เมื่อจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2551 มีโอกาสได้ฟังการบรรยายเรื่อง "KM เติมเต็ม R2R : เสริมพลังภารกิจประจำสู่ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลก" ที่มีการถ่ายทอดสดทาง IPTV จากห้องประชุมณัฐ ภมรประวัติ สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ผมในฐานะบุคลากรคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปฏิบัติงานที่โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ฝ่ายสนับสนุนวิชาการ ความรู้สึกส่วนตัวขณะนั้นรู้สึกดีกับการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ต ที่ชุมชนชาวมหาวิทยาลัยมหิดลสามารถที่จะร่วมรับชมและฟังการบรรยาย(ดีดี)ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่วิทยาเขตศาลายา ขณะฟังบรรยายได้สรุปสาระสำคัญที่สามารถเก็บเกี่ยวได้(อาจจะไม่ทั้งหมด) พอสรุปได้ดังนี้
1. สายสนับสนุนมีงานประจำมาก ไม่มีเวลา ไม่มีแรงจูงใจ ดังนั้นแล้วจึงควรสร้างแรงจูงใจ ชี้ให้เห็นถึงการพัฒนางานประจำเพื่อเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนความก้าวหน้าในสายงาน สามารถนำไปขอเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือชำนาญการได้
2. ปัจจัยสู่ความสำเร็จเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผลของความสำเร็จสามารถชี้นำปัญหาด้านสุขภาพระดับประเทศได้
3. การทำงานร่วมกับ NGO คือการทำงานกับนักปฏิบัติตัวจริง อิงอยู่กับความเป็นธรรมชาติ ทำงานอยู่บนพื้นฐานของความรู้ มีการจัดการ มีระบบมากขึ้น การเรียนรู้ต้องเป็นเรื่องที่ง่ายๆ บวกกับความสนุก เกิดประโยชน์กับสังคม
4. การทำงานวิจัยร่วมกับสหวิชาชีพรวมทั้ง รปภ. ด้วยที่ทำเรื่อง Safety สามารถต่อยอดงานวิจัยขึ้นไปได้เรื่อยๆ เกิดการพัฒนางานคุณภาพ ประยุกต์มาจากการทำงานวิจัยเกิด Best Practice Innovation
5. การเอา SST มี Impact กับหน่วยงาน เอาคนมาเล่า มา Share มาเล่าเสริมกัน ใช้ภาษาที่เขาใช้ มีประสบการณ์จริง สามารถทำได้จริงๆ มาเป็นกลุ่ม เป็นทีม มี Conference มีการให้รางวัลสำหรับหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ทุกคนได้ประโยชน์ Share & Learn ทำให้คนมีการเรียนรู้ไม่รู้จบ(Life Long Learning)
6. การพัฒนางาน การพัฒนาคน การพัฒนาองค์กร(มหาวิทยาลัยมหิดล) ถ้าจะให้ประสบผลสำเร็จให้สูงขึ้น R2R ไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง
7. ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา กล่าวว่า การดูแลผู้ป่วยที่ดีคือ การทำงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ คือการทำวิจัยอยู่แล้ว
8. การจัดสรรงบประมาณบางโครงการไม่ต้องมีงบประมาณ R2R แฝงอยู่ในงานประจำอยู่แล้ว หัวใจคือคุณค่าของงาน
นี่คือการจุดประกายสำหรับคนที่ต้องการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ทำให้มีทิศทางที่ถูกต้อง มีกำลังใจที่จะพัฒนางานประจำของหน่วยงายย่อยเป็นงานวิจัยที่กำลังค่อยเป็นค่อยไปอยู่ในขณะนี้ ที่เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลก ให้จงได้ ขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่นำเสนอมุมมองที่แตกต่าง ที่สามารถนำมาปรับใช้ในบริบทที่เหมาะสมกับการพัฒนางานประจำได้โดยอิงอยู่กับความเป็นธรรมชาติ ที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และสามารถเดินไปข้างหน้าได้โดยใช้ข้อมูล คิด กำหนดสิ่งต่างๆ อยู่บนข้อมูล มีความชัดเจน ใช้มันให้มากขึ้น
สุเทพ ธุระพันธ์
2 กรกฎาคม 2551
สวัสดีค่ะ
* ดีใจ...ที่ได้พบคุณอีกครั้ง...นานมากแล้วนะคะ
* สาระที่เก็บเกี่ยวในข้อที่ ๓ การทำงานกับ NGO เห็นด้วยค่ะ...ครูพรรณาได้รับการสนับสนุนกิจกรรมการทำหนังสือการ์ตูนรวมทั้งกิจกรรมสรางสรรค์เพื่อเด็กๆ และสังคมจากมูลนิธิกองทุนไทย.....ธรรมชาติมากค่ะ...เรียบง่าย...ไม่ต้องมากพิธี...ประหยัด...ผลงานคุ้มค่าเงิน...
* เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณไทบ้านผำ
สนใจเรื่อง KM จึงได้ติดตามมาอ่านเนื่องจากเป็นครูมัธยมโอกาสจะเข้ารับการอบรมจากหน่วยงานภายนอกมีน้อย จึงต้องพยายามเสาะแสวงหาความรู้จากการอ่านมากๆ ขอชมนะคะว่าน้องมีแนวคิดที่ดีจากงานประจำนำสู่งานวิจัย แนวคิดนี้ดี หากบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ สนใจเรื่องงานวิจัยปัญหาต่างๆนำสู่ความกระจ่างชัดอย่างแน่นอน ขอขอบคุณที่นำความรู้มาเผยแพร่บอกเล่าสู่กัน
สวัสดีครับ ผบทบ. ไทบ้านผำที่คิดฮอดหลาย เป็นยังงัยครับอาจารย์สุเทพ
ขอคำแนะนำด้วยนะครับ สำหรับ KM to R2R แต่อยากจะทราบเรื่องของ
HPO and HO ร่วมด้วยจะช่วยได้ไหมครับ
น้องหาญครับ
ไทแขมร์
ขอขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น และดีใจที่ได้เจอน้องหาญทาง web blog อาจารย์ที่โรงเรียนฝากความคิดถึง รวมทั้ง ดร.แป๊ะ ด้วยครับ
ไทบ้านผำ