ที่เมืองจิตตระกอง บังกลาเทศ พบว่าพระภิกษุ นุ่งห่มจีวรที่เก่า
บางครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ อย่างนั้น รู้แต่ว่า ถ้าตั้งใจจะทำสิ่งใด ก็จะพยายามทำให้สำเร็จ ความสำเร็จ ทำให้เรารู้สึกปลอดโปร่ง โล่ง เบาสบาย มีความอิ่มเอิบใจลึกๆ
วันนี้จะมาบอกว่า ผู้เขียนได้นำส่งผ้าไตรจีวรไปบังกลาเทศ ที่การบินไทยเรียบร้อยแล้ว กลับถึงบ้านเวลา สองทุ่มเศษ
อยากจะขอบคุณคุณแณณ สมาชิกgotoknow เมื่อคราวไปเยี่ยมวัดพุทธ ที่เมืองจิตตระกอง บังกลาเทศ พบว่าพระภิกษุ นุ่งห่มจีวรที่เก่า ขาด และคุณแณณ ยังได้นำความในใจ มาเล่าไว้ในบันทึก พร้อม เอ่ยปากชวน ผู้เขียน และคุณพลเดช วรฉัตร ในเรื่องการ บอกบุญส่งผ้าไตรไปบังกลาเทศ
ช่วงนั้นผู้เขียนก็กำลัง เตรียมตัวจะไปเป็นอาสาสมัครที่วัดไทยกุสินารา ประเทศอินเดีย แต่พอทราบข่าว ใจก็นึกอยากทำบุญผ้าไตร ไม่อยากให้ข่าวบุญนี้ผ่านเลยไป และคิดว่าไม่น่าจะเหลือกำลังตนเองที่จะบอกบุญช่วยเหลือกันได้ ในเวลาต่อมา เพียงไม่นาน ผู้เขียนบอกบุญผ้าไตร กับตามวัด ที่ผู้เขียนศรัทธา กับเพื่อน ญาติสนิท ผ้าไตรจีวร ย่าม สบง ก็มากองอยู่ที่บ้าน นับร้อยผืน เวลาได้จับต้องผ้าเหลือง ผู้เขียนมักจะเกิดความปิติ ซาบซ่านใจ เหมือนว่า ได้ทำสิ่งที่เรียกว่า สนับสนุนการสืบทอดพระพุทธศาสนาได้อย่างหนึ่ง บุญที่มักจะทำไป เพื่อใครนี้ ทั้งที่ไม่รู้จัก ผุ้เขียนได้ทำบ่อย จึงมิได้คิดมากนักว่า สิ่งเหล่านี้ จะเป็นของผู้ใด ที่ไหน ขอแค่รู้ว่า เป็นเครื่องใช้ของสงฆ์ ก็ชื่นใจแล้ว
การส่งของไปต่างประเทส ไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่คิด ปรากฏว่า ค่าใช้จ่ายสูงมาก เมื่อคูณกับจำนวนผ้าไตร สบง ย่าม ๒๔๕ ชิ้น ที่มีน้ำหนักถึง ๒๖๐ กก. เพราะส่งทาง Cargo ของการบินไทย และยังจะต้องเสียภาษีขาออก ที่บังกลาเทศอีก ของเหล่านี้ ตีมูลค่าชิ้นละ ๑,๐๐๐ บาท ก็ เป็นเงิน ๒๔๕,๐๐๐ บาท
ครั้งนั้นก็อึ้งเหมือนกัน เพราะแรงศรัทธา ทำให้ผู้เขียนไม่ทันได้ศึกษามาก่อน ไม่มีประสบการณ์ด้วย ซึ่งต่อมา สิ่งที่เกิดขึ้น ก็ได้สอนให้ผู้เขียน รู้เรื่องที่จะต้องเรียนรู้ แบบท้อถอยไม่ได้ ต้องเดินต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ
สิ่งแรกที่ผู้เขียนต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ไม่ใช่การหาผ้าไตร แต่เป็นการหาที่แพ็คผ้าไตร ไปเมืองนอก ค้นหาทั่วเมืองชล ก็ไม่มีใครรับจ้างแพ็ค เพราะต้องมีลังที่แข็งแรง ขนาดใหญ่ จะมีบริษัทรับแพ็ค แถวท่าเรือแหลมฉบัง ก็ต้องมีสินค้าเป็นตัน งานเล็กอย่างนี้ ไม่รับ ครั้นที่ทำการไปรษณีย์ ก็มีแต่กล่องเล็กๆ ใหญ่อย่างนี้ไม่มี ทำให้ผู้เขียน ต้องหอบผ้าไตร ตระเวณไปทั่วเมืองมาแล้ว สุดท้ายจึงไปซื้อถุงพลาสติก ที่ใส่ผ้าขนาดใหญ่มาใส่ผ้าไตร ก็คิดว่าน่าจะดีนะ ดีกว่าต้องไปหาที่แพ็คในกรุงเทพฯ แต่แล้ว ถุงก็ทนน้ำหนักผ้าไตรไม่ไหว และปริขาดตามรอยเย็บ สุดท้ายก็มาได้คนกรุงเทพฯ ได้ขอแบ่งกล่องกระดาษ ขนาดพอเหมาะ หนา แข็งแรงมาให้ จึงจบเรื่องการแพ็คผ้าไตร
ได้กล่องบรรจุผ้าไตร ที่จะส่งคราวนี้ ๑๓ กล่อง น้ำหนักเฉลี่ย ๒๐ ก.ก. ต่อกล่อง แล้วก็มีอันทำให้ผู้เขียน กับลูกชาย ต้องยกของ ๑๓ กล่องนี้ หลายรอบ กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจวันนี้
ที่เขาเรียกบุญหนัก เป็นอย่างนี้นี่เอง คืนนี้ ผู้เขียนคงหลับสบาย เพราะปวดเมื่อยไปทั้งตัว ว่าจะเล่าเรื่องการส่งผ้าไตรต่อ ก็คงไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้ จะทบทวนกระบวนความ ให้ได้ทราบของอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่สำคัญ คือการส่งที่เสียเงินน้อยที่สุด แต่ยากที่สุดค่ะ
อนุโมทนาบุญร่วมกัน ในวันแห่งความสำเร็จนี้ค่ะ
ขอสาธุๆๆ ด้วยคนครับพี่
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
งานส่งผ้าไตรจีวร สำเร็จแล้ว ในส่วนของประเทสไทย คงเหลือแต่การนำถวายที่บังกลาเทศ
ช่วยกันส่งกำลังใจต่อไปนะคะ
สาธุ สาธุ สาธุ ด้วยกันต่อไปค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ
ปิติและกำหนดปิติหนอ..แต่กระแสเย็นยังจับใจนักค่ะ
คุณหมอบุญรุ่งแม้ เป็นหญิง
ใจใส่ในศาสน์จริง ยิ่งแท้
ขอบุญจุ่งเทียมคิง บุญรุ่ง
มาดมุ่งเต็มเปี่ยมแล้ เที่ยงแท้นิพพาน
สาูธุค่ะ พอดีไม่ได้ตามบันทึกมาหลายวัน เนื่องจากเดินทาง
เรื่องเงินค่าส่งที่โอนไปคงเรียบร้อยดีแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะทุกท่าน
ขอความสำเร็จทั้งปวงที่เกิดขึ้น จงดลบัยดาลให้ทุกท่าน ที่มีส่วนร่วม และอนุโมทนาบุญ จงสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ