เอกชนเมินเคาะราคา-ยื้อเซ็นสัญญา เสนอผ่อนเกณฑ์ริบเงินประกันซอง

เอกชนเมินเคาะราคา-ยื้อเซ็นสัญญา เสนอผ่อนเกณฑ์ริบเงินประกันซอง

"พันธวณิช" วิตกอี-ออคชั่นงานราชการส่อวิกฤต เหตุต้นทุนขยับเพิ่มสูงเกินงบประมาณ ประเมินสิ้นปีงบประมาณ"51 มีงานประมูลค้างเติ่งร่วมแสนล้าน แนะภาครัฐยุบรวมโครงการ เกลี่ยงบฯ ดันแผนงานเร่งด่วน พร้อมผ่อนคลายระเบียบริบเงินหลักประกันซองประกวดราคา

พ.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-มาร์เก็ตเพลส หรือ e-marketplace) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง        ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างมาก โดยจากการสำรวจผู้ประกอบการที่ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการของรัฐที่ถูกระงับการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น) รวมมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่มีการประมูลแล้วแต่ยังไม่เซ็นสัญญามีมูลค่าประมาณ        3 หมื่นล้านบาท หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหา คาดว่าในช่วง 3 เดือนนับจากนี้จะมีมูลค่างานที่ได้รับผลกระทบ       จะเพิ่มขึ้นถึง 1 แสนล้านบาทอย่างแน่นอน  "งบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้เพื่อใช้ในการกำหนดราคาเพื่อประมูลในปีนี้ เป็นงบฯ ที่ตั้งขึ้นในปีที่แล้ว ซึ่งราคาน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 30 บาท/ลิตร แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเกิน 40 บาทแล้ว ทำให้โครงการต่าง ๆ ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะเปิดให้มีการซื้อซองประกวดราคา แต่บริษัทเอกชนไม่กล้าเข้าร่วมหรือประมูลจนชนะแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเซ็นสัญญา เนื่องจากราคาที่ตั้งไว้ต่ำกว่าราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น"

พ.อ.รังษีกล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้ภาครัฐจะมีการเบิกจ่ายงบฯเพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ ไปแล้วประมาณ 70% แต่ยังเหลืออีก 30% ที่ยังไม่ดำเนินการ ดังนั้น หากยังไม่เร่งดำเนินโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดก็อาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงันได้ เนื่องจากเงินทุนไม่หมุนเวียน ดังนั้น เพื่อให้โครงการภาครัฐสามารถเดินหน้ารวดเร็วมากขึ้น รัฐบาลควรยุบรวมโครงการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น มี 10 โครงการก็นำไปรวมกันให้เหลือ 5 โครงการ หรือเฉลี่ยงบฯ ให้ไปอยู่ในโครงการที่เร่งด่วนแทน ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากราคาน้ำมันในปีงบประมาณ 2552 หลังจากมีการจัดสรรงบประมาณแล้วเสร็จ ในเดือนตุลาคมนี้ ต้องเร่งรัดการประมูลให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อให้บริษัทเอกชนต่าง ๆ สามารถคำนวณตัวเลขการจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าได้ ก่อนที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก

นอกจากนี้อยากเสนอภาครัฐให้ปรับวงเงินประมูลอี-ออคชั่นจากปัจจุบันต้องไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เป็น        1 ล้านบาทขึ้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการใช้บริการมากขึ้น และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับบริษัทเอกชน ที่ใช้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ควรมีการแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับการเข้าประมูล โดยเฉพาะการริบเงินหลักประกันซอง 5% ของมูลค่าโครงการ หากเดินทางไปเสนอราคาประมูล ซึ่งเห็นว่าเข้มงวดเกินไป น่าจะใช้เป็นค่าปรับที่ต่ำกว่านี้ แต่ให้ริบเงินได้เมื่อไม่มีการเคาะราคา หรือชนะการประมูลแต่ไม่มาลงนามสัญญา หรือกรณีทิ้งงานจะเหมาะสมกว่า

มติชน  27  มิถุนายน  2551