หันหน้าเข้ามาคุยกัน และฟังกันอย่างหมดใจแล้วละก็ เรื่องราวดีที่เกิดจากการคุยกันแหละครับ เป็นความรู้ที่มีค่าอย่างยิ่ง และผลจากการพูดคุยตรงนี้จะสร้างสิ่งดีให้เกิดขึ้นในการดูแลรักษาผู้ป่วยของเรา

สุนทรีย์สนทนา แก้ปัญหาได้จริงหรือ

           วันนี้ผมได้รับ mail และมีข้อความสั้นว่า "สุนทรีย์สนทนา แก้ปัญหาได้จริงหรือ" จากกัลยาณมิตร จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลาในเบี้ยงต้นผมได้ตอบเธอไปว่า  จริงแล้วสุนทรียสนทนา(Dialogue)เป็นแนวทางการพูดคุยกันที่มีกติกาตามธรรมชาติที่รู้จัดแบ่งปันกัน ฟังอย่างลึกซึ้งเปิดใจที่จะรับฟัง เห็นคุณค่าของสมาชิก (ไม่ตัดสิน ไม่คลางแคลงสงสัย ไม่กลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น พร้อมห้อยแขวนฟังให้เห็นความรู้สึก ความต้องการฯ โดยเฉพาะของตัวเราเองเราต้องฟังให้มาก ลองฟังตัวเองพูด) และหากทุกคนไม่รับรู้และไม่ทำตามกิตกาสุนทรียสนทนก็เปล่าประโยชน์ หรือบางครั้งมีคนเคยพูดว่าในการพูดคุยกันดูเหมือนว่าเราฟังกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าคู่สนทนาสื่อสารกับเราเรื่องอะไร ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อฟังก็รู้แต้เพียงเนื้อหา ไม่อาจรู้ถึงความรู้สึกของคนพูดว่ามีความณุ้สึกอย่างไร แล้วเราก็ตอบสนองแค่เนื้อหาเท่านั้น เช่นเราถามอาการเพื่อประเมินผู้ป่วยเราตอบสนองต่ออาการของผู้ป่วยเท่านั้น หากเราฟังแล้วรู้ถึงความรู้สึกของคนไข้ และญาติ ว่ามีความรู้สึกทุกข์ทรมานทั้งในเรื่องการเจ็บป่วย วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในครอบครัวที่ต้องมารักษา หรือนอนอยู่ในโรงพยาบาล บางที่ความทุกข์อย่างนี้เราแก้ไขให้เข้าไม่ได้หรอก เพียงแต่เรารับฟังให้โอกาสผู้ป่วยได้พูด รับรู้ในความรู้สึก พร้อมทั้งตอบสนองต่อความรู้สึกเท่าที่ทำได้ และความต้องการของเขาแล้วละก็ การบริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ของเราก็จะเห็นชัดเจนมาขึ้น การฟังใช้เห็นถึงความรู้สึก ความต้องการ ที่มีความรู้สึกที่แฝงไปด้วยความร้องขอจากผู้ป่วย และญาติตรงนี้แหละครับที่การพูดคุยกันธรรมจะไม่เห็นเลย ดังนั้นเราควรมาฝึกการพูดคุยกันอย่างสุนทรียสนทนากันดีกว่า

        หากเราหันหน้าเข้ามาคุยกัน และฟังกันอย่างหมดใจแล้วละก็ เรื่องราวดีที่เกิดจากการคุยกันแหละครับ เป็นความรู้ที่มีค่าอย่างยิ่ง และผลจากการพูดคุยตรงนี้จะสร้างสิ่งดีให้เกิดขึ้นในการดูแลรักษาผู้ป่วยของเรา