อมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลปี 2541 ตอกย้ำแนวคิดเข้าถึงความสามารถของคนบนพื้นฐานความมีอิสระ ส่งเสริมคุณค่าการดำรงชีวิตในโลกเศรษฐกิจไร้พรมแดน ชูความสามารถแท้จริงที่แตกต่างกันของมนุษย์ เป็นศูนย์กลางการพัฒนาที่ไม่เน้นวัตถุนิยม แต่ทำเพื่อความผาสุกของสังคม สนับสนุนกระแสเศรษฐกิจพอเพียง ตามกระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ผมยินดีที่ได้กลับมาเยือนนคร ที่เป็นแรงขับเคลื่อนและสวยงามอย่างกรุงเทพฯ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และทุกวันนี้เป็นนครมีเอกลักษณ์ และเป็นแรงผลักดันของประเทศ วันนี้ผมได้รับเชิญมาร่วมถกเถียงถึงเสียงเรียกร้องให้พูดถึง "หัวใจ" ของการเข้าถึงความสามารถ เพื่อการพัฒนาโลกใบนี้"
คำกล่าวเกริ่นนำแบบชื่นชมเมืองไทย ก่อนนำไปสู่เนื้อหาปาฐกถาความยาว 22 หน้าของอมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2541 จากทฤษฎีพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ซึ่งขึ้นพูดในงานประชุมและสัมมนาวิชาการ จัดโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง "ทางเลือกในการพัฒนาและเศรษฐกิจพอเพียง" ต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวันแรก ที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค.นี้
ด้วยพื้นฐานความเป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ จบระดับปริญญาโทและเอก จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ และปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และมีผลงานวิจัยจนเป็นที่ยอมรับระดับโลก ซึ่งผลงานของเขามีทั้ง "เศรษฐศาสตร์สวัสดิการ", "เศรษฐศาสตร์การพัฒนา" และ "ทฤษฎีความอดอยากและความยากจน" รวมถึงทฤษฎีการเลือกทางสังคมและความเสมอภาค
ผลงานของอมาตยา เซน เน้นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กันไป ทำให้ปาฐกถาของเขามีความหลากหลายและเต็มไปด้วยข้อเท็จจริง ที่สอดรับกับกระแสเรียกร้องให้คนไทยทั้งประเทศหันมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
โดยหน้าแรกในคำกล่าวชองอมาตยา เซน ให้คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า แท้จริงการเข้าถึงความสามารถ (capability approach) คืออะไร โดยระบุว่า ไอเดียความสามารถเชื่อมโยงกับเสรีภาพ และเกี่ยวข้องผสมผสานเอาความคาดหวังหลายอย่างในการดำรงชีวิต ซึ่งมนุษย์ใช้เป็นเหตุผลในการตีค่าจากความพึงพอใจ
อมาตยา เซน พยายามดึงให้ผู้ร่วมประชุมเข้าใจในแนวคิดการเข้าถึงความสามารถ ซึ่งเป็นไอเดียของเขาที่ช่วยสนับสนุนแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยระบุว่าความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ควรวัดและประเมินจากความสามารถที่มีอยู่และทำได้จริงเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดสิ่งต่างๆ มีคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อปวงชนในประเทศ
"การเข้าถึงความสามารถมุ่งเน้นไปที่ชีวิตมนุษย์ และไม่ใช่แค่การเน้นไปที่วัตถุให้ความสะดวกสบาย เช่น รายได้หรือวัตถุสินค้าซื้อขายที่บุคคลอาจถือครองอยู่ ซึ่งบ่อยครั้งที่เศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จในชีวิตมนุษย์ แต่การเข้าถึงความสามารถกลับมุ่งเน้นไปที่การให้โอกาสแท้จริงในการดำรงชีวิต และเน้นไปที่เสรีภาพมีอยู่จริง" เจ้าของรางวัลโนเบลกล่าว
พร้อมกับยกตัวอย่างว่า หากบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีรายได้สูง แต่บุคคลนั้นมีแนวโน้มว่าเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือมีอุปสรรค จากความพิการทางร่างกายอย่างรุนแรง บุคคลดังกล่าวถูกมองแล้วว่าไม่ได้สบายดีจากข้อมูลพื้นฐานเพียงแค่รู้ว่า เขาหรือเธอมีรายได้สูง
นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของผลงานการวิจัยและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ระหว่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตกับการพัฒนาเศรษฐกิจ อธิบายไว้ในเอกสารว่า การเข้าถึงความสามารถนั้น เป็นการดูถึงความสามารถของบุคคล ที่จะแปรเปลี่ยนรายได้ หรือความเป็นเจ้าของ ไปสู่การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นการดำรงชีวิตในวิถีทางที่มีเหตุผลควรแก่การยกย่อง
อมาตยา เซน เน้นว่าการพัฒนาต้องมาควบคู่กับเสรีภาพของมนุษย์ และเสรีภาพถือเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการพัฒนา การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีก็เป็นผลจากประชาชนมีเสรีภาพและใช้ความสามารถแท้จริงบนพื้นฐานแตกต่างกันไป
"ขอให้เข้าใจว่า วิถีทางต่างๆ ให้เกิดความพึงพอใจในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ใช่การสิ้นสุดของการช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อการมีชีวิตที่ดี และนำไปสู่การสนับสนุนแบบครอบคลุม ให้เข้าถึงการประเมินคุณค่าในทางปฏิบัติ และมุมมองเรื่องการใช้ความสามารถก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในงานประชุมสัมมนาครั้งนี้"
ทั้งนี้ อมาตยา เซน ได้หยิบยกเนื้อหาใกล้ตัวเกี่ยวข้องกับผู้ร่วมงานประชุมสัมมนาครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นการวิจารณ์ถึงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกรวมทั้งไทยเมื่อปี 2540 ที่ก่อนหน้านั้นภูมิภาคนี้ได้รับความชื่นชมในความเป็น "มหัศจรรย์" แห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากธนาคารโลก โดยเขาตั้งข้อสงสัยว่า หากเอเชียตะวันออกประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำไมภูมิภาคนี้จึงประสบภาวะวิกฤติได้ ซึ่งในภาวะดังกล่าวทำให้ผู้คนมากมายพบกับความทุกข์เศร้าใจ
"คำตอบเรื่องนี้มีอยู่แล้ว ผมคิดว่าเป็นเรื่องของความประมาทและการละเลยของสถาบันต่างๆ รวมถึงสถาบันที่มีอำนาจจัดการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงทางเศรษฐหกิจและสังคมอยู่ในมือ และสถาบันอื่นที่มีอำนาจจัดการให้เกิดความโปร่งใสทางธุรกิจและการเงิน และนอกจากนี้ความไร้ซึ่งประชาธิปไตยในบางประเทศแถบเอเชียตะวันออกก็ยังเป็นข้อบกพร่องที่สำคัญ" นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลเศรษฐศาสตร์ปี 2541 อธิบาย
ทั้งนี้ ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งร่วมในงานและเป็นผู้ขึ้นกล่าวให้ความเห็น ภายหลังจากอมาตยา เซน สิ้นสุดการนำเสนอไอเดียของเขาว่า ความเห็นดังกล่าวนั้นเป็นทั้งคำแนะนำให้ไทยสามารถปฏิบัติตามได้ และเป็นการตอกย้ำว่าไอเดียการเข้าถึงความสามารถ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนโยบายของภาครัฐได้
"การใช้ความสามารถเป็นการเติมเต็มแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ขาดหายไป ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ของชุมชนคนไทยที่มีความหลากหลาย ให้พวกเราสามารถนำมาวางแผนในเชิงปฏิบัติได้ และให้แน่ใจได้ว่าการปฏิบัตินั้นอยู่บนพื้นฐานของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ดร.อัมมารกล่าวสรุป
ที่มา อุไรวรรณ ภู่วิจิตรสุทิน, กรุงเทพธุรกิจ,13 ก.ค.50