ในการไปให้ถึงระบบสุขภาพชุมชน บางที่เราต้องเริ่มจากตัวเจ้าหน้าที่ก่อนแล้วไปสู่ชาวบ้าน แต่ไม่ว่าจะเริ่มจากจุดไหนต้องเอาชุมชนเป็นหลักเพราะสุดท้ายงานต้องไปเกิดที่ชุมชน

หลังจากที่ได้แต่งตั้งโครงสร้างคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นเป็นที่เรียบร้อย สพช.ภาคใต้จึงย้ายนักงานมาตั้งที่   กลุ่มงานเวชกรรมสังคม  ตึกเวชปฏิบัติครอบครัว  โรงพยาบาลหาดใหญ่  เพราะว่าคณะทำงานส่วนใหญ่ก็ประจำอยู่ที่นี้  ไม่ว่าจะเป็นป้าแพรว  ป้าติ๋ม และพี่แมว  ทำให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานมากขึ้น จากเดิมที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  สาขาเขตพื้นที่ (สงขลา) โดยมีอาจารย์อนุชา  หนูนุ่น  หรือว่า ชายขอบ  มาช่วยราชการอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งตอนนี้อาจารย์อนุชา  ก็ขอลาออกไปเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ราชภัฏสงขลา   
   เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา สพช.ส่วนกลางได้ลงมาร่วมประชุมกับคณะทำงานและเสนอแนะแนวทางให้กับคณะทำงานสพช.ภาคใต้ ซึ่งทางส่วนกลางที่ลงมาประกอบด้วย นพ.เกษม เดชสุธานนท์  รองผอ.สพช.และพี่แซม  สุรศักดิ์  อธิคมานนท์  ฝ่ายแผนงานพัฒนากลไกการเรียนรู้    เวลา 7.30 น. ทั้งสองเดินทางมาถึงสนามบินหาดใหญ่โดยที่มีนพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ  ประธานคณะทำงานสพช.ภาคใต้  ไปคอยรับอยู่แล้ว  หลังจากนั้นก็พาทั้งสองคนไปรับประทานอาหารเช้า     ก่อนที่จะเดินทางมายังห้องประชุม สปสช.เขตพื้นที่ (สงขลา) 

เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. โดยที่ นพ.เกษม ได้พูดถึงความคาดหวังที่อยากเห็นสพช.ใต้ ว่า  อยากเห็นสพช.ใต้ มีกลไกการขับเคลื่อนคล้าย ๆ  กับส่วนกลาง แต่มีกลไกในการขับเคลื่อนอยู่ในพื้นที่  การยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง  ซึ่ง เป้าหมายอยู่ที่ระบบสุขภาพชุมชน   โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นตัวเชื่อม    ตัวอย่างที่ตำบลลำสินธุ์  อำเภอศรีนครินทร์  จังหวัดพัทลุง   ซึ่งจะประกอบไปด้วยชุมชนเป็นหลัก   มีส่วนสาธารณสุขและส่วนท้องถิ่นร่วมด้วย  ตัวเจ้าหน้าที่เองก็ต้องเรียนรู้จากชุมชน    โดยชุมชนยึดชุมชนเป็นหลัก    แต่บางพื้นที่ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนที่นี่   ในการไปให้ถึงระบบสุขภาพชุมชน      บางที่เราต้องเริ่มจากตัวเจ้าหน้าที่ก่อนแล้วไปสู่ชาวบ้าน     แต่ไม่ว่าจะเริ่มจากจุดไหนต้องเอาชุมชนเป็นหลักเพราะสุดท้ายงานต้องไปเกิดที่ชุมชน   ต้องดูบริบทของพื้นที่ แต่ ไม่ว่าจะเริ่มจากตรงไหนต้องยึดชุมชนเป็นหลักไว้  แต่ถ้าเจ้าหน้าที่เป็นตัวหลักทำงานอยู่แค่ 2- 3 คนก็ไม่เกิดผลอะไร      ต้องเชื่อมแนวคิดใหม่จากบริบทพื้นที่    ให้มองที่จุดแข็งจุดอ่อนของชุมชน  จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาชุมชน     ซึ่ง สพช.ใต้  จะต้องเน้นเรื่อง  primary care ในพื้นที่ เป็นหลัก 
สิ่งที่จะเคลื่อนระบบสุขภาพชุมชน   มีสามส่วนหรือระบบไตรภาคี คือ  ส่วนสาธารณสุข  ส่วนท้องถิ่น และชุมชน  คือ ให้ชาวบ้านเป็นตัวหลักในการจัดการ  
พื้นที่ภาคใต้เข้มแข็งเพราะมีชุมชนเป็นหลัก   แต่เราต้องพยายามเชื่อมกับสาธารณสุขและท้องถิ่นให้ได้   เพราะเป้าหมายของเราก็คือ ระบบสุขภาพชุมชน 

         หลังจากที่นพ.เกษมพูดจบ พี่แซม สุรศักดิ์  อธิคมานนท์  ก็เสริมว่า   เดิมสพช. เริ่มต้น จากงาน PCU ในฝัน   จากการเคลื่อนงานของฝั่งบริการ  ก็มาเน้นเครือข่าย  สุดท้ายกลายเป็นกลไกการเรียนรู้ของคนทำงาน  เกิดวิธีคิดมุมมองต่อเรื่องการทำงานชุมชนมากขึ้น   เพราะปลายทางอยู่ที่ประชาชน  
คนที่จะเข้ากระบวนการเครือข่ายต้องมีปัจจัยร่วม  กระบวนการเครือข่ายต้องเริ่มจากประสบการณ์ที่ต้องใช้การออกแบบ   การมีปัจจัยร่วมก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแบบ Tacit knowlage   ใช้วิธีการขับเคลื่อนพื้นที่แบบเชิ่งพื้นที่และเชิงประเด็น   จะทำให้การจัดการคล่องตัวขึ้น   นอกจากทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วต้องสร้างแรงในการขับเคลื่อน    ต้องมีพี่เลี้ยงลงไปช่วย   และจากที่เคยจัดเวทีใหญ่ตรงกลางก็ลองลงไปจัดในพื้นที่ย่อย  ๆ ดูจะทำให้เคลื่อนได้เร็วกว่า
การพัฒนากลไกการเรียนรู้ระดับพื้นที่  คือ  เสริมกำลังใจในการทำงาน  เพราะความคิดจะผ่านกระบวนการทำงานเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง    สิ่งแรกคือการเปลี่ยนมุมมองความคิดของคนทำงาน     กรอบแนวคิดของงานเป็นการพัฒนากลไกในพื้นที่เพื่อเสริมการเรียนรู้    และเครือข่ายเป็นส่วนหนึ่ง     กระบวนการเครือข่ายก็เป็นส่วนหนึ่ง     กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็เป็นส่วนหนึ่ง    ก่อให้เกิดกระบวนการที่ทำให้เกิดพื้นที่ปฏิบัติการ   เช่น  ชุมชนปฏิบัติการพื้นที่เล็ก ๆ   เพราะฉะนั้น ในกลไกนี้จะมีองค์ประกอบ
       1. ชุมชนพัฒนาสุขภาพชุมชนในพื้นที่ คือ เป็นโครงการที่สาธารณสุขอยากทำและพัฒนาขึ้นมาเป็นชุมชนปฏิบัติการหลาย ๆ ชุมชน เชื่อมกันเป็นแหล่งเชื่อมโยงประสบการณ์เอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้
      2. ถ้าจะทำให้หล่อเลี้ยงชุมชนปฏิบัติการขึ้นมาให้ดี    จำเป็นต้องมีคนที่เป็นพี่เลี้ยงคอยเติมเต็ม    ซึ่งพี่เลี้ยงจะต้องมีพี่เลี้ยงในการจัดการ   พี่เลี้ยงในการประสานงาน  และพี่เลี้ยงที่เป็นวิชาการ ก่อให้ อาจเกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบเวทีแลกเปลี่ยน  หรือการแลกเปลี่ยนระหว่างการดูงานในพื้นที้ด้วยกันเอง

        นั่งพูดคุยกันจนถึงเที่ยงและทานข้าวเที่ยงกันที่สปสช. ระหว่างทานข้าวก็ตกลงกันว่าจะไปคุยกันต่อที่รพ.หาดใหญ่เพื่อไปดูสถานที่และขอเชื่อมกับเครือข่าย FamMed   แต่ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก   กว่าจะได้ออกเดินทางก็บ่ายโมงครึ่ง เมื่อมาถึงรพ.หาดใหญ่ ก็ได้ร่วมพูดคุยต่อที่ห้องประชุม กลุ่มงานเวชกรรมสังคม ชั้น 2 โดยมี นพ.กรกช  ศรีเกื้อ  เป็นตัวแทนจากเครือข่าย FamMed มาร่วมพูดคุยด้วย  จนถึงบ่ายสี่ 4 โมง  ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ส่วนนพ.เกษมและพี่แซมต้องเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ  ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกลงมาอย่างหนัก   ทำให้ต้องลุยฝนเพื่อเดินทางไปสนามบิน 
          ฉะนั้นแนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน  ต้องยึดชุมชนเป็นหลัก  ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากตัวเจ้าหน้าที่ก่อนหรือชุมชนก่อนแต่สุดท้ายงานต้องไปเกิดที่ชุมชนโดยผ่านกระบวนการเครือข่ายที่เป็นทุนเข้าด้วยกัน   ก่อให้เกิดวงแลกเปลี่ยนอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่  หรือเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างเครือข่ายต่าง ๆ

บันทึกโดย: น.ส.ฮอดีเยาะ  หลีเยาว์