เตรียมตัวเมื่อตอนเรียน

ปัญหาอย่างหนึ่งของนักศึกษาอย่างผมที่บ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร และก็ไม่ได้มีกิจการใดๆให้สืบทอด การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนอกจากจะเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้เท่าเทียมกับคนอื่นแล้วยังจะต้องนำคุณวุฒิการศึกษานี้ไปสมัครงาน หางาน หาเงิน หาเลี้ยงตัวเอง อย่าเพิ่งไปคาดหวังอะไรว่าจะเลี้ยงดูอุปการะพ่อ-แม่เลย ลำพังทำงานเอาตัวให้รอดไม่ต้องขอเงินพ่อ-แม่ ท่านทั้งสองก็คงปลี้มแล้ว คำถามที่เกิดขึ้นสำหรับผมก็คือ "อะไรเป็นความแตกต่างสำหรับตัวผม" ทุกคนก็มีปริญญา ทุกคนก็อยากหางานทำและงานก็มีอย่างจำกัด อะไรคือความแตกต่างในตัวเรา ที่เราจะสามารถแสดงให้เค้าได้เชื่อว่าเรามีวุฒิภาวะ ความสามารถและความพร้อมในการทำงาน..เหมือนกับที่นักการตลาดได้พยายามสร้างจุดเด่นของสินค้า สร้างความแตกต่างของสินค้าไม่ว่าจะเป็นผู้นำด้านราคา คุณภาพหรือบริการก็ตาม ทีนี้ก็กลับมาดูที่ตัวเราว่าความแตกต่างในตัวเราคืออะไร จะเอาเป็นด้านราคาดีมั๊ย ทำงานวุฒิปริญญารับเงินเดือนวุฒิมัธยมศึกษา คุณภาพจะวัดจากผลการศึกษาอย่างเดียวมันก็ไม่ใช่แน่ๆ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคนเก่งก็มีงานทำหมดทุกคน แล้วคนเรียนเก่งจะทำงานเก่งจริงหรือ ?? นั่งคิดดูว่าน่าจะมีอะไรในตัวเราที่พิเศษหน่อยเอาให้เค้าไปคิดมากสักหน่อย แบบว่าจะปฏิเสธเราก็ให้เค้าได้คิด ไม่ใช่ปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิดอะไร

ความแตกต่างในตัวผมที่คิดออกคือ การที่ผมได้เคยทำกิจกรรมขณะอยู่มหาวิทยาลัยและได้ทำงานช่วงวันหยุดปิดเทอม ... ผมไม่แน่ใจว่ายังมีใครคิดที่จะทำงานหารายได้พิเศษระหว่างปิดเทอมอยู่หรือป่าว แต่เหตุผลสำคัญในการไปทำงานของผมคือ "การเรียนรู้เมื่อเราเป็นลูกน้อง" ผมคิดว่าตัวเองเมื่อเรียนจบมาอย่างน้อยก็คงจะได้เป็นหัวหน้า มีลูกน้องที่มีความรู้น้อยกว่าสัก 5-6 คน ดังนั้นถ้าผมไม่เคยมองในมุมของคนเป็นลูกน้อง แล้วผมจะเป็นหัวหน้าที่ดีได้อย่างไร..เหตุผลในการไปหางานทำของผมก็มีเพียงเท่านี้เอง ผมได้ไปทำงานเป็นพนักงานเสริฟที่ร้าน Sisler สาขา SCB Park เลือกร้านนี้ก็เพราะว่าเผื่อมีฝรั่งเข้าร้าน เราก็จะได้ฝึกภาษาอังกฤษด้วย แต่มันไม่สำคัญหรอกครับว่าร้านอะไร คุณทำใจที่จะละทิ้งความถือตัวของคุณออกไปได้หรือป่าว คุณเรียนมหาวิทยาลัยแต่โดยหัวหน้าที่มีวุฒิแค่มัธยม 3 ด่า คุณทำใจได้ไหม .. ถ้าได้คุณก็ถือว่าผ่านขั้นแรก  ผมยกขยะไปทิ้ง ผมเก็บเศษอาหารและทำความสะอาดโต๊ะ ผมรับออเดอร์ ผมเสริฟอาหาร ผมโดนลูกค้าต่อว่า ผมต้องคอยยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า ผมยืนทั้งวันกว่า 8 ชั่วโมงทำงาน ผมได้เงินแค่เพียงชั่วโมงละ 22 บาท เพียงเพราะว่าต้องการรู้ว่าชีวิตของคนที่ต้องทำงานหนัก เงินเดือนน้อย มันเป็นอย่างไร ผมเรียนรู้ด้วยการเข้าไปสัมผัสจริง และผมได้รับทราบถึงประโยชน์ที่แท้จริงที่มากว่าค่าขนมที่ได้รับตลอด 3 เดือนการทำงานก็ตอนไปสัมภาษณ์งานเนี่ยแหล่ะครับ... (อ่านต่อฉบับหน้า)