วันที่ 20 มิถุนายน 2551 ต้องเป็นวันที่ผมต้องจดบันทึกเอาไว้
เป็นวันที่ผมนำภาพพระสยามเทวาธิราช ที่ผมบูชามากว่า 25 ปีมาเผยแพร่แด่กัลยาณมิตร G2K (หากมีโอกาสได้แวะกลับไปเมืองไทยเมื่อใด จะมอบของดีเหล่าให้พวกเรา....บังเอิญว่าผมมีภาพพระสยามเทวาธิราชที่เก็บรักษาไว้ 25 ปีเช่นกันอีกหลายสิบภาพ แต่อยู่ที่บ้านที่เมืองไทย)
เป็นวันที่มีชาวอินเดียที่เป็นชาวพุทธโดยกำเนิด บอกว่าตระกูลตนสืบทอดมาจากศากกายะวงศ์ เป็นนักวิชาการพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงของอินเดียคนหนึ่งและเป็นผู้ที่กำลังจะฟื้นฟูพุทธศาสนาในอินเดีย ชื่อ Dr.Arvind Alok มาพบผมที่ทำงาน
เป็นวันที่คนไทยเชื้อสายอินเดียคนหนึ่งที่มีบทบาทในเรื่องการสร้างคุณธรรมของเยาวชน ที่ผมเคยพบในงานสัมมนาที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อปีที่แล้วที่เมืองไทย และกำลังมีโครงการฟื้นฟูพุทธศาสนาให้กับเยาวชนไทยได้มาพบผมที่ทำงานที่อินเดียโดยมิได้นัดหมายมาก่อน
เป็นวันที่ผมได้มีโอกาสสนทนาทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกกับพระอาจารย์อารยะวังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จังหวัดลำพูน ซึ่งกำลังจะไปฟื้นฟูพุทธศาสนาในอินเดียและเนปาล
หัวข้อสนทนาของจิตในวันดังกล่าวคือความสัมพันธ์ทางจิตวิญญานระหว่างอินเดียกับไทย
และธรรมะจัดสรร
กาลเวลาเท่านั้นที่จะตอบได้ว่า วันนี้มีความหมายเพียงใด ในอนาคต
จึงขอบันทึกเอาไว้ ณ ที่นี้
ด้วยความปรารถนาดี
ธรรมะจัดสรรโดยแท้
อนุโมนทนา สาธุค่ะ
เห็นด้วยค่ะ
"กาลเวลาเท่านั้นที่จะตอบได้ว่า วันนี้มีความหมายเพียงใด ในอนาคต"
และเชื่อในธรรมะจัดสรรด้วยค่ะ..
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ..
ขอบคุณค่ะ..
อ. กมลวัลย์
สวัสดีครับ
เหมือนกับว่าทุกคนมีเหตุที่เกี่ยวข้องกับอินเดีย จึงต้องเกิดเหตุนี้และต้องเดินกันต่อไป
อย่างไรก็ดี ผมถือหลักที่ว่า อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด
ทำได้ก็ดี
ทำไม่ได้ก็ดี
เตรียมตัวตายก่อนตาย
เมื่อวันที่ต้องจากไปจะมาถึง เราเอาอะไรไปไม่ได้เลยสักอย่าง
นอกจากความรู้และบุญกรรม
คำสำคัญจึงอยู่ที่ "จงทำกิจต่างๆ ด้วยความไม่ประมาท"
เจริญสุขในวันเสาร์ครับ
สวัสดีค่ะ
ได้อ่านบันทึกนี้ พลอยปิติไปด้วย
หลายครั้งที่ชีวิตโยคีน้อย ได้พบกัลยาณมิตร ก็มีความปิติเช่นกัน
พี่โยคีโชคดี อีกไม่นานก็จะได้พบกัน
แต่สำหรับบางคน ก็อาจไม่มีวันนั้น กับกัลยาณมิตบางคนค่ะ
กับวันที่แจ่มใส ขอแสดงความยินดีกับพี่โยคีนะคะ
ยินดีที่ได้พบ
บรรลุกาลแห่งสัญญาจึ่งมาพบ
ตามบรรจบประสงค์ตรงจุดหมาย
เหมือนบังเอิญ ก็เกินคำนำบรรยาย
คงเป็นสายแห่งธรรมหนุนนำมา
สาธุการ วันเวลาเวียนมาถึง
ให้ผู้ซึ่งเคยผูกพันต่างหรรษา
ได้กลับมา ร่วมพัน ธะสัญญา
ร่วมสืบสานศาสนาน่าชื่นใจ
อนุโมทนาเจริญจิต
เหล่ามวลมิตรวัฒนาน่าเลื่อมใส
ขอจงเป็นตามฝันบันดาลไป
อยู่ใกล้ไกลได้ประสานแห่งการดี
ถึงอยู่ไกลใฝ่ฝันสักวันหนึ่ง
คงได้ซึ้งสัมพันธ์ผ่านราศี
ได้เห็นแวววิวารอันบดี
ขอส่งใจไมตรี สำราญเทอญ
อนุโมทนาบุญแห่งการได้พบ จากใจจริง
โยคีน้อย
คุณครูแอ๊ว ครับ
ทุกวันจึงมีความหมายมากเลยครับ
ความตายนั้นสำคัญน้อยกว่าวันที่มีชีวิตอยู่ครับ
โดยเฉพาะหากคำนึงว่า
"อันความตาย หมายไม่ได้ ว่าเมื่อไหร่" http://www.polpage.com/die.htm
เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ขอชื่นชมกับอาชีพครูครับ
เป็นงานชีวิตที่ยิ่งใหญ่มาก
เจริญสุขครับ
โยคีน้อย
ตั้งแต่เกิดมา หากเราคิดย้อนไปดีๆ จะเห็นว่าไม่มีอะไรที่บังเอิญเลย
ล้วนมีเหตุ คำตอบที่อธิบายได้
อยู่ที่เราจะมองดูและยอมรับหรือไม่เพียงใด
การกำหนดสติจึงสำคัญมาก
กำหนดเมื่อใด ก็ได้ประโยชน์เมื่อนั้น
ทุกขณะจิตจึงต้องเพียงรู้
แล้วก็ต้องทิ้งไป
การมีสติรู้สำคัญ
แต่การละทิ้งกลับสำคัญกว่า
ไม่่ว่าจะเป็นอะไร ดี เลิศหรูเพียงใด
ก็ต้องละทิ้ง อย่างมีสติ
ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน ก็คือละทิ้งอย่างไม่ใยดี ไม่มีเยื่อใย
ถ้าไม่ทิ้ง จะปลอดได้อย่างไร
ธรรมะจัดสรร นั้นมีแน่
แค่ใจที่เตรียมพร้อม ก็จะต้องทำให้เกิดเสมอ
ถ้าคิดแบบแขกก็คือ กำไรอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเกิดมาในวรรณะใด มีชีวิตใสภาใด ก็ถือว่ากำไร
เพราะรู้เท่าทันในทุกขณะคือการได้กำไร
กลอนยังไพเราะเสมอ
สาธุจ๊ะ
จริงด้วยครับ อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด
แต่ผมก็ยังประมาทประจำเลย ต้องฝึกใหม่แล้ว เฮ้อ
คุณ suksom
ได้เรียนรู้มาก ก็ยิ่งเชี่ยวชาญครับ
เรียกว่าสั่งสมประสบการณ์
มีแต่ได้เพิ่มพูนตัวรู้ครับ
การฝึกสติ ไม่ยากเลย ถ้ารู้วิธี
เสียสละเวลาวันละนิดหน่อย ฝึกการเคลื่อนไหว...ช้าๆ เอาจิตไปกำหนดตามอาการนั้นๆ
วันละนิดวันละหน่อย
ไม่นานหรอกครับ
สติจะว่องไวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เจริญสุขครับ
..กาลเวลาเท่านั้นที่จะตอบได้ว่า วันนี้มีความหมายเพียงใด ในอนาคต
..กราบน้อมรับธรรมด้วยค่ะ..ท่านอาจารย์..
อ.วัชราภรณ์ วัตรสุข ครับ
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ
ดังนั้น จึงควรทำ จดจำ วันนี้
ว่าเป็นวันที่มีความหมาย
มากและมากที่สุด
เหมือนการจารึกข้อความศักดิ์สิทธ์และเป็นมงคลลงบนก้อนศิลาในใจ
เจริญสุขครับ
ปล.ขณะจารึก ให้ยิ้มไปด้วยนะครับ :)