สวัสดิ์ดีเจ๊า ในวันนี้อากาศน่านอนมากเลย ฝนตกน้อย ๆ เเต่ก็คงนอนไม่ได้เพราะยังไม่ได้บันทึกให้เพื่อน ๆ อ่านเลยเพราะฉะนั้นในวันนี้จะเข้ามาเขียนในหัวข้อเรื่องการเรียนรู้ทั่วไปจากประสบการณ์การทำงาน
การเรียนรู้ของของคนเราเเตกต่างกันมากมาย บางคนอาจชอบเรียนในห้อง บางคนอาจชอบเรียนใต้ต้นไม้ บางคนเเค่การดำเนินชีวิตก็เป็นการเรียนรู้ บางคนการทำงานทุกอย่างก็เป็นการเรียนรู้ เเละการเรียนของบางคนเรียนจากประสบการณ์ของตนเองที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ในวันนี้เลยเข้ามาเล่าเกี่ยวกับบทเรียนจากประสบการณ์ การเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงาน
ในช่วงหนึ่งของชีวิตที่ได้ทำงาน ในการทำงานของดิฉันมีหลายรูปเเบบ 1. คือการทำงานทั่วไปเช่นรับจ้างไปวัน ๆ เเต่จากประสบการณ์นี้ทำให้รู้ว่าเราทุกคนที่อยู่ในโลกนี้ต้องต่อสู้เพื่อการดำรนชีวิตได้อย่างไร ถึงเเม้ในชีวิตไม่ได้สะดวกสบายเเต่เราก็พร้อมที่จะลำบากเพื่อเเลกกับชีวิตของเราที่จะอยู่ต่อไปได้ในโลกใบนี้โดยยอมเหนื่อย จากประสบการณ์นี้ทำให้รู้ว่าคนเราต้องยอมลำบากเพื่อเเลกกับความอยู่รอดของชีวิต เเละใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่ออนาคตวันข้างหน้า
ประสบการณ์ช่วงที่สองคือ การทำงานในโรงงาน ในการทำงานในโรงงานนี้ เป็นการทำงานอีกรูปเเบบหนึ่ง ที่ทำงานไปวัน ๆ เพื่อเเรกกับค่าเเรงงาน เเต่ในการทำงานในเเต่ละวันก็เป็นการสองเราได้หากเราคิดเป็นเเละใช้ทุกสิ่งทุกอย่างจากสิ่งที่ได้เห็นเเละได้เจอเข้ามาสองเรา เพราะในการทำงานโรงงานเป็นการทำงานในระบบที่ว่า ทำก็ได้เงิน ไม่ทำก็ไม่ได้ เลยทำให้เกิดบทสอนว่าคนเราหากขยันก็ไม่อดตายเเต่หากเรา ไม่ทำงานวันใหนวันนี้เท่ากับเราไม่มีกิน
ประสบการณ์ช่วงที่สาม คือในปัจจุบัน เป็นพี่เลี้ยงที่ดูเเลเด็กในศูนย์ประมาน 30 คน ในการทำงานนี้เป็นประสบการณ์อีกช่วงเวลาหนึ่งที่พยายามเรียนรู้ทุกสิ่งจากเด็กเเละเพื่อนร่วมงาน เพราะเป็นสิ่งทียากต่อการเรียนรู้ เพราะในการดูเเลนี้นเราต้องอบรมเด็ก เเละในเด็กนั้นก็มีคนที่เข้าใจได้ทันทีเเละคนที่ไม่เข้าใจเลย เเละเราต้องดูว่าเด็กมาพัฒนาการเป็นอย่าไร อุปนิสัยของเด็กเป็นอย่าไร ฯลฯ จึงเป็นช่วงเวลาทำงานที่ลำบากใจมาก เพราะบางครั้งไม่รู้จะทำอย่างไงก็ได้เเต่นั่งมอง
จากประสบการณ์ในการทำงานในปัจจุบันทำให้คิดว่า ในตัวของดิฉันเองต้องพัฒนาอีกหลายอย่างเพื่อจะได้ให้คำเเนะนำเด็กเเละเพื่อนร่วมงานได้ เพระอ่อนต่อประสบการณ์ในการดูเเลเด็กบางครั้งเราก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเจอปัญหา หากใครจะช่วยเเนะนำก็ขอบคุณร่วงหน้านะค่ะ
**** ชีวิตาคนเราหากมีเพื่อนร่วมงานที่เคยให้คำเเนะนำเเละคอยเตือนสติเราเป็นสิ่งที่ดี ในชีวิตเราเจอเพื่อนที่จริงใจต่อเราก็เป็นสิ่งที่ดี ในชีวิตเรามีพระอยู่ในใจเป็นสิ่งที่ดี ( ไม่ว่าศาสนาใหน ) ***
ขอบคุณที่ช่วยอ่าน ขอคำเเนะนำหากใครจะช่วยเเนะนำ
เป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าสนใจมาก
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือการได้ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะดีร้ายอย่างไร ก็จะเป็นแหล่งปัญญาที่สำคัญที่จะทำให้เราเลือกชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่จะเป็นไปในอนาคตได้อย่างมีสติ เพื่อจะได้พบเจอสิ่งดีๆ เหมือนประสบการณ์ดีๆ ที่ได้สัมผัสมา และไม่ย้ำรอยสิ่งร้ายๆ ที่เคยได้ผ่านมาแล้ว
เป็นกำลังใจให้ในการก้าวเดินต่อไป เพื่อพบประสบการณ์อีกมากมายที่รอคอยอยู่จ้ะ
เคยมีประสบการณ์ในการดูแลเด็กๆ ในศูนย์เหมือนกันค่ะ
อยากแบ่งปันว่า สมัยนั้น (แปลว่า นานหลายปีแล้ว) สิ่งสำคัญที่ต้องบอกตัวเองเสมอๆ เวลาทำงานกับน้องๆ ก็คือ "ฟัง" น้องๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะพบว่า น้องๆ มักบ่น ปรึกษา เล่าสัพเพเหระ ฯลฯ มีปัญหาจริงมาก ไม่มีปัญหาบ้าง เพียงเพราะอยากพูดบ้าง เป็นต้น
เมื่อเราฟังแล้ว เราจะได้ยิน หลังจากได้ยิน "ห้ามตัดสิน" ทันทีทันใด
ต้องให้เวลาตัวเองเล็กน้อย ทบทวน แยกแยะ วิเคราะห์ข้อมูลจากที่ได้ยินมา เราจะค่อยๆ เห็นหนทางในการจัดการกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เช่น ถ้าเป็นปัญหาจริง ก้จะเห็นช่องทางในการแก้ปัญหาก่อน-หลังอย่างชัดเจนขึ้น ถ้าไม่มีปัญหาก็จะได้รู้ว่า จะปลอบอกปลอบใจน้องๆ ยังไง หรือถ้าเพียงน้องอยากเล่า เราก็แค่อยากฟัง เป็นต้น
น่าจะเป็นประโยชน์นะคะ