หยุดการแข่งขันกับตัวบุคคลหันมาแข่งขันกับสถานกาณ์แทน เราจะทำงานได้ดีกว่า

เดินทางไปส่งงานที่สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ  เพราะ ต้นน้ำ ทำงานอยู่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม  จังหวัดพิษณุโลก......มีโอกาสได้เข้าไปเสวนากับหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ  คุณชุมพล  ตนะวิไชย  เสวนากันอยู่นานสองนานเกี่ยวกับเรื่อง  KM  จึงได้ความ....มาเล่าสู่กันฟังว่า......

มีเรื่องที่น่าชวนคิดอยู่เรื่องหนึ่ง  คือ  นิทานกระต่ายกะเต่า  ต้นน้ำเคยได้เรียนและได้ยินมาเมื่อสมัยต้นน้ำยังมีอายุยังไม่ค่อยจะสูงเท่าไร... เช่นเคยตามเนื้อผ้า  เจ้ากระต่ายกับเจ้าเต่าเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน  ทั้งสองจึงตกลงที่จะวิ่งแข็ง  มีการกำหนดเส้นทางในการวิ่งแล้วทั้งสองก็เริ่มทำการแข่งขัน    อย่างที่รู้...เจ้ากระต่ายนำโด่งมาแต่ไกลก็เลยชะล่าใจ  คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก็คงจะดีเป็นแน่แท้  นั่งไม่ได้...เพราะลมมันเย็น  ไป ๆ มา ๆ ก็ง่วงสิ  ตื่นมา  อ้าวส์  เจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว

นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า  ช้า ๆ  แต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้ (เหมือนกัน)  นี่เป็นเวอร์ชั่นเดะ ๆ  ที่เราคุ้นหูกันครับ   แต่ที่น่าสนใจครับ....ลองฟังกระต่ายกะเต่าเวอร์ชั่นใหม่กันบ้างครับ...เจ้ากระต่ายมันอารมณ์บ่จอยซิครับที่มันแพ้อย่างหมดรูป  มันจึงค้นหาจุดอ่อนของของตนเอง  มันก็พบว่า ความมั่นใจในตัวเองมากเกินไปบวกกับความขี้เกียจของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้ ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง  เต่าหน้าไหนรึ...จะเอาชนะมันได้  ว่าแล้วมันไม่รอช้า  มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง  แน่นอนครับ  ครั้งนี้เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น  เจ้ากระต่ายชนะขาดลอย

เราได้ข้อคิดอะไรล่ะครับ    นี่ไง....ต่อให้ช้าแต่ชัวร์  ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ  อย่างเช่น  ถ้าเราวิเคราะห์ระหว่างคนสองคน  คนนึงช้าจริงทำอะไรมีระเบียบแบบแผนไว้ใจได้แน่นอนในผลงาน  อีกคนนึงที่เร็วและก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ  แน่นอน  คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่า (ซิกแซกไม่เป็น  อะไรลัดได้  เร็วได้ก็ไม่กล้าเสี่ยงกล้าทำ  ผลงานงานก็เลยน้อยมั้ง) ว่าไปนั่นเชียว  ไอ้ช้าแต่ชัวร์มันก็ดีอยู่หรอก  แต่ให้เร็วและพอใช้ได้นี่ซิ  ดีกว่า......

เรื่องนี้คงจบได้ไม่ง่ายแน่แท้  เพราะมันเป็นเรื่องของ KM  นะจะบอกให้  คราวนี้เจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวมันเองบ้าง  มันก็พบว่า....เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...ที่มันจะชนะกระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้  มันคุ่นคิดอยู่ชักครู่หนึ่งก็ท้ากระต่ายแข่งใหม่  แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย  เจ้ากระต่ายบอก จาดฮ้าย  ว่าแล้วพอเริ่มการแข่งปุ๊บ  เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดจนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง  แต่แล้ว...ว้าวส์!!!!!!!  มันมีแม่น้ำขวางหน้าอยู่  จะทำอย่างไงดีละเส้นชัยก่อยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่  เจ้ากระต่ายมัวแต่เง็งอยู่ซิครับว่าจะทำอย่าไงดีจนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็ที้งตัวลงน้ำดังจ๋อม...มันว่ายน้ำข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย

“KA” (คลังความรู้ครับ)....พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามแข่งขันให้ตนเองได้เปรียบมากที่สุด   พี่น้องครับยังไม่พอครับ

ด้วยน้ำใจเป็นนักกีฬา  ครั้งนี้เจ้ากระต่ายกับเจ้าเต่าชวนกันลงขันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับ  ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน  หากเราร่วมมือกัน  การแข่งขันแบบเมื่อครั้งทุดท้ายจะช่วยทำเวลาได้ดีขึ้น  เมื่อเห็นพร้องต้องกันดีแล้ว  ดังนั้นเจ้ากระต่ายกับเจ้าเต่าจึงคิดแข่งขันกันอีกครั้ง  แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์คครับ  โดยเริ่มเริ่มต้นที่เจ้ากระต่ายมันแบกเจ้าเต่าขึ้นหลังพอขึ้นได้เจ้ากระต่ายก็วิ่งไปด้วยความเร็วสูงโดยไม่กลัวว่าจะถูกตำรวจทางหลวงตรวจจับความเร็วเลยครับ  จนมาถึงริมแม่น้ำเจ้ากระต่ายก็วางเจ้าเต่าลงและเจ้าเต่าก็ให้เจ้ากระต่ายขี่หลังแล้วเจ้าเต่าก็พาเจ้ากระต่ายข้ามแม่น้ำ  พอข้ามฝั่งแล้ว....เจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าขึ้นหลังพากันวิ้งเข้าเส้นชัยด้วยกัน  ผลการแข่งขันครั้งนี้  สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย(ตัว)มากกว่าการแข่งขันครั้งก่อน ๆ หน้านี้

“KA  อีกแล้วครับท่าน   การที่เรามีจุดแข็งและความสามารถที่โดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี  แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่นได้  ยังไงก็ไปไม่รอด  เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋ง  คนอื่นเจ๊ง  ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊ง  แต่คนอื่นเจ๋ง 

ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์  ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้น ๆ เป็นผู้นำกลุ่มแต่ละช่วงสถานการณ์ที่เหมาะสมกับความสามารถของเขา  เข้าสู่จุดหมายได้อย่างสบาย

แนวคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ  ที่สำคัญ  คือ  เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคลแล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทนเราจะทำงานได้ดีขึ้นมาก  หันมาทำงานแบบทีมเวิร์คกันเถิดครับ  มู่เฮา สู้ สู้

 

                                                                                          คุณลิขิตรุ่น 2