จริงอยู่ว่าคนเราเกิดมาก็ต้องรับประทาน เหมือนเราเติมน้ำมันเพิ่มพลังให้รถแต่ทานอย่างไรล่ะถึงจะไม่อ้วน อันนี้สิเป็นเรื่องสำคัญ!!
"ให้คิดตามหลักง่ายๆเลยว่าเราทานเข้าไปเท่าไหร่ ก็ควรจะนำพลังงานออกมาใช้ให้ได้เท่านั้น ด้วยการออกกำลังกายดูอย่างรถยนต์ ถ้าเติมน้ำมันมากแล้วใช้มาก น้ำมันก็จะหมดเร็ว แต่ถ้าเติมเข้าไปมากแล้วใช้น้อย น้ำมันจะสะสมอยู่ในถัง"ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการตัวจริง "อาจารย์รุจิรา สัมมะสุต" นักโภชนาการระดับ 10 และอดีตหัวหน้าฝ่ายโภชนาการโรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายให้เห็นภาพที่มาของความตุ้ยนุ้ย และถึงแม้การลดน้ำหนัก ด้วยการลดปริมาณอาหารอาจเป็นเรื่องยากถึงยากที่สุดสำหรับคนเจ้าเนื้อทั้งหลาย แต่นักโภชนาการคนเก่งยืนยันว่าหากรู้จักควบคุมตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นก็จะสามารถควบคุมรูปร่างให้สเลนเดอร์ได้เช่นกันโดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ว่าทานอย่างไรให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายหรือถ้าเป็นคนทานเก่งมาก แต่ตัดใจไม่เก่ง ก็ต้องศึกษาว่าควรเลือกบริโภคอย่างไรไม่ให้สารอาหารที่ได้รับเกินความต้องการของร่างกายทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานมาก เช่น แป้งและไขมันแล้วหันมาบริโภคอาหารที่ให้พลังงานน้อย แต่ประโยชน์สูง และมีกากใยมาก เช่นผักกับผลไม้ ส่วนโปรตีนควรเน้นปลาเป็นหลัก
สำหรับหนุ่มสาวคนทำงานที่วันๆ ต้องอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แทบไม่มีเวลาออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราว "อาจารย์ รุจิรา" แอบกระซิบว่าวิธีง่ายๆในการออกกำลังกายระหว่างทำงานคือเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์, ขณะทำงานให้ทำท่าบริหารร่างกายแบบง่ายๆเช่นการยืดขาเข้าออก และบิดลำตัวไปมา แม้แต่การเดินไปทานอาหารกลางวันนอกออฟฟิศก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี ทำให้ได้ยืดเส้นยืดสายส่วนประเภทที่มีเวลาหลังเลิกงาน ขอแนะนำให้เต้นแอโรบิคเพราะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด ใช้เวลาแค่ครั้งละ 40 นาที แต่ได้เอกเซอไซส์ครบทุกส่วน
ดัชนีมวลกาย =น้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร (ยกกำลังสอง)ถ้าผลการคำนวณได้ค่าระหว่าง 18.5-22.9 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้าน้อยกว่า 18.5 แสดงว่าผอมเกินไป เข้าขั้นขาดสารอาหาร ส่วนพวกที่ตัวเลขสูงกว่า 23.0-29.9 เป็นสัญญาณเตือนว่าน้ำหนักมากเกินไป และถ้าเกิน 30.0 ละก็คุณกำลังเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน ต้องรีบลุกขึ้นออกกำลังกายด่วนจี๋ ควบคู่กับการคุมอาหารอย่าห่วงแต่รับประทานเลยค่ะ ถ้าสุขภาพดีซะอย่าง ยังมีเวลาทานของอร่อยอีกนาน!!