คนไข้เด็กที่อยู่โรงพยาบาลนานๆ จะปลื้มพี่พยาบาลบางคนเป็นพิเศษ แต่การสื่อสารกับคนไข้เด็กๆ ต้องระวังให้ดีนะ..จะบอกให้

ปกติหอผู้ป่วยเด็ก เป็นที่ทราบกันดีว่าพยาบาลจะยุ้งยุ่ง  จะเจาะเลือด จะให้น้ำเกลือ จะฉีดยาแต่ละครั้ง ต้องวุ่นวาย และใช้เวลามากกว่าคนไข้ผู้ใหญ่ เพราะเด็กจะตั้งหน้าตั้งตาร้องกรี๊ด..กรี๊ด ตั้งแต่เห็นชุดสีขาวแล้วหล่ะ

       คนไข้เด็กบางคนก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาลจนซี้กับพี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกคน  ศัพท์ต่างๆที่หมอ ที่พยาบาลพูดกัน เค้าก็เข้าใจ บางครั้งก็สามารถไหว้วานให้ช่วยทำโน่นทำนี่ได้  เช่น ไปเอาของเล่นมาให้น้องๆ  ไปปิดพัดลม  ช่วยเฝ้าเคาน์เตอร์ให้หน่อย เป็นต้น ซึ่งเค้าจะรีบทำด้วยความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมและได้ช่วยงานพี่ๆ

           เวรบ่ายวันหนึ่งประมาณ 6 โมงเย็น เจ้าหน้าที่บางส่วนก็ไปพักทานข้าว คนที่เหลือก็วุ่นอยู่กับการแทงน้ำเกลือ การให้เลือด  การฉีดยา การเจาะเลือด  ที่เคาน์เตอร์ไม่มีใครอยู่  พยาบาลหัวหน้าเวรกลัวจะไม่ทันเห็นถ้าผู้ตรวจการพยาบาล ( Supervisor)มา  round ward หรือเรียกว่ามาตรวจเยี่ยมหอผู้ป่วยนั่นแหละ เพราะตนเองจะต้องรายงานจำนวนผู้ป่วยและสถานการณ์ต่างๆเช่น มีคนไข้หนักกี่คน เจ้าหน้าที่ขึ้นปฏิบัติงานครบหรือไม่  มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติหรือเปล่าฯลฯ จึงได้เรียก น้องเอ คนไข้ขาประจำซึ่งอายุ 12 ปีแล้วมาขอความช่วยเหลือ

พยาบาล  :  น้องเอขา ช่วยดูด้วยนะคะ เดี๋ยวถ้า Sup มา ช่วยวิ่งมาบอกพี่ด้วยนะคะ

น้องเอ      :   ต้องบอกทำไมอ่ะ

พยาบาล  :  อ๋อ พี่ต้องรายงานเหตุการณ์พี่เค้าน่ะค่ะ

    ประมาณ 1 ทุ่ม พยาบาลเริ่มสงสัยว่า ทำไมวันนี้ ผู้ตรวจการพยาบาลยังไม่มา จึงเรียกน้องเอ ซึ่งเดินไปมาอยู่แถวเคาน์เตอร์มาถาม

พยาบาล  :  น้องเอขา   ยังไม่เห็น Sup มาเหรอคะ

น้องเอ      :   อ๋อ มาตั้งนานแล้ว คับ

พยาบาล  :  ( ตกใจ ) อ้าว  แล้วทำไมน้องเอไม่มาเรียกพี่หล่ะ

น้องเอ    :  ก็เห็นพี่ยุ่งอยู่  เอเลยรายงาน Supให้แล้ว

พยาบาล   :   ( ตกใจยิ่งขึ้น )  ว๊าย  น้องเอรายงานอะไรไปคะ

น้องเอ   :   เอบอกว่า พยาบาลตึกนี้นะ ทำงานหนัก  เหนื่อยก็เหนื่อย น่าสงสารมากเลย ไม่ค่อยมีเวลาได้พัก   บางวันก็ไม่ได้กินข้าว เป็นโรคกระเพาะไปหลายคนแล้ว น่าจะขึ้นเงินเดือนให้เยอะๆนะ

พยาบาล  :  โอยโย๋  แล้วพี่เค้าว่าไง

น้องเอ   :   พี่เค้าบอกว่า ขอบใจนะหนู  เดี๋ยวค่อยโทรมาใหม่ค่ะ