
อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผล
" เราต้องยอมรับความจริงว่าอดีตผ่านไปแล้ว เราไม่อาจแก้ไขอะไรได้ อนาคตก็ยังไม่มาถึง แต่ปัจจุบัน เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไร"
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
จากหนังสือเล่มเล็ก ๆ ชื่อ เราเกิดมาทำไม พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ได้เล่าถึงเรื่องราวของชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ผ่านงานเขียนของเขาซึ่งติดอันดับขายดีในญี่ปุ่น ชื่อ No One’s Perfect เมื่อแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า ไม่ครบห้า
เพื่อไม่ให้คนอ่านต้องใช้เวลามากเกินไป คนไม่มีรากจึงขอย่อความจากหนังสือเล่มนี้ ดังนี้นะคะ
เรื่อง ไม่ครบห้า เป็นชีวิตจริงของ ฮิโรทาดะ โอโตตาเกะ ซึ่งเกิดที่โตเกียว เขาเกิดมาด้วยการไม่มีแขนขาเลยตั้งแต่เกิด แต่น่าแปลกตรงที่เขากลับมองความพิการของตัวเองว่า นั่นคือ ลักษณะพิเศษทางกายไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ความพิการของเขา เป็นเพียงความไม่สะดวก แต่ไม่ใช่ความไม่สบาย
วันแรกที่หมออนุญาตให้แม่ได้พบเขาเป็นครั้งแรกนั้น ทุกคนกังวลว่าแม่ของเขาจะยอมรับไม่ได้ มีการเตรียมการอย่างมาก ทุกฝ่ายเคร่งเครียดกันไปหมด แต่...ประโยคแรกที่แม่เขาอุทานเมื่อได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรกคือ...
เธอช่างเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกิน.....
และด้วยอารมณ์นี้จึงเป็นพลังผลักดันให้ โอโตตาเกะ สามารถพิสูจน์ว่า เขาไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น พ่อแม่เลี้ยงให้เขาเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ใช้ความพิการเป็นข้ออ้าง ไม่ให้คิดว่าความพิการเป็นปมด้อย เขาจึงเติบโตขึ้นมาด้วยการไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เขาเขียนหนังสือได้ ใช้คอมพิวเตอร์เป็น เล่นกีฬาได้หลายอย่าง เขานั่งรถขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร เขาเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลับชั้นนำโดยไม่ต้องใช้อภิสิทธิ์ใด ๆ เลย และปัจจุบันเขาทำงานเป็นครูสอนหนังสืออย่างมีความสุข
โอโตตาเกะ ไม่เคยโทษโชคชะตา ฟ้าลิขิตที่สร้างเขาให้มีรูปร่างไม่สมประกอบ เขาภูมิใจในสิ่งที่ตนเป็น และคิดว่าโลกนี้ไม่ควรมีพรมแดนและสิ่งกีดขวางระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพียงเพราะคนใดคนหนึ่งเกิดมาพิการเท่านั้น เขาได้เรียกร้องให้สังคมเปิดใจให้กว้าง ให้ทุกหัวใจในสังคมเป็นหัวใจที่ไร้สิ่งกีดขวาง
ภาพปกหนังสือจาก http://bp3.blogger.com/_a3eCNkfFVsU/RhkZpdgjTnI/AAAAAAAAAZo/2yTL0XbRjMA/s1600-h/L00GF.jpg
เขาใช้ชีวิตได้สง่างามและน่าชมเชย....
ทุกวันนี้เขาใช้ร่างกายเล็ก ๆ ที่ไม่มีแขนขาของเขาขับเคลื่อนสังคม เขาช่วยเหลือให้กำลังใจแก่คนพิการ เขียนหนังสือและเดินทางไปเผยแพร่แนวคิดในการเปิดใจกว้างแก่โลกที่เท่าเทียมกัน ทั่วญี่ปุ่น
เรื่องของฮิโรทาดะ โอโตตาเกะ น่าจะเป็นตัวอย่างและเป็นกำลังใจในการช่วยอีกหลาย ๆ คนที่คิดท้อแท้ ให้หันกลับมามองตนเอง ในการที่จะต่อสู้ชีวิตด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
คนไม่มีรากอ่านจนจบด้วยรอยยิ้ม...หันมาบอกตัวเองเบา ๆ ว่า...แล้วเธอล่ะ...อวัยวะก็ครบ สิ่งแวดล้อมก็แสนจะเอื้ออำนวยช่วยเธอ ยังจะมัวท้อแท้ เหงาหงอย เกเร ยืดยาด อีกหรือนี่….
มนุษย์นั้นจะทำสิ่งดีงามและที่ยิ่งใหญ่ได้...ต้องออกจากตัวเองให้ได้ก่อน มองไปรอบ ๆในสังคมและโลก...อย่ามัวหมกมุ่น ทดท้ออยู่กับปัญหาของตัวเอง... เราจะเห็นว่าโลกกว้างขวาง สวยงามและมีอะไรที่รอเราอยู่อีกมากมายมหาศาล
พลังและกำลังใจท่วมท้นและโถมทับจนพูดเกือบไม่ออก เลยขอส่งต่อให้กับคนอื่น ๆ ด้วย…รับด้วยค่ะ....(^__^)....
อ้างอิง
หนังสือ เราเกิดมาทำไม ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
ขอบคุณกวินสำหรับภาพปกหนังสือเรื่อง ไม่ครบห้า
http://bp3.blogger.com/_a3eCNkfFVsU/RhkZpdgjTnI/AAAAAAAAAZo/2yTL0XbRjMA/s1600-h/L00GF.jpg

ร่วมให้กำลังใจคนหนุ่มสาว
ดีมากครับ เตือนใจและให้เห็นความต่างครับ
สวัสดีค่ะคุณใบไม้
มาตามคำเชิญครับ ปัจจุบัน คุณฮิโรทาดะ โอโตตาเกะ เรียนจบปริญญาตรีเมื่อปีที่แล้ว และทำงานเป็นครูสอนหนังสือครับ
สวัสดีค่ะคุณหนุ่ย
ยินดีครับที่ได้เป็นแรงบันดาลใจ ... จริงๆ แล้วช่วงนี้ต้อง เชฟคุณวอลเตอร์ ลี ครับ คุณพ่อนักสู้ ก็กำลังติดตามทางเดินของน้องไซ อยู่แบบเงียบๆ เพื่อเป็นกรณีศึกษาครับ..ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
* ตามมาจากหน้าแรกค่ะ
* ครูพรรณา ก็พบแล้ว ๑ คน ค่ะ ชื่อชัชวาล อำไพ..อยู่บ้านราชาวดีชาย(บ้านปากเกร็ดค่ะ)คนนี้เป็นพลังทุกครั้งที่ท้อถอยค่ะ...พูดคุยกับเขาแล้วสนุกมีความสุขกลับบ้าน....นับว่าเอาเปรียบเขานะคะ...ก็ไปให้เขาปลอบใจปลุกขวัญ...
* ขอบคุณมากค่ะที่นำปิติเช่นนี้มาบอกกัน....ฟังแล้วก็ปิติด้วย
สวัสดีค่ะ อ.พรรณา
เลขที่ 110 บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150
โทร. 034-546635
E-mail Address : [email protected]
สวัสดีครับ พี่คนไม่มีรากครับ
อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผล
เพราะฉะนั้น ทำปัจจุบันให้มันดีที่สุด
เพื่อส่งผลต่ออนาคตข้างหน้า จริงไหมครับ
อ๋อคุณวอลเตอร์ ลี เป็นกุ๊กที่ทำอาหารออกทีวีครับ แต่มีลูกพิการ ทั้งๆที่ตอนไปทำอัลตร้าซาว หมอบอกว่าลูกเค้าสมบูรณ์ดีทุกอย่าง
http://gotoknow.org/blog/nunuinui/184534 เนี๊ยะอ่ะครับ
ถ้าอยากดูรายการย้อนหลัง ก็ ไปที่ www.me.in.th เลือกช่อง 3 เลื่อนช่วงเวลาไปวันที่ 19 ก็ตอนแรก 27 ตอน 2 เวลา 4 ทุ่มกว่า ถ้าจำไม่ผิดนะครับ รายการจับเข่าคุยครับ
มาตามคำเชื้อเชิญครับ
แปะลงชื่อไว้ก่อน แล้วค่อยอ่านให้ละเอียดๆ แล้วจะแสมดงความคิดเห็นที หลัง
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะคนไม่มีราก
โชคดีค่ะที่เข้ามาอ่านตอนนี้พอดีกับที่มีบันทึกใหม่ของคุณคนไม่มีราก ... รออ่านด้วยใจจดจ่อ...ส่งต่อให้เพื่อนและลูก ๆ หลาน ๆ อ่านอีกหลายคนนะคะ...บอกไว้จะได้ปลื้ม..ปิติไงคะ
อ่านแล้วทำให้มีกำลังใจจริง ๆ ด้วยค่ะ มีคนอีกเยอะเลยที่ไม่ได้พร้อมเช่นเรา ๆ ท่าน ๆ แต่จิตใจห่อเหี่ยว ท้อแท้ ไม่อดทน พร่ำเพ้อ ก่นศร้า ด่าว่าโชคชะตา กลับไม่หันมาดูคนที่ขาดแคลนและด้อยกว่าตัวเองบ้างเลย
ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ นี้
รู้แล้วค่ะ...ว่าคนไม่มีรากหายเหงา หายว่างเปล่าในจิตใจแล้ว เพราะมองและแบ่งปันความคิดบวก ๆ ความคิดดี ๆ เช่นนี้ให้คนอื่นได้
รักคุณคนไม่มีรากค่ะ
สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมแล้วค่ะ ^ ^ ขอบคุณที่แวะไปตามนะคะ
พูดถึงเรื่องไม่ครบห้านี้ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนเรา/สังคมถูกสอนให้มีอคติ โดยมีการแยะแยะว่าอะไรเรียกว่าปกติ และไม่ปกติ.. ดีที่เด็กคนนี้มีคุณแม่ที่เข้าใจและรักลูก..ไม่ได้มองลูกว่าเป็นอะไรนอกจากเป็นลูก..เขาก็เลยได้รับอานิสงส์นี้ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างทั่วไป...
จริงๆ แล้วตั้งแต่เด็ก เราถูกสอนมาให้มีอัตตา ตัวตนตลอดเวลา น่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ สวยอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้ของเธอ อันนี้ของฉัน.. จนกระทั่งหลงคิดว่าอัตตานี้ยั่งยืนอยู่คู่กับเราตลอด ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่เรียกว่าปกติหรือไม่ก็ตาม..เกิดเป็นทุกข์เป็นสุขมากมาย..เกิดอุปาทานไปต่างๆ นาๆ.. กว่าตัวเองจะพอเข้าใจว่ายึดอัตตาแล้วแย่ขนาดไหน ก็ปาไปครึ่งชีวิตแล้วมั้งคะ...อิอิ
อ้อ..คงทราบแล้งกระมังคะว่าพระอาจารย์มิตสุโอะเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชา หลวงพ่อมิตซูโอะก็เป็นพระที่ตัวเองนับถือมากๆ เช่นกันค่ะ ^ ^
ครายหมดไฟ..มาชาร์ตแบต Blog นี้ ได้แบตกลับไปเต็มค่ะ