อเวจี..สีชมพู
ในโลกนี้มันก็แปลก มีเรื่องให้ต้องรู้สึกว่าต้องบังเอิญอยู่หลายหน ส่วนข้าพเจ้าเองเคยนึกทดท้อและเบื่อหน่ายกับการงานที่ทำอยู่หลายครั้ง เช่นว่าปัญหามันช่างซับซ้อนเงื่อนงำผูกโยงทับถม พูดจากันฟังดูยาก โยกโย้ วกวนน่าหมั่นไส้ ภาษาคนแท้ ๆ ดันแซ้งมิเข้าใจ บางคนเรียนมาตั้งมากมาย พูดยากแจงได้หลายภาษา เสียอย่างเดียวเจราจาพาทีน้ำใจไม่น่าปราศรัย ด้วยเจตนาบิดพลิ้วไปด้วยภาษากลอุบาย ปัดโธ่..ท่านผู้อ่านครับ เวลาเช่นนี้มันก็เหมือนยามหงุดหงิด เมื่อผิดใจก็รู้ทั้งรู้ว่าต้นสายปลายเหตุให้แก้ไขมันอยู่ที่ใด แต่กลับมองข้ามเสียเพื่อให้สมประโยชน์แต่ส่วนตัว สิบนิ้วเราจำต้องประนพก้มไหว้ เพื่อรักษาตัวรอดไว้ก่อนให้ปลอดภัย โถเหมือนชีวิตน้าโป๊ะกะหลานตุ่มในละครอเวจี..สีชมพู ที่ไม่ยักจะลงตัวเสียที
งานการที่ทำอยู่ ภาระพันตูมากมาย หลายหน อยากจะลาออก พี่ขอบ่นครั้งสุดท้ายระอาใจ อาจเป็นว่าในการทำงานเมื่อถึงภาวะหนึ่งมันจะมีแว๊บๆ ผ่านเข้ามาในสมองว่าอยากจะลาออกไปเสีย ตูมานั่งทำเฮีย ..อะไรอยู่ที่นี่ เอ..รึไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรก็จำต้องทนๆไปก่อน 555
วันนี้ข้าพเจ้ามีแว๊บๆ ผ่านเข้ามาในสมองว่าอยากจะลาออก ด้วยรำคาญ เซ็ง เบื่อ ระอา ใจอ่อน อ่อนใจ ฯลฯ สารพัดเหตุผลที่จะนำมาคิดให้รกสมอง พลันความบังเอิญก็เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามเมื่อเสียงเพลงของพี่โป่งหินเหล็กไฟลอยลมตรงมา เพื่อจะให้ข้าพเจ้าได้ตรองกับคำถามของเพลงที่ร้องว่า “ใจ.......สู้ หรือเปล่า ไหว......ไหม บอกมา...ฮือ...ฮือ...ฮือ...(จำเนื้อเพลงไม่ได้).... ศรัทธาไม่มีท้อ” เป็นเช่นนี้ซิ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ไสยศาสตร์มีจริง สามครั้งแล้วที่ข้าพเจ้าถอดใจ พลันเมื่อได้ยินเพลงนี้เขาถามอย่างเย้ยหยันว่า “ใจ........สู้......หรือเปล่า...ไหว..ไหม..บอกมา” มันช่างกระทบจิตใจในเวลาที่หัวใจห่อเหี่ยวเสียจริงแต่แปลกครับ ทำให้คลายทุกข์ลงได้บ้าง เมื่อประโยคสุดท้ายของเพลงบอกว่า “ศรัทธา..ไม่มีท้อ” จริงๆนะครับ หากใจสู้แล้วเสียอย่าง ย่อมผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคนั้นไปได้ในที่สุด เราคงต้องสู้ต่อไปทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ ดังนั้นหากเมื่อเจอปัญหาต้องมีศรัทธา ศรัทธาอะไรนั้นหรือ ก็คือศรัทธาในตัวเองว่าจะต้องผ่านพ้นไอ้เรื่องยุ่งยากทั้งหลายไปได้ แล้วมันก็ผ่านไปได้จริงๆ
แต่ถ้าเป็นเวลาที่เรายังไม่อยากออกจากงานแต่นายจ้างแจ้งว่าเราควรลาออกให้เจ้านายเสียดาย (รึเปล่า) เช่นนี้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตาม ม.119 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานท่านว่า นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งจะเลิกจ้าง ดังนี้
1. ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบปี นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าอัตราจำนวนเงินเดือน 30 วันสุดท้าย
2. ถ้าลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
3. ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี นายจ้างต้องจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
4. วรรคอื่นไม่ต้องไปดูมันนะ ที่มีปัญหาบ่อย ๆ ก็ 1-3 นั่นแหละ คือ เอาค่าจ้างมาคำนวณกันเป็นวัน ๆ ไปเลย เช่นลูกจ้างมีเงินเดือน 9,000 บาทก็เอามาหาร 30 วัน ก็จะได้ 300 บาท/วัน หากนายจ้างแจ้งว่าเดือนหน้าให้ออก เพราะบริหารขาดทุน ผมเหม็นขี้หน้าคุณ โดยเราเพิ่งทำงานได้ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ตามข้อ 2. นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าอัตราสุดท้าย 90 วัน เป็นเงิน 27,000 บาท แต่ถ้าลูกจ้างทำงานไม่ถึง 120 วันตามข้อ 1. ตรงนี้มีปัญหาเพราะค่าชดเชยดันบอกว่าต้องทำงานติดต่อกัน 120 วัน พอไม่ติดต่อกันอย่างนี้ก็ไม่ได้ค่าชดเชยสิ เจอนายจ้างหัวหมอเข้าให้แล้ว ดังนั้นเวลาทำงานไปครบ 120 วัน หรือ 4 เดือนเป๊ะ ก็ไม่มีปัญหา แต่หากรวมเวลาทำงานแล้วเราดันไม่ถึง 120 วัน นายจ้างให้ออกก็ไม่จ่ายค่าชดเชยได้ตาม ม. 119 พ.ร.บ.แรงงาน
ตรงนี้ข้าพเจ้าเบื่อมาก น่าจะแก้กฎหมายนี้เสียใหม่เอาว่าหากต่างฝ่ายต่างเปิงใจต่อกันรับกันมาทำงานแล้ว เขามารับใช้ให้กี่วันก็จ่ายเขาไป หากจะให้เขาออกจากงาน อย่างน้อยก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้เขาไปเลยเต็มเดือนให้เขาได้เอาไปทำทุนหางานใหม่หรือเลี้ยงปากท้องในช่วงตกงานบ้าง เว้นแต่ลูกจ้างนั้นกระทำความผิดร้ายแรง หรือผิดต่อกฎหมายเช่นนี้ อาจจะจ่ายเงินตามวันที่เขาได้ทำงานไป
มาถึงตรงนี้นายจ้างอาจจะว่าทนายข้างศาลนี่มันงี่เง่าก็สุดแท้ แต่ในมุมมองของลูกจ้างนั้น เขาได้เสียโอกาสในการหาที่ทำงานใหม่ และนายจ้างใหม่ไปแล้ว เมื่อท่านได้เลือกเขา ดังนั้นหากท่านเป็นนายจ้างที่น่ารักและมีคุณธรรมดี ก็ควรให้ความช่วยเหลือเขาไป ให้พอได้ดำเนินการจัดการกับปัญหาชีวิตหลังถูกเลิกจ้างบ้างตามแต่ควรพิจารณาว่าเหมาะอย่างไร โดยมิจำต้องเถนตรงไม่ยอมจ่ายเขาตามช่องว่างของกฎหมายตาม ข้อ 1. ม. 119 นั้นนัก
สุดท้ายนี้โบราณท่านว่ามีงานอะไรก็ทำ ๆ ไป อย่าเลือกงาน แต่ปัจจุบันข้าพเจ้าเห็นว่ามีงานอะไร ๆ อย่าพึ่งรีบด่วนตัดสินใจ ต้องดูเขาให้ถี่ถ้วนว่าจะเอาชีวิต ร่างกาย และโอกาสที่อาจจะมีดีกว่าไปฝากไว้กับนายจ้างผู้นั้น จงตรองดู
บ่นไรน้าโป๊ะ