• ตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อต้องเจอะเจอกับเข็มฉีดยาคราใดก็ไม่เคยวิ่งหนี แต่ใจลึก ๆ ก็กลัวมากอย่างบอกไม่ถูก ประมาณว่า ใจดีสู้เสือ อะไรทำนองนั้น
  • นึกถึงตอนเรียนประถม มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นนักเลงประจำห้องเพราะตัวใหญ่ ชอบรังแกคนตัวเล็กกว่าเสมอ ๆ แต่เขามีจุดอ่อนคือ กลัวเข็มฉีดยาและตัวหนอนทุกชนิด ทุกครั้งที่มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนเขาจะวิ่งหนี ร้องไห้ ทุกครั้งไป ในฐานะหัวหน้าห้องก็ต้องไปเยี่ยมเขาที่บ้านกับคุณครูเป็นประจำ หลังผมเลยกลายเป็นครูสอนพิเศษให้เพื่อน ๆ ที่เรียนอ่อนรวมทั้งเขาด้วย อิ อิ
  • ...ผมเริ่มไม่กลัวเข็มฉีดยาเมื่อประมาณปีที่แล้วนี่เอง ทั้งนี้เพราะได้เรียนรู้ธรรมะมากขึ้น คือ อำธรรมะเข้าช่วยประมาณนั้น...
  • ...แต่คราวนี้ต้องผ่าตัด...ฟังชื่อแล้ว...มันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ครับ...ประกอบกับจิตใจเราก็สงบนิ่ง คือมีความเสถียรมาระดับหนึ่ง แต่พอรู้ว่าต้องผ่าตัด สังเกตุเห็นได้ว่า ในความนิ่งมันมีฝุ่นละเอียดที่ตลบอยู่ภายใน...จนรู้สึกว่า เอ! อนิจจัง ใจเรายังไม่สงบนิ่งเพียงพออย่างที่เข้าใจกระมัง...
  • จริง ๆ แล้ว ผมเลิกฟังธรรม และภาวนาธรรม มาระยะหนึ่งแล้ว คือ ใช้ธรรมะแบบไม่ต้องฟัง ไม่ต้องภาวนา เข้าเผชิญโลกโดยมีธรรมะอยู่ในใจ และก็ได้ผลดีมาก จิตใจสงบมั่นคง และสติดีมากตลอดมา จนเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องผ่าตัด
  • เมื่อคืนจึงตัดสินใจพิจารณาธรรมดูใหม่อีกครั้งหนึ่ง พอสรุปได้ประมาณนี้ครับ
  1.  
    1. เพราะมีสิ่งนี้ จึงมีสิ่งนี้
    2. เราเกิดจากการมาประชุมกันของ ดิน น้ำ ลม ไฟ และสังวันก็จะสลายกลายเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ
    3. เกิด แก่ เจ็บ ตาย ใหญ่แค่ไหนก็เล็กกว่าโลง ไม่มีใครหนีพ้น (บ่อยครั้งที่เราลืมความจริงข้อนี้)
    4. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งปรุงแต่ทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีความเป็นตัวเป็นตน
    5. ทุกข์ก็สักแต่ว่าทุกข์ สุขก็สักแต่ว่าสุข เป็นสภาวะธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ใช่ของใครเกิดกับทุกคน ไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา
    6. ใช้ใจดูจิต พิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป
    7. ปิดสวิสต์สมอง ใช้ใจทำงานแทน นำชีวิตเข้าสู่โหมดปกติ เข้าสู่คลื่นอัลฟ่า
    8. ถึงเวลาเดินทางไปผ่าตัดแล้วครับ แล้วพบกันใหม่...