เหม่อลอย ใจคอยคิด

หลังจากที่ครูดอยได้หายไปประมาณเกือบ 2 เดือน ไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมบล็อกเลย เนื่องจากว่า ฤดูฝนและไม่มีภาระอันใด ที่จำต้องทำ จึงทำให้ครูดอยคิดว่า อยู่บนดอยดีกว่า ในยุคที่น้ำมันแพง เศรษฐกิจไม่ดี  บนดอยจึงเป็นทางเลือกที่ครูดอยเลือก แต่มันเหมือนกลับว่า ผมได้หายไปจากโลกนี้ หรืออยู่หลืบใดหลืบหนึ่งของประเทศไทย

ในช่วงอยู่โรงเรียนนั้น ในช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ในวันหยุด มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การดำเนินชีวิตนั้นก็จะแตกต่างกัน มันเป็นเสมือนว่าผมดำเนินชีวิตแบบธรรมดา หรือเหมือนคนที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง กินอยู่แบบเรียบง่าย เก็บยอดผัก ยอดไม้ มาทำอาหาร หรือไม่ก็ หาจับปลาตามลำห้วย มันก็เป็นชีวิตอีกแบบหนึ่ง

ซึ่งเมื่อดูดีๆแล้วคิดตาม คนบนภูเขาไม่มีเงินมากมายมหาศาล 1  เดือน อาจมีรายได้ไม่ถึง พัน แต่เขาอยู่ได้อย่างไร ปลูกพืช ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ไม่จำเป็นต้องชื้อ อะไรที่ไม่จำเป็น  

เปรียบเทียบกับในเมืองหลวง มีเงินเดือนเป็น หมื่นเป็นแสน กลับอยู่อย่างยากลำบาก ดิ้นรนขวานขวายทุกอย่าง

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ววิถีชีวิตของ 2 กลุ่ม แตกต่างกันอย่างยิ่ง

วันหนึ่งในระหว่างสอนนักเรียนนั้น มีเวลานั่งพักระหว่างนักเรียนทำงาน บังเอิญ เหม่อมองขึ้นไปบนหลังคา ฝากั้นห้องด้วยไม้ฟาก และแลดูนักเรียน แล้วก็คิดว่า นี่ก็เป็นห้องเรียนห้องเรียนห้องเรียนหนึ่งเหมือนกันเนอะ นักเรียนแต่ละคนซัก ถามกัน คุยกันเล่นกันบ้าง เออ.. มันก็เป็นโรงเรียน เหมือนๆที่อื่นนะแต่สภาพห้องนั้น ก็ไม้ได้คิดไม่ได้สนใจว่า มันจะเป็นอย่างไร เพียงแค่มีหลังคา สามารถนั่งสอนหนังสือได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว

นี่คือความคิดของครูที่อยู่บนดอย แค่อยากสอนศิษย์ตนให้มีความรู้ก็แค่นั้นเอง ......