ในปีนี้เป็นการครบรอบ 2 ปีที่จะมีการจัดกิจกรรมโอดีของโรงพยาบาลที่จัดทำทั้งโรงพยาบาลนอกสถานที่ โดยถือเป็นการให้รางวัลกับการที่ได้เหรียญเงินรางวัล 5 ส ระดับประเทศด้วย โดยเราจัดกันอย่างเรียบง่าย ประหยัดใช้เงินประมาณ 3 แสนบาทกับเจ้าหน้าที่ทั้งโรงพยาบาล โดยแกนนำสำคัญคือทีม 5 ส และทีมศูนย์คุณภาพ แบ่งออกเป็น 3 รุ่น โดยรุ่นที่ผมเข้าร่วมเป็นรุ่นที่ 2 ในช่วง 10-12 มีนาคม 2549

                กิจกรรมที่จัดจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องกิจกรรม 5 ส กับบริษัทเวลลอยด์ ดีวีลอปเปอร์ที่สมุทรปราการ ที่เป็นบริษัทที่ได้รางวัลเหรียญเงิน 5 ส ด้วยกันและทางทีม 5 ส ได้ไปผูกมิตรไมตรีไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาขณะไปนำเสนอในการประกวด 5 ส ครั้งที่ 4 แล้วเดินทางไปทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ที่อำเภอชะอำ

                กิจกรรมโอดีของเรา ไม่มีวิทยากรภายนอก เรามีวัตถุประสงค์หลักก็คือให้เจ้าหน้าที่ต่างแผนกได้มาใช้ชีวิตสนุกสนานร่วมกัน เป็นการให้รางวัลชีวิตและเป็นการชาร์ตแบตเตอรี่ด้วย โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีการวางแผนกิจกรรมของแต่ละกลุ่มกันเอง มีหัวน้ากลุ่ม มีกรรมการจัดกิจกรรมกันเองภายใต้วงเงินประมาณ 1 แสนบาทกับเจ้าหน้าที่รุ่นละประมาณ 40-50 คน และในปีนี้ เราไม่ได้บังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนเพราะเป็นช่วงที่ลูกๆเจ้าหน้าที่กำลังจะหาที่เรียนกันหลายคน บางคนมีภารกิจเรื่องครอบครัว เราจึงให้ทุกคนไปโดยสมัครใจ ก็มีผู้ที่ไม่สมัครใจไปประมาณ 20 กว่าคน

                กิจกรรมโอดีรุ่นแรกที่ไปก็คุยว่ารุ่นของตนเองสนุกมาก เอารูปถ่ายกิจกรรมาลงอินทราเน็ตของโรงพยาบาลเพื่อโชว์ ทำให้รุ่นที่ 2 ของเราก็ต้องเตรียมตัวเต็มที่เพื่อให้ทุกคนสนุกกว่า เป็นการแข่งกันกลายๆ รุ่นที่ 2 นี้มีหมอไป 2 คนคือผมกับหมอศิวดล และมีน้องใหม่อีก 4 คนที่เพิ่งรับเข้าทำงาน ในคืนแรกเราก็มีการรับน้องกันเล็กน้อย โดยมิได้นัดหมายแต่พี่ๆก็สามารถต่อกันได้อย่างดี หลังจากรับน้องแล้วก็เป็นการรวมกลุ่มกันร้องเพลงเล่นกีตาร์ โดยผลัดกันเล่นกีตาร์ 2 ตัว เพราะมีคนเล่นกีตาร์ได้ 4 คนคือผม หมอศิวดล นภดล(วันต๊ะ)และมานพ ผลัดกันเล่นเพราะเจ็บนิ้ว ผมไม่ได้เล่นกีตาร์มาเป็นปี งานนี้ก็เลยเล่นเต็มที่ พอดึกๆก็เริ่มยอมแพ้เพราะเจ็บนิ้วมาก บรรยากาศการร้องเพลงมีทั้งเพื่อชีวิต ลูกทุ่งและวัยรุ่น เป็นการร้องเพลงหมู่แบบสหสาขาวิชาชีพจริงๆเลย เพราะมีนักร้องนักดนตรีครบทุกวิชาชีพ คืนแรกแยกย้ายกันนอนเกือบเที่ยงคืน พี่เงาะ(หัวหน้าห้องคลอด เป็นหัวหน้าทีมโอดีรุ่น2)ได้ให้ไชยา(เจ้าหน้าที่หน่วยจ่ายกลาง)ไปซื้อวันทูคอลให้ แต่ไม่มี ไชยาจึงได้ซื้อทูมูฟมาให้ด้วยความหวังดีแถมได้กาแฟมาฝากอีก 20 ซอง

                รุ่งเช้า ก็มีกิจกรรมต่อ พากันไปไหว้พระ ในขณะนั่งรถก็จะมีกิจกรรมกลุ่มไปด้วย โดยเฉพาะการร้องคาราโอเกะ ที่ทำให้เราได้เห็นแววของดารานักร้องหลายคนเลย ตอนบ่ายกลับมาที่พักมานั่งที่ริมชายหาด ก็ได้นั่งร้องเพลงเล่นกีตาร์กันต่อ และคืนที่สองก็ได้เปลี่ยนกิจกรรมการร้องเพลงแบบสหสาขาวิชาชีพเป็นการฝึกสมองทางด้านคณิตศาสตร์กันโดยมีวงดนตรีช่วยขับกล่อมอยู่ข้างๆโดยทีมที่ฝึกคณิตศาสตร์เองก็เล่นกันแบบสหสาขาวิชาชีพเช่นกัน

                วันอาทิตย์ก็เดินทางกลับโดยแวะเที่ยวไปตามทางที่เขาวัง ที่นครปฐมและได้แวะไปสวัสดีอาจารย์ทัศนีย์ เทียนทอง ผู้มีอุปการคุณของโรงพยาบาลด้วย หลังจากนั้นทีมก็เดินทางกลับแต่ผมได้แยกไปขึ้นรถทัวร์เพื่อเข้าประชุมที่กรุงเทพฯต่อ

                กิจกรรมโอดีนี้ ทำให้ผมได้มีเวลาเล่นหัว ร้องเพลง เล่นกีตาร์กับเจ้าหน้าที่ต่างๆมากขึ้นเพราะบางทีอยู่โรงพยาบาลจะยุ่งมาก และเจ้าหน้าที่บางส่วนก็ไม่กล้าพูดเล่นด้วย พอไปเที่ยวด้วยกันก็มีการเดินกอดคอกัน ร้องเพลงด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำให้เกิดความเป็นกันเองกันมากขึ้น

                โอดีครั้งนี้ จึงเป็นการจัดการความรักของโรงพยาบาลบ้านตากเพื่อการก้าวเดินสู่การเตรียมขอประเมินReaccredit HAในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้