จากเวที DW .....มีการแบ่งกลุ่มเพื่อดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อดนึกถึงพี่เบิร์ด(คุณยอดธงไชย รอดแก้ว) ไม่ได้....เพราะเข้าเป็นหนึ่งในทีมวิทยากรที่ถ่ายทอดความรู้ เรื่องการถอดสกัดความรู้จากวงแลกเปลี่ยนความรู้นั่นเอง เราจึงจำลองรูปแบบการแลกเปลี่ยนในลักษณะ CoP (Community of Practice) ...คือ...ชุมชนนักปฏิบัติ หรือชุมชนแห่งการเรียนรู้นั่นเอง
คุณมานิตย์ สุวรรณไชยา รับผิดชอบตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เล่าให้ฟังว่า “เคยเขียนโครงการหลายโครงการ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจาก อปท. เพื่อดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมฯ ต่าง ๆ ภายในตำบลที่รับผิดชอบ แต่....ไม่ได้รับการสนับสนุนแต่อย่างใดสักเรื่องเดียว เราจะมีวิธีอะไร หรืออย่างไร ถึงสามารถที่จะให้เขาสนับสนุนงบประมาณได้ เพราะผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะเป็นผลประโยชน์ที่มีคุณค่าอันสูงสุดที่ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นเกษตรกรทั้งนั้นที่ได้รับโดยแท้จริง” การเล่าดำเนินการเป็นไปอย่างสนุกสนาน
จนมาถึงคิวของ คุณวีระศักดิ์ เกิดแสง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งมีหน้าที่เป็นคุณอำนวย ขอเล่าเป็นคนสุดทาย....คุณวีระศักดิ์เล่าว่า“มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่ง ชื่อว่า สุนัขติดบ่วงลวดหนาม พวกเราเคยได้ยินไหม? มีอยู่ว่า....มีสุนัขตัวหนึ่งได้ออกหาอาหารตามปกติของมัน ระหว่างทางที่เดินอยู่นั้นมันมองเห็นถุงอาหารถุงหนึ่งตกอยู่ข้างถนน จึงวิ่งเข้าไปเพื่อจะได้เอามาเป็นอาหารของมัน มันวิ้งไปด้วยความรวดเร็วแต่ไม่ทันเห็นบ่วงลวดหนามที่อยู่ใกล้ ๆ กับถุงอาหารนั้น จึงวิ่งไปชนบ่วงลวดหนามอย่างจังทำให้ตัวของมันเข้าไปติดอยู่ในบ่วงลวดหนาม มันพยายามดิ้นเท่าไร ๆ ก็ไม่หลุด...จนหมดปัญญา ได้แต่ส่งเสียงร้องดังลั่นเพื่อขอความช่วยเหลือ พลเมืองดีคนหนึ่งผ่านมาได้ยินเสียงร้องจึงเดินเข้าไปดู เมื่อเห็นดังนั้นจึงสงสาร และเข้าไปช่วย พยายามจะเอาลวดหนามออกให้แต่เมื่อเข้าไปใกล้กับจะถูกสุนัขตัวนั้นกัดเอา จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่เขามีความพยายามที่จะช่วยให้ได้ จึงคิดหาวิธีที่จะช่วยเหลือ พอดีมองไปเห็นไม้ไผ่ลำยาวลำหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ เขาจึงใช้ไม้ไผ่ไปเขี่ยลวดหนามที่พันติดอยู่กับตัวสุนัข ในที่สุดเขาก็สามารถเอาบ่วงลวดหนามออกจากตัวสุนัขตัวได้อย่างไม่ยากเย็น”
ประเด็นสำคัญของนิทานเรื่องนี้ก็คือ....การที่เราทำงาน บางดรั้งเราไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงงานนั้นด้วยตนเองได้ ต้องหาตัวช่วย (ไม้ไผ่ลำยาว) งานถึงจะสำเร็จได้ ดังนั้น การที่เราเขียนโครงการต่าง ๆ เพื่อที่จะขอให้ อปท. สนับสนุนนั้น เราไม่ต้องดำเนินการเองก็ได้ เมื่อดำเนินการแล้วไม่เป็นผล เราต้องมองหาตัวช่วยที่ดี เพื่อช่วยเหลือในภาระกิจนี้ ก็คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะทำงานศูนย์บริการฯ และอาสาสมัคเกษตร ไงครับ มองหาคนที่ที่ให้การสนับสนุนในการคัดเลือกบุคคลที่เข้าไปบริหาร อบต. (คงเข้าใจนะครับ) บุคคลเหล่านี้แหละครับที่เข้าช่วยเราได้
ข้อฉุกคิดเหล่านี้....หลายคนถึงบางอ้อ....หลังจากนั้น คุณมานิตย์ ได้ดำเนินการหาตัวช่วย หลังจากนั้น เป็นผลครับพี่...เป็นผลครับพี....เสียงของคุณมานิตย์แว่วมาทาวโทรศัพท์ถึงคุณวีระศักดิ์ อบต....อบต. อนุมัติเงินสนับสนุนในการจัดทำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ งบประมาณในการดำเนินงาน จำนวน 200,000 บาท ให้ผมแล้ว และยังมีโครงการอื่น ๆ ที่กำลังจะอนุมัติ 2-3 โครงการ จากนั้นคุณมานิตย์ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ อาสาสมัคเกษตร ช่วยกันปรับปรุง พัฒนา จัดทำแปลงเรียนรู้ และอื่นๆ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่ 45 ไร่ ปัจจุบันเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่สมบูรณ์ที่สุดในอำเภอนครไทย มีเงินทุนหมุนเวียนในศูนย์ฯ 14,000 บาท คุณมานิตย์ สุวรรณไชยา ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรตำบลผู้มีผลงานดีเด่น ปี 2550 ที่ผ่านมาครับ
พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทั้งหลาย มีแนวทางที่จะเดินเข้าไปสู่ อปท. ได้อย่างไร อย่าลืมเล่าให้ “ต้นน้ำ” ฟังบ้างนะครับ พี่ช่วยน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน นะมู่เฮา....
คุณลิขิตรุ่น 2
หวัดดีครับ คุณต้นน้ำ
แจ๋วมาก...
หวัดดีครับ
ดีครับเป็นหนึ่งตัวอย่างของวิธืการสร้างความร่วมมือกับพันทมิตรในงานส่งเสริมการเกษตร ถ้ามีการแลกเปลี่ยนกันเราจะได้วิธีการอีกมาก หาตัวอย่างมาเพิ่มอีก นะครับ จะคอยติดตามผลงาน
ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ