(ข้อคิดที่ได้จากการเยี่ยมบ้านนักเรียน)
เขาบอกว่าเป็นไปตามกลไกตลาด ราคาน้ำมัน ราคาอาหาร ราคาสินค้า และ อีกหลายๆอย่าง จึงขึ้นอย่างพรวดพราด ข่าวว่าราคาน้ำมันอาจสูงขึ้นถึงลิตรละ 50 บาทได้ ราคาก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวี กำลังจะถูกปล่อยให้ลอยตัว โดยราคาสูงสุดจะไม่เกินครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันดีเซล อีก 10 ปีข้างหน้า ราคาอาหารจะสูงขึ้นจากปัจจุบันถึง 50 เท่า ที่สำคัญ ราคาน้ำมันซึ่งสูงลิบลิ่วนั้น เป็นเพราะการปั่น การเก็งราคา มิใช่อุปสงค์อุปทานอย่างที่พอเข้าใจได้ นี้หรือการค้าเสรี ทุนนิยม..
บ้านเรา คนจนเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ลูกศิษย์เราเกือบร้อยทั้งร้อยจึงเป็นคนจน เขาด้อยโอกาสแทบทุกอย่าง
ตั้งแต่ในท้องแม่แล้ว ที่พ่อแม่ไม่อาจสรรหาความอุดมสมบูรณ์ของสารอาหารจำเป็นมาปนเปรอ ตัวเองก็ยังจะเอาตัวไม่รอด เพราะริมีครอบครัวตั้งแต่วัยเรียน สุดท้ายชีวิตจึงหนีไม่พ้นหนทางของกรรมกร หรือแรงงาน ผู้ซึ่งหาเช้ากินค่ำ อาหารถูกสุขลักษณะ เหมาะกับสตรีมีครรภ์ อย่าเพิ่งพูดถึงในตอนนี้
ยามจะคลอด โรงพยาบาลดีๆ หมอดีๆ ซึ่งใครก็ปรารถนา รวมทั้งเด็กที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลกด้วย แต่อย่าไปตัดพ้อโชคชะตาเลย เอาแค่คลอดได้ ลูกไม่เป็นอันตราย สามสิบบาทรักษาทุกโรคก็ดีถมเถแล้ว สำหรับชีวิตอย่างเรา
ถึงคราวจะเข้าเรียน โรงเรียนดีๆ ครูดีๆ “พ่อไม่มีค่าแป๊ะเจี๊ยะ ให้ลูกเข้าโรงเรียนดีๆ ไม่ต้องเสียใจ..” ค่าใช้จ่ายจิปาถะ เพื่อให้เข้าเรียนได้ ต้องทำใจ วาสนาแค่นี้ จะหาเงินจากไหน ตั้งมากมายอย่างนั้น แค่จะกินจะอยู่แต่ละมื้อ ก็ยังภาวนาแล้วภาวนาอีก..กลัวลูกจะอด
เรียนพิเศษหรือ เขาเรียนกันอย่างไร เมื่อไหร่ ที่ไหน เท่าไหร่ อย่างหลังสำคัญสุด วิชาละพันสองพันบาท “ดูสิลูก คนสอบได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของประเทศ บางคนเขาก็ไม่ได้เรียนพิเศษเหมือนกัน” เป็นคำประโลม เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดของลูกและตนเอง
แค่เงินมากมายที่ใช้ในการศึกษาทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมพิวเตอร์ ค่าหนังสือ ค่าโต๊ะ ค่าเก้าอี้ ค่ากิจกรรม ค่าสภาพแวดล้อม ค่าความสะอาด ฯลฯ ก็ยากแล้ว จะหาจากไหน ถึงเวลาจ่ายต้องช่วยกันขบคิดจนหัวแทบแตกทุกที
เสาร์-อาทิตย์ลูกจึงต้องออกไปทำงานหาเงิน ตัวเล็กตัวน้อย ตั้งแต่ ม.1 เรื่อยไปจนถึง ม.6 ไม่มีอภิสิทธิ์ เท่าเทียมกัน เพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่มีรายได้แทบจะไม่พอยาไส้
แล้วจะไปฝันถึงคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร มองอนาคตไกลสุด ก็น่าจะแค่สาวโรงงาน ยาม กรรมกร หรือ แรงงาน ถ้าเทียบกับญาติพี่น้องของเรา แค่นี้ก็หรูแล้วไม่ใช่หรือ มหาวิทยาลัยดีๆ เทอมละหมื่น สองหมื่น หรือ หลายหมื่น เพ้อเจ้อหรือเปล่า ถึงสอบเข้าได้ก็ต้องฆ่าตัวตายอย่างเขา อย่างที่เป็นข่าวกระมัง
ลูกศิษย์หลายคน ถูกโชคชะตาเล่นงานหนักกว่านั้น พ่อแม่ซึ่งรักชอบพอได้เสียกันตั้งแต่ก่อนวัยอันควร ความอดทนอดกลั้นต่อความยากลำบากน้อยด้วยวัย สุดท้ายต้องเลิกรา “คนที่ซวยคือลูกน้อย” บางคนไม่เคยพบเห็นหน้าตาพ่อแม่ด้วยซ้ำ เพราะจากไปตั้งแต่หนูแบเบาะ ครูไปถามถึงเข้า ก็หมายถึงน้ำตา มีปู่ย่าตายายซึ่งชรา ช่วยประคับประคองให้อยู่ได้เท่านั้น แล้วอย่างนี้จะเอาเลิศเลออะไรนักหนากับชีวิต
สังคมไม่เคยปรานีใคร..ลูกศิษย์ซึ่งทนแรงเสียดสีสังคมไม่ไหว ต้องหลุดร่วงไปจากกิ่งก้านแห่งความดีงาม ต้องติดคุก ถูกคุมขัง เป็นอาชญากร ด้วยความหลงผิด ด้วยการลักเล็กขโมยน้อย ด้วยสารเสพติด ซึ่งผู้ใหญ่เลวๆในสังคมได้หยิบยื่นให้ ก็เห็นมาแล้ว
สังคมทุนนิยมนี้ กำลังทำร้ายผู้คนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคนจน มีคนรวยไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูลเท่านั้น ที่อยู่ได้อย่างไม่อินังขังขอบ หลายประเทศเริ่มจราจลกับภาวะน้ำมันแพง อาหารแพง แม้ประเทศซาอุดิอาระเบียจะประกาศเพิ่มกำลังการผลิต แต่ไม่มีผลอะไร ราคาน้ำมันยังขึ้นเอาๆ จากการปั่น จากการเก็งราคาของคนไม่กี่คนในสังคม
เลือดเย็นเกินไปแล้ว สังคมทุนนิยม เป็นไปตามกลไกตลาด อยากจะร้องไห้ "ก็ร้องสิ" เคยบอกศิษย์ แต่พวกเขาไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว เพราะเศร้าโศกมามากและยาวนาน การปลิดชีวิตตน ด้วยการโดดตึกจึงฮิตตามข่าว เพราะเป็นทางออกให้กับบางคนได้
ทั้งหมดนี้ เพียงเพราะเห็นว่า สังคมทุนนิยมนั้นสุดเยือกเย็น ไม่เคยปรานีใคร เป็นห่วงตัวเอง เป็นห่วงหลายๆคน โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่ด้อยโอกาส ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เขาแล้ว
คุณครูคะ...