หลังจากพ่อ-ใหญ่แม่ใหญ่มาอบรมที่เรา5วัน4คืน มีการพูดคุย ชวนคิดชวนทำ จัดกิจกรรม และสันทนาการ ทุกคืนค่ำย้ำรอยความคิด ออกมาร้องมาเล่า “ฉันทำของฉันได้” แต่ผลของการประเมินแบบประมาณเราพบว่า กระบวนการอบรมวิธีนี้ ถึงจะได้ผลบ้างแต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ..แม่ใหญ่อรแอบถามผมว่า

พ่อครู วันไหนถึงจะให้กลับบ้าน

อ้าว!ผู้ใหญ่แผงไม่ได้ชี้แจงก่อนมารึ

ผู้ใหญ่แผงบอกว่ามานอนคืนเดียวก็กลับ

เมื่อกี้นี่มีคนบอกว่าต้องนอน3คืน

ฉันไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามา อิฉันจะไม่บูดรึ

ผู้ใหญ่แผง ทำไมบอกแม่ใหญ่อย่างนั้นละ

โธ่ครูบา..ลูกบ้านผมโดนเรียกอบรมเรื่องพอเพียงทั้งปีจนขยาด

ถ้าบอกว่าให้ประชุม ไปกิน-นอนหลายวัน ไม่มีใครยอมมาหร๊อก

ต้องบอกว่าไปเที่ยววันเดียว เดี๋ยวเดียวก็กลับ

  

ผีถึงป่าช้า แม่ใหญ่จะให้ทำอย่างไรละ จะกลับไหม จะหาคนไปส่ง

อิฉันมาแล้วก็สนุก ได้ความรู้ ได้เจอเพื่อนๆ ไม่อยากกลับหรอก

แต่เป็นห่วงเบื้ยผักที่เพาะไว้ เกรงลูกสาว-ลูกเขยจะไม่มารดน้ำให้

อ้าว! มีโทรศัพท์ไหมละ

มีจ้า..แต่เสียงโทรศัพท์มันไม่ศักดิ์สิทธิ์ร๊อกครูบาเอ๊ย!

 

กรณีนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่จะอธิบายว่า การอบรมเรื่องเศรษฐกิจเรื่องพอเพียง ที่จัดอบรมหากูรูมาพูดทฤษฎี หรือการจัดฝึกอบรมตามศูนย์เรียนรู้ต่างๆยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร เพราะทำได้ขั้นตอนที่1 ซึ่งเป็นวิธีดำเนินการได้เพียง30% เป็นเพียงมาตรวจสอบความรู้ความคิดความรู้สึกและความตระหนัก ว่าไผทำอะไรไปบ้าง ยังขาดตกบกพร่องด้านใด การจัดฝึกทักษะเรื่องต่างๆ ถึงผู้อบรมจะตื่นตัวตื่นใจแต่ก็ยังมีเรื่องพัวพันในครอบครัว และก้าวล่วงไปถึงเรื่องในสังคมชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ยังขาดขั้นตอนสำคัญอีก 70% นั่นหมายถึงต้องฝึกอบรมเป้าหมายเดิมอีก2ครั้ง

เหตุผลหรือครับ

อธิบายได้ แต่เวลาหมดเสียแล้ว

ต้องติดตามด้วยความระทึกระทวยใจในระยะที่2

ตอนครูบาพาสมาชิกลุยทุ่งกุลาร้องไห้

 

Key Word: อย่าว่าแต่กุลาร้องไห้เล๊ย กระผมเองก็สะอื้นร่ำรำพัน!