วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมาหัวหน้าวิโรจน์ พ่วงกลัด และพี่สายัณห์ ปิกวงค์ ได้ชวนผมไปร่วมวง ลปรร. และถอดบทเรียนในการทำงานส่งเสริมการเกษตรที่สำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย ผมก็ตกปากรับคำ เตรียมจะออกพื้นที่กันอยู่แล้ว แต่ก็ช่างบังเอิญเหลือเกินที่เช้านั้นท่านเกษตรจังหวัดก็นัดหารือเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของกลุ่มงานของผม จึงเริ่มกังวลใจว่าจะไม่ได้ไปร่วมวง ลปรร. ที่สำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย
พี่สายัณห์ก็รอจนเลยเวลาเก้านาฬากาไปแล้ว มีแนวโน้มว่าการหารือคงจะยาวเสียแล้วงานนี้ เลยตัดใจไม่ลงพื้นที่ เลยบอกให้หัวหน้าวิโรจน์ พ่วงกลัด และพี่สายัณห์ ปิกวงค์ ไปกันสองคนก็แล้วกัน หากรอคงจะเสียเวลามาก ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะกว่าจะเสร็จจากการหารือก็ปาเข้าไป 11.00 น.กว่าแล้ว นึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปร่วมวงถอดบทเรียนของสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่ายในครั้งนี้
แต่หลังจากไปร่วมเรียนรู้กระบวนกรที่สวนป่ามาสดๆ สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากสวนป่า และยังระลึกอยู่เสมอก็คือ "เราต้องก้าวออกจากความคุ้นชิน" คือออกจากพื้นที่ไข่แดง ก้าวออกไปสู่พื้นที่ของไข่ขาว....แล้วเราจะได้เรียนรู้อะไรๆ อีกมากมาย
เมื่อคิดได้อย่างนั้น จึงโทรไปเช็คกับพี่สายัณห์ทันทีว่ากระบวนการเป็นอย่างไร ได้รับคำตอบผ่านสายมาว่ากำลังเริ่มได้บ้างแล้ว(เช้าๆ มีการประชุมสำนักงานพอดี) คงต้องต่อกันตอนบ่ายๆ อีก หากมาได้ก็น่าจะทัน จึงตัดสินใจทันทีว่าจะไป เอ...แล้วจะไปอย่างไร หากคิดแบบเดิมก็คงขอใช้รถราชการ หรือว่ากลับไปเอารถที่บ้าน ระยะทางไปอำเภอพรานกระต่ายแค่ 25 กม. แต่ไหนๆ เราก็จะออกไปสู่พื้นที่ไข่ขาวที่เรายังม่คุ้นชินหรือคุ้นเคยแล้ว เลยตัดสินใจขึ้นรถโดยสารไปดีกว่าเคยสบายมามากแล้ว ลองขึ้นรถโดยสารออกพื้นที่ดูบ้างจะเป็นอย่างไร และจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง

เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาทำงานที่กำแพงเพชร (ตั้งแต่ปี 2534) ที่ขึ้นรถโดยสารไปพื้นที่(สำนักงานเกษตรอำเภอ) ก็เป็นประสบการณ์อีกด้านหนึ่งที่ยังไม่เคยได้พบเจอ ใช้เวลามากหน่อย ดังนั้นหากเราจะใช้บริการรถโดยสารก็คงต้องเผื่อเวลาไว้ให้มากๆ หน่อย ขี่รถโดยสารไปถึงอำเภอพรานกระต่ายเลยเที่ยงวันไปแล้วเล็กน้อย แต่ก็โชคดีทันร่วมวงอาหารกลางวันพอดี...อิอิ
บ่ายวันนั้นก็เลยได้ร่วมวงถอดบทเรียนในการทำงานส่งเสริมการเกษตร(ที่เป็นจริง) ของสำนักงานเกษตรอำเภอพรากนะต่าย ซึ่งพี่วาด วานิช เป็นเกษตรอำเภอที่ให้ความสนใจในกระบวนการพัฒนา-กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมอยู่แล้ว และพวกเราได้กำหนดแนวทางในการทำงาน/พัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรร่วมกันของเราระหว่างสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่ายซึ่งเป็นอำเภอนำร่อง กับทีมงานสำนักงานเกษตรจังหวัด และต่อเนื่งจากกิจกรรมของวันนี้ เรามีแผนที่จะพบปะพูดคุยในลักษณะ คิด-ทำ-เทียบ เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะสมกับศักยภาพกันอีก 2 ครั้งต่อเดือน


งานนี้ยังได้ดันหลังเพื่อฝึกฝนมือใหม่โดยให้ขึ้นไปจับประเด็นด้วย...อิอิ
งานนี้ก็เลยได้ร่วมวงเรียนรู้ และวางแผนการทำงานร่วมกันต่อไปได้ในอนาคต นี่หากว่าผมยังติดอยู่กับวิธีคิดและวิธีการทำแบบเดิมๆ ผมคงขาดโอกาสในการเรียนรู้ไปอย่างน่าเสียดาย
http://gotoknow.org/blog/kawao/187723
โปรดอ่าน แม้ว่าพี่ท่านจะไม่อยู่ในองค์กรของรัฐก็ตาม แต่ท่านคือนักส่งเสริม ตอบน้องหว่าด้วยนะคะ
อิ อิ บังคับนะเนี้ยะ
หวัดดีครับ
สวัสดีค่ะ..คุณสิงห์ป่าสัก
คิดถึงการออกจาก "ไข่แดง" หรือช่วยชาติประหยัดค่านำมัน
ก็ดีทั้งสองกรณี...จะให้ดียิ่งขึ้น...ต้องไปกินอยู่นานๆยิ่งดีค่ะ!!!!!
เย้!...ดีใจแทนผู้เสียภาษีทั่วประเทศ...อิอิอิอิอิอิ
สวัสดีครับ
งานนี้ยังได้ดันหลังเพื่อฝึกฝนมือใหม่โดยให้ขึ้นไปจับประเด็นด้วย...อิอิ