แนวคิดเชิงลบ

ความคิด 2 มุม   ตอน: แนวคิดเชิงลบจิปาถะ(Negative thinking)

            พักนี้เมืองไทยของเรา เจอวิกฤติด้านพลังงานทำเอา อ่วมอรทัย ไปทั่วทุกชนชั้น   จะทำอะไร ก็ฝืดเคืองไปหมด ทั้งเถ้าแก่ ลูกจ้าง และ ประชาชนเดินดินทั่วไป แถมด้วยการเกิดความแปรปรวนในสิ่งต่างๆ   มักเกิดขึ้นได้ง่าย  โดยไม่คาดฝัน ทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ  อุณหภูมิ  สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา  เลยยิ่งแย่ไปกันไหญ่ อย่างเช่น เมื่อวันก่อนกลับจากการประชุมสัมมนา เรื่อง การจัดการเรียนรู้  ที่กรุงเทพมหานคร  ตอนขากลับจะเข้าบ้านพัก อากาศที่ร้อนอบอ้าว แบบชวนหน้ามืดตาลาย  กลับแปรปรวนขึ้นอย่างกะทันหัน อยู่ดีๆ ฝนก็เทเม็ด ตกอย่างฉับพลัน วิ่งเข้าบ้านพักเกือบแทบไม่ทัน  เปิดดูทีวีกะจะนอนพักผ่อนไห้เต็มที่ หลังจากที่นั่งห้อยขาบนรถทัวร์มาตลอดคืน  แต่ก็ต้องตกใจตาสว่างขึ้นมาทันทีทันใด  กับคำพูดแบบฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง ของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้ชื่อว่า ชิมไปบ่นไป  ท่านประกาศท้าชนกะม็อบพันธมิตรที่ต่อต้านรัฐบาล จับใจความได้ว่า ท่านจะใช้กำลังเข้าไปสลายม็อบอย่างเด็ดขาด ภายในวันนั้น   เอาละสิ !! สงสัยท่าน จะไปชิมดีหมี พร้อมอุ้งตีน มาจากไหน จึงหาญกล้าท้าชนขนาดนั้น นี่ถ้าคนแถวๆบ่อนวัวได้ฟัง อาจต้องมีการท้าเดิมพัน กันว่าท่าน จะกล้าทำจริงหรือไม่  ได้แต่เพีงคิดว่า จะเป็นเช่นอีหรอบเดิม ที่คำพูด ของท่านจะเป็นนายเสมอ ขาดการคิดก่อนพูดอยู่บ่อยๆ สุดท้ายต้องหน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บ  นักข่าวต่างเสนอข่าวกันอย่างโกลาหล ทำเอาต้องสับหมุนเปลี่ยนช่องกันแทบไม่ทัน  พอตกเย็นก็เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านเหลิม ดาวเทียม  คู่ทุกข์คู่ยากของท่าน ออกมาแก้ต่างไห้ ว่าจะไม่มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปสลายม็อบ ทั้งภายในวันนี้ และวันไหนๆ ทั้งสิ้น  ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไปนั้น เป็นเพียงความคิดชั่ววูบเนื่องจากอารมโกรธ ต่อม็อบพันธมิตรที่ไม่ยอมสลายตัว และเมื่อได้วา แล้วจะเอาศอกอีก  ดู๊ ดู ท่านทำ  ทำกับประชาชนตาดำ ของท่านได้ 

                ในช่วงเช้าระหว่างการขับรถไปทำงาน เจอแต่เรื่องที่มากระทบจิตใจ  พาลให้คิดแต่เรื่องในเชิงลบ ทั้งสิ้น มองเห็นตัวเลขที่ปั้มน้ำมันแล้วใจหาย  แปรปรวนเปลี่ยนขึ้น ไม่เว้นแต่ละวัน แถมข้อความจากโทรศัพท์มือถือ ก็เตือนย้ำราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ขึ้นอีก 60 สตางค์  เฮ้อ ! ทำไมมันไม่ขึ้นให้ทะลุ 50 บาท ให้รู้แล้วรู้รอด  จะได้รู้ดำรู้แดง กันเสียที  ว่าบรรดา หุ้นส่วนใหญ่  ของ ปตท . 5 อันดับแรกๆ ที่เป็นคนของพรรคพลังประชาชน จะรวยล้นฟ้าติดอันดับทอ้ปเท็น มหาเศรษฐีของโลกหรือไม่ และยังมีความสุขดีกันหรือเปล่า เมื่อพี่น้องคนไทย  ล่มสลายกันเป็นทิวแถว  แหม ก็ตอน  ปตท. ซื้อน้ำมันดิบ จากตะวันออกกลาง แถวๆ  ดูไบ และอิรัก   แต่ดันไปประกาศราคาอ้างอิง จากแหล่งซื้อขายน้ำมันดิบ จากเวส เท็กซัส  ในอเมริกาเหนือ  ซึ่งเป็นราคาโคตรแพงสุดๆ ในราคาน้ำมันดิบเมื่อเทียบกับ ทั่วโลก    พอกลั่นเสร็จ แทนที่จะประกาศราคาขายได้เอง  แต่ทำไม ต้องไปประกาศราคาอ้างอิงกับน้ำมันสำเร็จรูปที่หน้าท่า  ของสิงคโปร์  ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำหน้าที่นายหน้าแหล่งใหญ่ของโลก ประเทศนี้รวยได้เพราะการทำหน้าที่นายหน้าเป็นหลัก ไม่มีทรัพยากรของตนเองเลยสักนิด  ซึ่งก็ทำให้น้ำมันแพงหูฉี่ตามเคย   และประชาชนคนไทยยังมืดฟ้า มัวดิน  กะค่าการกลั่น  และค่าการตลาด ที่ ปตท.กำหนดขึ้น อย่างหมกเม็ด ไม่ยอมเผยแพร่ไห้ประชาชนทราบ แบบแจ่มแจ้งอีกเท่าไหร่

                พอย่างเท้าเข้าที่ทำงาน เห็นหนังสือเวียน ของกรมส่งเสริมการเกษตร เรื่องการประกันชีวิตหมู่ ไห้กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ่านแล้ว ก็รุ้สึก เชิงบวกในแนวคิดของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ริเริ่มในความห่วงใย  ต่อเจ้าหน้าที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยประชาสัมพันธ์ขายประกันชีวิตหมู่ ของบริษัทหนึ่ง  ในวงเงินประกัน 400,000  บาท ต่อเบี้ยประกัน ประมาณ 675 บาท โดยกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าเป็นผู้ออกสบทบให้ 200 บาทผู้ซื้อประกันออกเอง 475 บาท ในทำนองนั้น  เห็นแล้ว ก็ตกลงซื้อ เพื่อบุคคลอันเป็นที่ห่วงใย

แต่ขณะ ก้มลงใต้โต๊ะ  สายตาเหลือบไปเห็นเศษหนังสือพิมพ์ขนาดเท่าฝ่ามือ  มีหัวข้อพาดข่าว กระทรวงกลาโหมได้นำเรื่องการทำประกันชีวิตหมู่ฟรี แก่ทหาร ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าพิจารณาที่ประชุมใหญ่อย่างเร่งด่วน  โดยมีการเสนอวงเงินประกันชีวิต ขั้นต่ำ แก่พลทหาร ในวงเงิน 300,000 บาท  นายทหารชั้นประทวน วงเงินประกัน 600,000  บาท และนายทหารชั้นสัญญาบัตร  ในวงเงินประกัน 1,000,000 บาท    พาลให้คิดต่อไปว่า ทำไมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ไม่คิดถึงเรื่องนี้บ้าง  ปล่อยให้ต่างกรม ต่างกอง คิดกันไปคนละทิศละทาง  หรือรัฐมนตรี เก่งแต่เรียกเงินจากกรมกอง ต่างๆ ไปพัฒนางานเฉพาะพื้นที่อย่างเดียว   แต่ ก็ต้องขอบคุณ    กรมส่งเสริมการเกษตร  ที่ริเริ่มแนวคิดนี้ และอุตส่าห์ระบุไว้ว่าเป็นผู้ออกเงินสมทบให้ 200 บาท คงเป็นการเชื่อ อย่างสนิทใจ ถ้าไม่มีใครมาอธิบายถึงหลักเกณท์ การขายประกันชีวิตหมู่ ให้ทราบ   ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ก็ยังขอสนับสนุน ให้มีการดำเนินการอย่างนี้ไปเรื่อยๆ  และถ้าเป็นไปได้  อยากคาดหวัง และอยากเห็นกรมส่งเสริมการเกษตรซื้อประกันชีวิตหมู่ แบบฟรี ให้แก่เจ้าหน้าที่ดังกล่าว  ถึงแม้วงเงินประกันไม่สูงมากนัก แต่ขอให้เป็นแบบ ฟรี จริงๆ  มิใช่แค่การเสนอตัวเป็นเพียงแค่นายหน้าประกันภัยที่ดี  เท่านั้น

                                …………………………………………………………………………………..

                หมายเหตุ : เนื้อหาจากบทความนี้ สืบค้นข้อมูลมาจากหลายแหล่ง อาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงได้  ขอให้ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ หากมีข้อมูลตรงส่วนใด ที่ขัดกับข้อเท็จจริง ใด้โปรดแสดงแนวคิด เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้  จะขอบคุณยิ่ง  และขอน้อมรับแก้ไขความผิดพลาดเพื่อความถูกต้องต่อไป