ดันวาระอ้อยแห่งชาติเข้า ครม.

โดย Post Digital 30 มิถุนายน 2551 13:59 น.

ก.อุตสาหกรรม เตรียม ดันวาระอ้อยแห่งชาติเข้า ครม.พรุ่งนี้

 

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง”ระเบียบ วาระอ้อยแห่งชาติ แผนปฏิบัติการพัฒนาด้านอ้อย” ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเข้าร่วมสัมมนากว่า 1,000 คน

 

นายสุวิทย์ ระบุว่า แผนปฏิบัติการพัฒนาด้านอ้อยของประเทศ ตามระเบียบวาระอ้อยแห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการไว้แล้ว มีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันนี้ ( 30 มิ.ย.) และกระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการกำหนดระเบียบวาระอ้อยแห่งชาติคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย ภายในปีการผลิต 2553 /2554 จะมีผลผลิตอ้อยเพิ่มเป็น 95 ล้านตัน จากปัจจุบันมีผลผลิต 73.3 ล้านตัน หรือผลผลิตเพิ่มจาก 11.81 ตันต่อไร่เป็น 15 ตันต่อไร่ ค่าความหวานเพิ่มจาก 12.1 ซีซีเอสเป็น 13 ซีซีเอส

 

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อย ไม่เป็นระบบ ไม่มีแผนรองรับ แต่จากนี้ไปจะมีแผนรองรับ ซึ่งผลกระทบจากราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก กระทบต่อชาวไร่อ้อย จึงได้แก้ไข โดยหันมาผลิต พลังงานทดแทนหรือนำผลผลิตจากอ้อยไปผลิตเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่า ทั้งเส้นใย ยา และอาหาร และเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนให้ดียิ่งขึ้น จึงต้องปรับปรุงระเบียบกฎหมายเพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานผลิตเอทานอลที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วประมาณ 40 รายได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันมีผู้ตั้งโรงงานเอทานอลประมาณกว่า 10 ราย เนื่องจากติดเงื่อนไขต้องขายให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เท่านั้น เป็นอุปสรรคและเป็นการผูกขาดตัดตอน อีกทั้งผู้ค้าน้ำมันสามารถรวมหัวกันกดราคาเอทานอล ขณะเดียวกัน ปริมาณเอทานอลที่ผลิตได้ขณะนี้เกินความต้องการของตลาด แต่การจะส่งออกได้ต้องขออนุญาต ดังนั้นจึงต้องให้สิ่งที่เป็นอุปสรรคได้รับการแก้ไข เพราะรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมแก๊สโซฮอล์อี 85 อยู่แล้ว ซึ่งหากปริมาณการใช้ในประเทศเพิ่มขึ้นค่อยมาทบทวนการคุมเข้มการส่งออกอีกครั้ง

 

“ตามแผนปฏิบัติการของระเบียบวาระอ้อยแห่งชาติที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุญาตให้โรงงานเอทานอล ซื้อน้ำมันเบนซินมาผสมเอทานอลเพื่อผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ อี 85 จำหน่ายได้ในบริเวณใกล้เคียงโรงงานด้วย เพื่อลดต้นทุนการขนส่งเอทานอลไปโรงกลั่นน้ำมัน “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว.