ประมูลออนไลน์ภาครัฐวุ่น เหตุต้นทุนพุ่ง คาด 3 เดือนสุดท้ายก่อนปีงบประมาณ 2551 ยกเลิกถึงแสนล้านบาท
พ.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธวณิช ผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการด้านการจัดซื้อ กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่ภาครัฐจะยกเลิกโครงการประมูลรวมมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาท ในช่วง 3 เดือนที่เหลือก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ในวันที่ 1 ต.ค. 2551 นี้ จากปัจจุบัน ที่มีอยู่ 8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคากลางของโครงการที่เคยกำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน จนผู้เข้าประมูลสู้ไม่ไหวและล้มเลิกในที่สุด
ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าอัตราการยกเลิกการประมูลมีมากขึ้น โดยในเดือน เม.ย. การยกเลิกการประมูลของพันธวณิชจะอยู่ที่ประมาณ 7-8% แต่ในระหว่างช่วงเดือน พ.ค. การยกเลิกเพิ่มเป็น 19% และเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 22% คิดเป็นงานประมูลที่ถูกยกเลิกไปรวมกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติ เป็นผลมาจากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน การขนส่ง และวัสดุอุปกรณ์ ทำให้หน่วยงานต้องยกเลิกการประมูลไป
สำหรับโครงการที่มีการประมูลไปเมื่อครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2551 แต่ยังไม่ได้ทำสัญญากับทางหน่วยงานราชการ ต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ผู้ชนะการประมูลประสบความเดือดร้อน จึงชะลอโครงการ และยังทำให้เงินงบประมาณสำหรับงานดังกล่าวไม่ได้รับการเบิกจ่ายและกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกด้วย แถมยังทำให้ผู้ชนะการประมูลเกิดความไม่แน่ใจที่จะเข้าร่วมงานประมูลอีกต่อไป
พ.อ.รังษี กล่าวต่อไปว่า อยากจะเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ และกรมบัญชีกลาง น่าจะปรับการคิดราคากลางใหม่ ซึ่งจะสะท้อนราคาที่แท้จริงในตลาดปัจจุบัน นอกจากนี้ ควรปรับสูตรสัญญาแบบปรับราคาได้ ที่สะท้อนต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้นตามจริง หรือการใช้บทเฉพาะกาล ซึ่งการปรับราคากลางจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นประมูลงานใหม่อีกครั้ง ทางด้านภาครัฐควรจะมีการผลักดันให้มีการเร่งรัดการใช้งบประมาณผ่านการประมูลออนไลน์ตั้งแต่ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2552 เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากราคาน้ำมันและต้นทุนสินค้าปรับตัวสูงขึ้น โดยผู้ประกอบการจะมีเวลาในการสั่งซื้อสินค้าเตรียมไว้ล่วงหน้า ตลอดจนยังช่วยให้มีกระจายงบประมาณลงไปในระบบและจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เจริญเติบโต
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี 2549 ที่ภาครัฐควรที่จะพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การแก้ไขระเบียบดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทางกรมบัญชีกลางควรเพิ่มวงเงินขั้นต่ำสำหรับการประมูลที่ต้องทำการประมูลในสถานที่เดียวกันเป็น 10 ล้านบาท ส่วนการประมูลที่มีวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาท จนถึง 10 ล้านบาท ควรที่จะเปลี่ยนมาใช้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี 2548
โพสต์ทูเดย์ 27 มิถุนายน 2551