เกณฑ์ของการสอบผ่านคือ 60% จากข้อสอบกฎหมายใบประกอบโรคศิลปะ กฎหมายการประกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรมบำบัด กฎหมายสถานพยาบาล และจรรยาบรรณวิชาชีพกิจกรรมบำบัด
ยอมรับว่าครั้งแรกที่สอบขึ้นทะเบียนจนผ่านหมวดวิชาชีพ ก็เล่นเอา ดร.กิจกรรมบำบัด คนใหม่ของไทย ลุ้นตัวโก่งในการอ่านหนังสือวิชาชีพพื้นฐานต่างๆ และคิดตอบข้อสอบตัวเลือกแบบยากสุดๆ จนผ่านตามเกณฑ์ เมื่อปี 2550 ยอมรับว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากต่างประเทศมาพบข้อสอบแบบไทยๆ แบบโหดๆ ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีแต่อย่างใดครับ
พอมาถึงข้อสอบกฎหมาย ซึ่งลองดูข้อสอบเก่าๆ ก็พอจะจำแนวไปตอบบ้าง แต่แล้วก็เสียใจจริงๆ เมื่อข้อสอบกลับยากขึ้นเรื่อยๆ มีแนวการวิเคราะห์บวกกับความจำ เช่น ปี คำเฉพาะมาตรา ค่าปรับ บุคคล กรณีต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องนั่งจำตัวบทกฎหมายมากกว่าสองวันเต็ม จากสมองของผมที่ถูกปรับเปลี่ยนให้คิดวิเคราะห์เป็นจากบริบทที่มีเหตุผล กลับต้องมาจดจำเพื่อนำไปตอบตัวเลือกที่ถูกที่สุด ที่สำคัญตัวเลือกคล้ายกันมากแต่ต่างตรงถ้อยคำ หากตัดเหลือสองตัวเลือกที่มีบริบทที่ถูก แต่ผมมักจำถ้อยคำละเอียดตามมาตราไม่ได้ เพราะมีหลายมาตราที่ต้องจำอย่างละเอียด อายุและความมีเหตุผลที่มากขึ้นหลังจากได้ ดร. ไม่สามารถทำให้ผมจำสิ่งเหล่านี้ได้
ผมกำลังหนักใจ เมื่อสอบกฎหมายไม่ผ่าน มันมีผลกระทบหลายประเด็น ได้แก่
- ไม่ได้รับเงินเดือนตอบแทนวิชาชีพพิเศษ
- ไม่มีโอกาสได้ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้บริการคลินิกกิจกรรมบำบัด
- ไม่มีโอกาสได้เป็นผู้นำกิจกรรมบำบัด ม.มหิดล อย่างภาคภูมิใจ
- ไม่มีความรู้สึกมุ่งมั่นในการประกอบและพัฒนาวิชาชีพนี้อย่างต่อเนื่อง
- ต้องคอยแบ่งเวลาจากงานประจำมานั้งจดจำมาตรากฎหมายโดยไม่รู้ว่าแนวทางข้อสอบที่ยากขึ้นเป็นเช่นไร
- รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ตั้งใจร่ำเรียนทางวิชาชีพแต่ต้องใช้เวลาสอบหลายครั้งโดยไม่รู้ว่าเมื่อไรเราจะผ่านได้ซักที (ภารกิจไม่จบสิ้น)
- ลองเช็คดูวิชาชีพอื่นๆ มีการสอบโดยไม่ยึดเกณฑ์ 60% ของคะแนนเต็มหากมีจำนวนผู้ไม่ผ่านมากกว่า 50% ของผู้สอบทั้งหมด และมีการสอบกฎหมายด้วยวิธีการสัมภาษณ์

จากการสอบวิชาชีพกิจกรรมบำบัดปีนี้ มีผู้ผ่านเพียง 11 คน จาก 77 คน ผมคือคนที่ยังสอบไม่ผ่านและไม่แน่ใจตนเองว่าจะเตรียมตัวอย่างไรต่อไปดี....ทักษะชีวิตของผมคงต้องมีการแบ่งเวลาให้กับการเตรียมตัวสอบมากกว่าเดิม ลดงานปกติที่ต้องใช้คุณวุฒิ ดร. ลดงานที่สร้างสรรค์ต่อการพัฒนาวิชาชีพ...ผมคงต้องหยุดคิดให้บริการวิชาการทางสังคมน้อยลง...เพราะเมื่อใช้พลังงานตรงงานเหล่านี้มากๆ ทำให้ผมล้าที่จะมาเตรียมตัวสอบ...ผมจะไม่เสียใจและคาดหวังอะไรกับผลการสอบมากไปกว่านี้ แต่จะทำให้ดีที่สุดครับในการสอบครั้งต่อไป....ถ้าไม่ได้ก็สอบไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้นหรือมีใครช่วยผมได้นอกจากตนเอง...ผมจะเป็นกำลังใจให้ตัวผมเองต่อไปครับ

เป็นกำลังใจให้ครับ สู้ๆ
เป็นกำลังใจนะค่ะพี่ป็อบ เพราะคนเราก็มีอุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าดูในเว็ปไซด์ประกาศผลสอบของวิชาชีพอื่นก็ตกเยอะกว่าวิชาชีพ
กิจกรรมบำบัดอีก ไม่ใช้แค่วิชาชีพเรานะคะ อย่าพึ่งท้อเพราะจะมีการสอบ
เร็วๆนี้อีกครั้งหนึ่ง บอกได้แค่นี้จริงๆค่ะ(พูดมากไม่ได้เดี๋ยวโดนคนอื่นตำหนิเอา)
ต้องมีวันของเรานะค่ะ
แวะมาเป็นกำลังใจให้อาจารย์หมอคนเก่งครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยชอบข้อสอบปรนัยเลยครับ ที่สำคัญถ้าเน้นความจำละก้อ ยอมแพ้ตั้งแต่ยกแรกครับ
ขอมอบกำลังใจดี ๆ ให้แด่ ดร.ป๊อบ พี่ชายคนเก่งน่ะครับ
สู้ต่อครับ เมื่อคิดดี ทำดี ย่อมได้ดีครับ.
สู้ๆค่ะ..ส่งกำลังใจมาให้ค่ะ..ไม่แน่ใจว่าทางกองใบประกอบโรคศิลป์เขาจะมีสอนติวให้ได้ไหม..เพราะตอนที่สอบปี48มีคนไม่ผ่านเยอะทางสมาคมฯจึงเรียนเชิญอาจารย์จากข้างในกองฯมาช่วยติวให้ค่ะแล้วพวกเราก็ใช้วิธีการจดและจำมาตราที่อาจารย์ส่งสัญญาณ อาทิ มาตรา4 หรือ คณะกรรมการ หรือ เกณฑ์การกำหนดโทษ การอนุญาตเปิดสถานประกอบการ เป็นต้น โน้ตย่อลงในบันทึกข้างนอกอีกรอบหนึ่งก็ทำให้พอจะเดาได้ถูกมากขึ้นค่ะ..สอบหน2จึงมีคนผ่านได้เยอะเลย
ขอบคุณกำลังใจที่ดีมากครับจากอ.พี่ขจิต คุณยงยศ น้องอั๋น อ.จารุวัจน์ น้องสุภัทร และคุณ seangia
ผมจะพยายามเตรียมพร้อมให้สอบผ่านให้ได้ครับ
จากกลุ่มผู้สอบไม่ผ่าน
ยินดีกับผู้สอบผ่าน 11 คน จากผู้เข้าสอบ 77 คน
เกณฑ์การสอบผ่านค่อนข้างเข้มงวดมาก
หลายคนสอบไม่ผ่านในครั้งนี้และต้องเสียเวลาเตรียมตัว เสียเงิน และเสียความรู้สึก ในการสอบครั้งหน้า ซึ่งอาจเป็นการสอบตามสิทธิ์ครั้งสุดท้าย
เมื่อข้อสอบออกในลักษณะความจำมากกว่าความเข้าใจ มีการวิเคราะห์ที่ดีแต่ละเอียดเกินที่จะตอบได้ตรงใจผู้ออกข้อสอบ อยากให้คณะกรรมการช่วยพิจารณาถึงจำนวนของผู้สอบไม่ผ่านและค่าเฉลี่ยคะแนนสอบของผู้เข้าสอบทั้งหมดว่าน่าจะอิงกลุ่มหรืออิงเกณฑ์ เพราะบางครั้งถ้าคนหนึ่งจำตอบได้หมดก็ไม่สามารถวัดทักษะทางวิชาชีพได้ทั้งหมด
ขอความกรุณาผู้เกี่ยวข้องช่วยหาแนวทางช่วยเหลือหรือแนะนำวิธีการที่เป็นประโยชน์ในการให้มีจำนวนผู้สอบผ่านมากกว่านี้
จากผิดหวังเช่นกัน
ต้องเสียเวลาเตรียมตัว เสียเงิน และเสียความรู้สึก ในการสอบครั้งนี้และครั้งหน้า ซึ่งอาจเป็นการสอบตามสิทธิ์ จนทำให้ไม่อยากจะทำงานอาชีพนี้ต่อไปแล้ว ข้อสอบออกมาในลักษณะการจำมากกว่าความเข้าใจจริงๆ และมีผู้ที่สอบผ่านเพียง 11 คนเท่านั้น ซึ่งก็ประมาณ 14 กว่าเปอร์เซ็นต์ อีก 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ คือผู้ที่สอบไม่ผ่านและไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ซึ่งบางที่ใบประกอบก็มีผลต่อการทำงาน ไม่เห็นเหมือนช่วงรุ่นแรกที่สอบผ่านกันแทบหมดทุกคน ไม่ทราบว่าอะไรเป็นมาตรฐานการสอบครั้งนี้กับครั้งแรก ขอความกรุณาผู้เกี่ยวข้องช่วยหาแนวทางช่วยเหลือหรือแนะนำวิธีการที่เป็นประโยชน์ในการให้มีจำนวนผู้สอบผ่านมากกว่านี้ เพราะมันจะทำให้คนที่มีความมุ่งในตั้งใจที่จะทำงานในวิชาชีพนี้หมดกำลังใจ และไม่อยากทำวิชาชีพนี้ต่อไป
จากคนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง
เกี่ยวกับผลการสอบใบประกอบโรคศิลปะ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไมมีคนผ่านการสอบน้อยมาก แทบจะ1ใน7 ของคนเข้าสอบ ทั้งๆที่เราจบมาจากสถาบันเดียวกัน OT เรามีที่เดียว เราเรียนเหมือนกัน งั้นก็แสดงว่าเราไม่มีความรู้เพียงพอที่จะมีใบประกอบโรคศิลปะ แล้วเราจบมาได้อย่างไร ซึ่งในตัวดิฉันที่สอบไม่ผ่าน ก็พอเข้าใจว่าดิฉันอาจมีความรู้ไม่เพียงพอ แต่จะเป็นไปได้หรือที่รุ่นน้องที่จบมาใหม่ๆ ก็ยังสอบไม่ผ่าน มีอะไรเกี่ยวกับตัวข้อสอบรึเปล่า อยากให้มีการเฉลยข้อสอบ เพราะมีการออกข้อสอบใหม่ทุกปีอยู่แล้ว จะได้เป็นแนวทางในการสอบครั้งต่อไป
ตอนนี้มีคนเดือดร้อนกับเรื่องนี้มาก สำหรับคนที่ทำงาน รพ. ที่เค้าต้องการใบประกอบโรคศิลปะ แต่เมื่อเราไม่มีใบประกอบ เราก็พลาดจากงานที่ได้ทำ แล้วอย่างนี้อนาคตจะเป็นอย่างไร เราทำอาชีพกิจกรรมบำบัดไม่ได้ เพราะไม่มีที่ทำงาน แล้วอย่างนี้ กิจกรรมบำบัดเราจะเป็นที่รู้จักได้อย่างไร ในเมื่อคนส่วนใหญ่ที่จบกิจกรรมบำบัด ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ
และในข้อสอบกฏหมาย ไม่ทราบว่าเป็นข้อสอบเพื่อนักกิจกรรมบำบัดหรือเพื่อนักกฏหมาย ทำไมออกลึกและละเอียดมาก ในบางข้อนักกิจกรรมบำบัดแทบไม่ได้ใช้
ขอความเห็นจากท่านที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ
จากอีกหนึ่งคนที่เดือดร้อน
เคยจำได้ค่ะ ว่าอาจารย์เคยบอกว่า ถ้าเราไปทำงานก็อยากให้เราpresent กิจกรรมบำบัดของเราให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับ แต่เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะเราไม่มีที่ทำงาน ดิฉันรักในวิชาชีพนี้นะคะ ทำงานกิจกรรมบำบัดมา 3 ปีตั้งแต่เรียนจบ แต่ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ความศรัทธาในการเป็นวิชาชีพของดิฉันเริ่มลดน้อยลง เมื่อก่อนดิฉันก็โทษตัวเองว่าเราคงอ่านไปไม่ดี แต่ในปีนี้มันสุดจะทน ดูแล้วมีคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เหมือนดิฉันมากมายขนาดนี้เลยเหรอ ถึงสอบผ่านแค่ 11 คน หรือว่า มาตรฐานของOTมีแค่14%เท่านั้นแล้วอย่างนี้จะไป present OT ได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่มีมาตรฐาน ก็ฝากไปคิดๆกันนะคะ
และเรียนผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยไปคิดแก้ปัญหาด้วยนะคะ
ก่อนที่วิชาชีพ OT จะขาดคนทำอาชีพนี้ไปอีก 1 คน
จากผิดหวังเช่นกัน
ข้อสอบกฏหมายออกยากมาก ๆ จะให้นักกฎหมายออกมาสอบเหรอค่ะ ลองเอาไปเปรียบเทียบดูนะค่ะว่าอัตราส่วนผู้ที่ผ่านข้อสอบกฎหมายน้อยมาก แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ในปีต่อ ๆ ไปคงมีคนสอบผ่านกฎหมาย 2-3 คน หรือไม่มีเลยหรือไงค่ะ
อยากให้เฉลยข้อสอบได้ไหม จะได้นำไปเป็นแนวทางในการสอบครั้งต่อไป โดยเฉพาะข้อสอบกฎหมายอยากรู้คำตอบมาก ๆ มันยากจริ ง ๆ ค่ะ
จากคนหนึ่ง
นิติศาสตรบัณฑิต(กิจกรรมบำบัด)
วุฒินี้คงจะเหมาะสมกับนักโอทีมากกว่า
........................................................
เหนือคำบรรยายจริงๆ
จากนักot
อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยตอบกระทู้ให้ด้วย และอยากให้ปรับปรุงเกณฑ์ในการให้คะแนนรวมถึงแนวทางการออกข้อสอบให้เหมาะสมกว่านี้ จะเป็นพระคุณอย่างสูง
จากโอทีคนหนึ่ง
ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพราะโอทีตอนนี้ทำงานอยู่คนเดียวที่โรงพยาบาลเขาก็ถามหาใบประกอบ ไม่กล้าตอบเลยว่าสอบไม่ผ่าน ก็ทราบว่าเราความรู้อาจไม่พอ อาจเตรียมไปไม่ดี แต่ก็เสียดายและเสียใจ ที่ต้องเสียเวลา และเสียเงินเพื่อไปสอบอีกรอบ และอาจต้องมีปัญหากับที่โรงพยาบาล ทำไมข้อสอบเราถึงผ่านยากจัง ไม่เห็นเหมือนวิชาชีพใกล้เคียงเค้ายังมีโอกาสในการทำงานมากกว่าเรา
มาให้กำลังใจด้วยคนครับ สู่ต่อไปครับ บอกความลับครับ เมื่อก่อนผมสอบตกบ่อย ๆ จนชิน ก็เลยคุ้นกับการสอบซ่อม อิอิ แต่เราจะแม่นขึ้นกว่าเดิมครับ สู้ครับ อาจารย์ทำได้อยู่แล้ว
สวัสดีค่ะ
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และเอาใจช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีนะคะอาจารย์
ขอบคุณมากครับคุณเอกราช และคุณ Independent Woman
อุปสรรคเป็นเครื่องทดสอบว่าเราจะมีความอดทนและความพยายามแค่ไหน ตราบใดที่พี่ยังรักวิชาชีพเราอยู่ ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าพี่ทำได้นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณมากครับน้องคนหนึ่ง พี่จะพยายาม "รัก" วิชาชีพ และ "รัก" อนาคตที่ตนเองอยากจะช่วยสังคม (อยากที่ต้องการจะเป็น...นอกเหนือวิชาชีพ ครับ)
นี่คือ ตัวอย่างของน้องนักกิจกรรมบำบัดที่เศร้าใจมากคนหนึ่ง
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นไปได้ ที่ว่าสอบวิชาขีพหลายรอบแล้วก็ไม่ผ่านซะที ตั้งแต่จบมาทำงานกิจกรรมบำบัด จะ 2 ปี จับคนไข้แทบจะทุกวัน และก็จับหนังสือขึ้นมาอ่านทุกวัน อ่านจนจบหมดเล่ม หนังสือที่ซื้อมาจากคณะ ที่พวกอาจารย์แต่งขี้นมาด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงสอบไม่ผ่าน สมัตรสอบแต่วิชาชีพมาแล้วหลายครั้ง ค่าสมัคร 1,020 บาท เงินเดือนช่วงแรกได้อยู่ 7,260 บาท รับริงก็ 6,900 กว่าบาท จากนั้นก็พยายาม ทำความเข้าใจทั้งทฤษฎี และปฏิบัติ ก่อนหน้านี้ก็โทษตัวเองว่าเตรียมตัวไม่พร้อม แต่สอบคราวนี้พร้อมสุดๆ อ่านหนังสือจบเป็นเล่มๆ ใช้ระยะเวลาในการเตรียมตัว 1 ปีเต็มๆ แต่ผลออกมากลับผิดคาด เสียใจมากจริงๆ ร้องไห้ไม่ออก บอกใครก็ไม่ได้ มันจุกแน่นไปหมด ว่าสอบวิชาชีพไม่ผ่าน โรงพยาบาล ก็ตามทวงเอาใบประกอบอยู่ หรือว่ามันเป็นเวรเป็นกรรม ว่าจะไปบวช สัก 2 อาทิตย์ แต่ก็ลางานไม่ได้ มีแต่ต้องลาออกไป ค่าใบประกอบนี้มีค่า จะ 40,000 บาท อยู่แล้ว เป็นค่าใบประกอบที่แพงมาก และเป็นใบประกอบที่วิชาชีพใกล้เคียงคิดว่ามันไม่น่าจะสอบยากอะไรขนาดนี้ ขณะที่นั่งพิมพ์ข้อความนี้ก็ยังนั่งร้องไห้อยู่ด้วย เพราะยังทำใจไม่ได้ ตอนนี้ไม่อยากจะทำงานด้านนี้แล้ว หมดกำลังใจ ไม่อยากจับคนไข้ ไม่อยากฝึกเด็ก ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดีกับชีวิต"
ลองอ่านความคิดเห็นอื่นๆ ที่ http://www.otinthailand.org/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=otinthailandorg&thispage=1&No=497552
ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยอีกหนึ่งใจนะคะ ..
ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจจากน้องฝน
หนูชื่อวาอยู่ม.1/8รร.ลาซาลโชติรวีนครสวรรค์คะที่พี่ป็อบไปวันนี้คนเราสอบตกเป็นเครื่องผิดพลาดกันได้คะแต่พี่ป็อปต้องสู้ๆนะคะพี่ป็อปวันนี้พี่ไปม.1-2-3สนุกมากเลยค่าพี่พูดตลกมากเลยค่า