บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ประชาชนก็อยู่ไม่ได้
เราในฐานะประชาชน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการกระทรวงใด หรืออยุ่ในอาชีพใด ก้ต้องติดตาม รับรู้ ห่วงใยการเมืองและบ้านเมือง
แม้ในฐานะผู้ปฏิบัติธรรม ก็ต้องทำเช่นเดียวกันเพราะ
หากบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ผู้ปฏิบัติธรรมก็ปฏิบัติธรรมไม่ได้
ปลงธรรมสังเวชนี้จึงคือการปลงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับการเมืองในบ้านเราทุกวันนี้
ต้องปล่อยให้มีการต้อสู้เพื่อค้นหาความจริง ค้นหาความเป็นธรรม ค้นหาความรักชาติ ค้นหาความดีงาม
ยังอยู่ในคำที่ว่า..................
มุนษย์เราชอบทำลายกันก่อนที่จะสร้าง....สามัคคีกัน
เราต้องเลือกข้าง
เรามีสิทธิ์ที่จะค้นหาความจริง
ความสำคัญของความจริง
เราต้องเป็นข้าราชการของแผ่นดิน
เราต้องสำนึกในคุณของแผ่นดิน
ในที่สุด ก็ต้องปลงธรรมสังเวชในทางโลก...............
ก็เป็นเช่นนี้เอง
โลกธรรมทั้ง 8 ไม่มีพ้นจากนี้ไปได้เลย
อาวุธคือสติต้องใช้บ่อยและถี่ขึ้นในทุกขณะจิต
เจริญสุขครับ
คุณ Lin Hui ครับ
แม้ไม่อยากจะยอมรับ ก้ต้องยอมรับ
ธรรมชาติของมนุษย์ ที่ต้องสู้กับสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่รอด
ทำลายก่อนแล้วจึงสร้าง
เพราะไม่เห็นอนิจจัง ทำให้ต้องเดือดร้อน ทำลายกันก่อนที่จะเป็นไปตามธรรมชาติ
เห็นด้วยครับ
และเป็นครั้งแรกในชีวิตข้าราชการที่ผมรู้สึกว่าความภูมิใจในอาชีพที่ทำ....ลดลง(เป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อบล๊อค)
เหมือนกับการปฏิบัติธรรม
เวลาเกิดเวทนาขึ้น
เรามีทางออกหลายทาง
ทนสักพัก จนทนไม่ไหว ก็เปลี่ยนอริยาบท
ทนและดูเวทนานั้น จนถึงที่สุด
ทนเหมือนกับว่าความปวดนั้นไม่ใช่ของเรา แต่เป็นความปวดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ผู้ปฏิบัติใหม่หลายคนบอกทนไม่ไหวแล้ว คิดว่าถ้าทนนั่งนิ่งไม่ขยับต่อไปคงตายแน่
แต่อาจารย์ก็จะบอกว่า ไม่ตายหรอก อดทนต่อไปแล้วจะได้เห็น"ความรู้" เห็น"ธรรมชาติของจิต"
หลายคนบอกทนไม่ไหว
ขยับอริยาบทก่อน จึงเห็นเพียงความเจ็บปวดทรมานเป็นที่สุดในจิตสุดท้าย
"ทนไม่ไหวก็ต้องเปลี่ยน"
นี่คือปัญหาของผู้ปฏิบัติธรรมและประเทศชาติในปัจจุบัน
หรืออาจจะเป็น ทนดูมานานแล้ว รู้ทันแล้ว อดทนแล้ว กำลังจะเกิดอาการปล่อยวาง...เพราะความเจ็บปวดนั้นกำลังจะเปลี่ยนไป
จิตเรากำลังฉลาดขึ้น ไม่ไปจับเฉพาะความปวดนั้น
จิตเราจะอยู่กับสติในทุกลมหายใจเข้าออก
ตอบมา ณ เย้นวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2551
นครเดลี ประเทศอินเดียครับ
เจริญสุขครับ
คุณ กวิน ครับ
ดำ-ขาว ล้วนมีคุณค่าครับ
พอเวลาผ่านมาแล้ว จึงจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่แตกต่าง
ดำมาก ขับให้ขาวนั้นสกาวสุกใสยิ่งนัก
สิ่งนี้ ต้องผ่านไปให้ได้ด้วยสติครับ
ขอบคุณครับ
กราบอาจารย์พลเดชค่ะ
คุณ คนไม่มีราก ครับ
เข้าใจครับ
ในช่วงนี้ที่เกิดการแตกแยกและแบ่งข้าง
ต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าแนวทางของตนสามารถจะนำส่วนรวมไปสู่ความเจริญได้
ซึ่งคำว่าความเจริญนั้นแตกต่างกัน
ผมเองได้บันทึกข้อคิดในช่วงนี้หลายบันทึก ซึ่งก็ต้องการที่จะสะท้อนถึงเหตุการณ์บ้านเมืองจากมุมมองของนักปฏิบัติธรรมเหมือนกัน
อยากจะบอกพวกที่อยุ่ข้างเดียวกันเหมือนกัน
ถึงได้มีคำสำคัญ ดังนี้
มุนษย์เราชอบทำลายกันก่อนที่จะสร้าง....สามัคคีกัน
เราต้องเลือกข้าง
เรามีสิทธิ์ที่จะค้นหาความจริง
ความสำคัญของความจริง
เราต้องเป็นข้าราชการของแผ่นดิน
เราต้องสำนึกในคุณของแผ่นดิน
ดังนั้น ถ้าเรามั่นใจในแนวทางของเรา ซึ่งมีธรรมะเป้นตัวนำ ก็ขอให้ยึดมั่นอยู่ในคุณธรรมนั้นครับ
กิเลสมักจะชี้นำให้ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
ซึ่งที่ผ่านมา มนุษย์ก็มักจะชอบแนวทางนี้เพราะง่ายดี
ใครแข็งแรงกว่าก็เป็นฝ่ายอยู่รอด
การมีสติในช่วงนี้จึงสำคัญที่สุด
การแสดงพลังอย่างอหิงสานั้นเหมาะสมที่สุดแล้วครับ
และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังคงมีอยู่
การแสดงพลังร่วมกับฝ่ายที่เราคิดว่ากำลังสิ่งที่ถูกก็มีหลายวิธีครับที่เหมาะสมกับเรา
หากทำไปแล้วก็ละวางปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรรม ซึ่งยังคงทรงประสิทธิภาพอยู่เสมอ
เราทำหน้าที่ของเราที่มีอยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก็ถือว่าเลือกข้างแล้วครับ
และถ้าทุกคนยึดหน้าที่ที่ซื่อตรง เที่ยงธรรม สิ่งที่ตรงกันข้ามก็จะค่อยๆ ถูกสลายไปเองครับ
สรุปก็คือ
ทำใจให้สบายครับ
ปฏิบัติธรรมต่อไปอย่างสม่ำเสมอและแผ่เมตตาให้กับสัตว์โลกทั้งหลาย
การตามดู รู้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเรื่องเหมาะสมครับ
ยิ่งรู้ว่าดำเพียงใด ก็จะรู้ว่าขาวนั้นขาวเพียงใด
รู้ดำ รู้ขาวแล้วก็ต้องละวางในใจนะครับ
เพราะเส้นทางของเราคือขาว ก็ทำหน้าที่เดินไปให้ดีที่สุดครับ
เจริญสุขครับ
ดำ-ขาว ล้วนมีคุณค่าครับพอเวลาผ่านมาแล้ว จึงจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่แตกต่างดำมาก ขับให้ขาวนั้นสกาวสุกใสยิ่งนัก
คุณ กวิน ครับ
ประวัติศาสตร์มีคุณค่าสำหรับชนรุ่นหลัง
ไม่ว่าประวัติศาสตร์นั้นจะด้านดีหรือด้านเลวครับ
ล้วนทำให้ชนรุ่นหลังได้มีข้อมูลที่ชัดเจน มีบทเรียน มีบทสรุป
แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ว่า
แม้ประวัติศาสตร์จะบ่งบอกชัดเจน คนเราก็มักจะนึกไม่ถึงและเกิด "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" อยู่เสมอ
ถ้าบอกว่า ถ้าคนไทยไม่สามัคคีกัน บ้านเมืองก็จะอยู่ไม่ได้
แต่ทุกวันนี้ ฤาจะเป็นเช่นนั้นอีก
อย่าประมาทเลยครับ
สามัคคีคือพลังครับ แต่ต้องสามัคคีด้วยสติ
คุณ suksom
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องมีผู้นำ
ผู้นำนั่นแหละที่ต้องมีสติ สร้างพลังและนำผู้คนให้มีความสามัคคี
สิ่งที่ผมยังเชื่อมั่นก็คือ
ธรรมะย่อมชนะอธรรมครับ
คุณ naree suwan ครับ
ผมคิดว่านักการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน มีความคิดอยากจะทำอะไรให้ประเทศชาติ...ทั้งนั้น
แต่รูปแบบ วิธีต่างกัน
ข้อมุลของแต่ละฝ่าย รู้ได้ ถ่องแท้ได้ แต่ยากที่จะเข้าใจ
เพราะเป้าหมายไม่เหมือนกัน
แม้ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นและไม่เห็นด้วย
แต่ผมก็คิดว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง
เพื่อที่จะได้ผ่านปมความขัดแย้งไปได้
ประเทศชาติจะได้เดินหน้าต่อไป
ย้ำครับว่าธรรมะย่อมชนะอธรรมครับ
เจริญสุขครับ