติสุข สมานฉันท์นี้ หากมุ่งเป็นไปเพื่อแผ่นดิน เพื่อในหลวงผมคิดว่าพอจะเห็นปลายทางที่เป็นหนึ่งเดียว
ผมเห็นด้วยว่าในความขัดแย้งต้องมีการพูดกัน แม้จะพูดคนละทีก็ได้แต่ต้องประเด็นเดียวกันและอยู่ในที่เดียวกัน
ในพระวินัยของพระ จะมีเรื่องการระงับความขัดแย้งอยุ่ด้วย ผมว่าน่าสนใจนะครับ อาจลองเอามาศึกษาประกอบด้วยครับ
ขอบคุณครับ