เสาร์-อาทิตย์นี้ เป็นวันเปิดภาคเรียนใหม่ นักศึกษารุ่นใหม่ หลักสูตร ป.บัณฑิตบริหารการศึกษา ของ ม.ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผมสอนวิชานิเทศการศึกษาเช่นเคย พบกันวันแรกหลังจากเราได้ชี้แจงข้อตกลงเรื่องการเรียน การปฏิบัติงาน และการวัดผลประเมินผลตลอดภาคเรียน รวมทั้งพูดคุยถึงขอบข่ายสาระของวิชา ตลอดจนความหมาย หลักการ จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษาจนเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้ว
ผมได้ตรวจสอบข้อมูลรายชื่อนักศึกษา พบว่า นักศึกษาที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่บริหารในโรงเรียนปฐมวัย ประถม มัธยม อาชีวศึกษา ทั้งสังกัด สพฐ. กทม. เอกชน และอาชีวศึกษา คละกัน มีทั้งที่เป็น ผอ. รองผอ. ผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ ครูใหญ่ เป็นต้น
ผมจึงเริ่มต้นการเรียนการสอนโดยใช้เครื่องมือ Story telling(เรื่องเล่า) ให้ผู้บริหารที่มีประสบการณ์หลากหลายมาเล่าประสบการณ์ความสำเร็จ(best practice)เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากการนิเทศการศึกษา การบริหาร หรือการจัดการเรียนการสอน การดูแลช่วยเหลือผู้เรียนฯลฯ โดยใช้กติกาของ Story telling ทั้งผู้เล่าและผู้ฟัง โดยเฉพาะผู้ฟังขอให้ใช้กฎของสุนทรียสนทนา(dialogue) 3 ประการคือ ฟังโดยไม่พูดแทรก ฟังด้วยความตั้งใจ และฟังด้วยความเข้าใจ
พวกเรารวมทั้งผมด้วยต่างได้รับแนวคิดแนวทางในการบริหารและการทำงานที่ล้ำค่า จากผู้เล่าแต่ละท่าน จะขอยกตัวอย่างขุมความรู้ที่ได้จากบางท่าน เช่น
คุณกฤษฎา จุลชาติ (ผู้จัดการโรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน) และทีมงานบริหารที่เป็นรองผู้จัดการของท่านที่เข้ามาเรียนด้วยอีก 4 คน(คุณดารา ขันติกุล คุณสุภาณี จุลชาต คุณสมฤดี คอมันต์ และคุณสุจิตรา ชิ้นอาภรณ์) เรื่องที่แต่ละท่านเล่าล้วนบอกถึงการคิดค้นพัฒนาการทำงานของแต่ละฝ่ายให้บรรลุเป้าหมายของโรงเรียนที่ปักธงตรงกัน เช่นระบบประกันคุณภาพจะมีคณะกรรมการวิเคราะห์ความสอดคล้องมาตรฐานจากที่ต่างๆให้เป็นมาตรฐานของโรงเรียน แล้วจัดระบบงานให้เชื่อมโยงกัน มีการประเมินส่วนงาน มีการเฝ้าระวังติดตาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันโดยตลอด เรื่องการดูแลกิจการนักเรียน ก็ใช้การเพิ่มองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการกิจการต่างๆให้นักเรียนลงมือปฎิบัติจริงจนเกิดทักษะติดตัวไป ด้านบริหารจัดการทั่วไป ถ้าพนักงานประจำคนใดเกษียณจะไม่บรรจุเพิ่มแต่ใช้การจ้างแทน ใช้การโอนเงินลงทะเบียนเรียนของนักเรียนผ่านธนาคาร เป็นต้น
คุณขวัญยืน กสิณธร(ครูใหญ่โรงเรียนกสิณธร) และคุณธนิต กสิณธร เล่าถึงการนิเทศครูเรื่องการสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ โดยใช้การนิเทศแบบสอนงาน(coaching) ให้คำปรึกษาแนะนำ เป็นทางออกที่สร้างสรรค์ให้ เช่น การทำสื่อ การใช้เกมโชว์ เป็นต้น
คุณอารี มาประณีต(ครูใหญ่โรงเรียนบูรณะศึกษา) และทีมบริหาร(คุณสุชาติ อินสมะพันธ์ คุณสมพร สมไพบูลย์ และคุณสุพัตรา รอดพลอย) เล่าถึงการตรวจสอบและดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ออกโดยอิงหลักการสอนภาษาอย่างถูกต้อง จนถึงให้อ่านแตกและเขียนสื่อสารได้ ซึ่งถือเป็นจุดขายของโรงเรียน สอนคณิตศาสตร์นักเรียนที่อ่อนโดยเริ่มจากง่ายสู่ยาก ใช้การจูงใจให้เขาประสบผลสำเร็จ และใช้เพื่อนสอนเพื่อน เป็นต้น
คุณนาตยา อารี (ผู้จัดการโรงเรียนจินดามณี) ใช้วิธีนิเทศการสอน ที่ลดช่องว่างวิธีสอน
ระหว่างครูไทยและครูต่างชาติโดยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตลอดเวลา
คุณบังคมศิลป์ สีดาพันธ์(ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอำนวยศิลป์ ธนบุรี ฝ่ายกิจการนักเรียน) แก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทกัน โดยจัดทีมงานดูแลที่เข้มแข็ง คุณบังคมศิลป์ใช้หลักการสอนทีมงานด้วยการปฏิบัติให้ดู ทุ่มเท เอาใจใส่ สร้างเครือข่ายผู้ปกครองห้องละ 5 คน ศึกษาข้อกฎหมายให้แม่น นิมนต์พระมาเทศน์ เชิญนักโทษมาพูดให้ฟัง และมีเทคนิคในการติดตามนักเรียน การประสานงานผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย
ฯลฯ
ยังมีอีกหลายคนที่มีเทคนิคการบริหารและการทำงานที่ดีมาแบ่งปันกัน ซึ่งทั้งคนเล่า คนฟัง ต่างมีอารมณ์ร่วมแบ่งปันกันอย่างเต็มที่ เมื่อทุกคนเล่าเสร็จผมก็ลองถามบางท่านว่าวันนี้ชอบแนวปฏิบัติของใครที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานของตนได้บ้าง ทุกคนก็สามารถบอกถึงเรื่องที่ตนเองชอบได้อย่างชัดเจน บางคนก็ชอบของคนโน้นผสมกับคนนี้ก็มี
นับเป็นวิธีเรียนรู้ที่ผมเห็นว่าประสบผลสำเร็จมากกว่าการที่ผมจะมาบรรยายให้ฟังโดยตรง และผมถือว่าทุกคนที่มาเรียนล้วนเป็นครูซึ่งกันและกัน... รวมทั้งเป็นครูให้แก่ผมด้วย...
จากที่ผมได้เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตบริหารการศึกษา หมู่เรียนที่ 2ของ ม.ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในปี2551ที่ผ่านมาพพบว่าเนื้อและความรู้ต่างๆที่ได้จาก อ.ธเนศ เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของกระผมเป็นอย่างมากครับ