โลกจะบิด จะเบี้ยว อย่างไร ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมันเถิด แต่หากยังมีคนเข้าใจ มีคนให้อภัย และพร้อมที่จะให้โอกาสในการบิดเบี้ยวนั้น ย่อมจะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากกว่าการเป็นเพียงโลกใบกลม ๆ เป็นไหน ๆ จริงไหมค่ะ

ในช่วงเปิดภาคการศึกษาใหม่ ๆ หลาย ๆ สถาบันคงหนีไม่พ้นฤดูกาลรับน้องใหม่ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัย และหากใครติดตามข่าวคราวในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นข่าวการรับน้องของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง  ซึ่งในบันทึกนี้ ดิฉันจะไม่กล่าวถึงสาเหตุ ที่มาที่ไป และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากข่าวนี้  เพราะคงติดตามอ่านได้จากหลาย ๆ สื่อ  และดิฉันคงไม่กล้าเอาความคิดเห็นของตัวเองไปตัดสินสถานการณ์นี้

 

แต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ดีที่สุดจากเหตุการณ์นี้ นั่นคือ สังคมไทย ก็ยังมีสิ่งดี ๆ หลงเหลืออยู่  บทบาทของความเป็นแม่  บทบาทของผู้บริหารสูงสุด และบทบาทของรุ่นพี่

 

 แม่ ก็ยังคงเป็นแม่  ไม่ว่าลูกจะทำผิดพลาดอย่างไรมา  ผู้ที่เสียใจที่สุดคงหนีไม่พ้นคนที่เป็นแม่ แต่ถึงแม้ว่าจะเสียใจเพียงไร  ความเป็นแม่ก็พร้อมที่จะให้อภัยและเข้าใจลูกในทุก ๆ เรื่อง และกล้าที่จะออกมายอมรับผิด ดิฉันซึ้งใจกับคำพูดที่ว่า  "เป็นเพราะแม่เองที่คงเลี้ยงดูลูกไม่ดีพอ ถึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ กราบขออภัยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้" นี่คือความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่

 ท่านอธิการบดี ซึ่งถือเป็นผู้บริหารสูงสุดของสถาบันนี้ กล้าที่จะออกมารับผิด และยินดีชดใช้ ค่าเสียหาย พร้อมรับผิดชอบหาที่เรียนให้ใหม่ทันที และมีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ฉับไว และจริงใจ  เป็นการแสดงบทบาทภาวะผู้นำที่ชัดเจนที่สุด มีการแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวได้อย่างเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของผู้กระทำผิด และในส่วนของผู้เสียหาย ถึงแม้การกระทำดังกล่าวทางมหาวิทยาลัยไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยก็ตาม  คำพูดของท่านที่ว่า "สถาบันการศึกษา มีหน้าที่อบรมสั่งสอนนักศึกษาให้เป็นคนดี  หากนักศึกษาคนไหนกระทำผิด  เราควรต้องให้โอกาสเขา และอบรมให้เขากลับกลายเป็นคนดีของสังคมให้ได้ ไม่ใช่นักศึกษาคนไหนกระทำผิด  ก็ต้องไล่ออก ซึ่งจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในสังคมต่อไปอีกอย่างไม่จบสิ้น"

 และสุดท้ายที่จะกล่าวถึง คงหนีไม่พ้นรุ่นพี่คนนั้น  จากการที่เขากล้าออกมาเผยตัว ยอมรับผิดในสิ่งที่ตนเองทำ และยอมขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะขอโทษที่ทำให้แม่ของเขาเสียใจ  ผิดก็ยอมรับผิด  นี่แหละคะใช่เลย เราต้องการเห็นคนในสังคมเป็นแบบนี้  เรา ๆ ซะอีก ที่บ้างครั้งยังไม่กล้ายอมรับผิดได้เท่าเด็กคนนี้  

 

 ลองคิดดูเล่น ๆ นะคะ  จะเกิดอะไรขึ้น หากทางมหาวิทยาลัยไล่นักศึกษาคนนี้ออก  จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าแม่ซ้ำเติมและไม่ให้กำลังใจลูก และในอนาคตนักศึกษาคนนี้จะกลายเป็นผู้นำที่ดีในสังคมได้อย่างไร หากแม้เพียงเรื่องน้อยนิดเขายังไม่ยอมออกมารับผิดในสิ่งที่ตนเองกระทำ

 

คุณเป็นพ่อแม่มีการเข้าใจ ให้อภัย และให้โอกาสลูกหรือยัง หากเขากระทำผิด

คุณเป็นผู้บังคับบัญชา ที่พร้อมยอมสืบสาวเรื่องราวในสิ่งที่เกิดจากการผิดพลาดของลูกน้อง และได้ออกมายอมรับผิดในสิ่งที่เกิดจากการผิดพลาดของลูกน้อง  แทนที่จะบอกปัดว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยว และ

และคุณเองพร้อมยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาด และพร้อมที่จะแก้ไขให้ดีขึ้น แล้วหรือยัง

นี่คือสิ่งที่สังคมกำลังขาดหายไป  โลกจะบิด จะเบี้ยว  อย่างไร  ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมันเถิด  แต่หากยังมีคนเข้าใจ มีคนให้อภัย และพร้อมที่จะให้โอกาสในการบิดเบี้ยวนั้น ย่อมจะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากกว่าการเป็นเพียงโลกใบกลม ๆ เป็นไหน ๆ  จริงไหมค่ะ

 

  หวังว่าเรื่องราวดี ๆ เรื่องนี้ คงจะสะท้อนให้เราหันมามองตัวเราเองว่า ทุกวันนี้ เราได้ทำหน้าที่ตามบทบาทที่ควรจะเป็นอย่างดีแล้วหรือยัง

ดิฉันฟังข่าวนี้เมื่อเช้า ระหว่างเดินทางมาทำงาน  ถึงกับน้ำตาซึมเลยค่ะ เพราะมามองย้อนดูตัวเองแล้ว ดิฉันยังทำหน้าที่แม่ ได้ไม่ถึงครึ่งของแม่ท่านนั้นเลยค่ะ