ตลาดนัดความรู้ นวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ เรื่องเล่าเร้าพลัง

                         Knowledge   Management  Fair 1 st

            เมื่อวันที่  31 พฤษภาคม - 1  มิถุนายน  2551 ได้เข้าร่วมงานตลาดนัดการจัดการความรู้ ระดับชาติ ครั้งที่ 1  นวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรด้วยการจัดการความรู้ ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิกาสภาการศึกษา (สกศ.)สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) และสถาบันส่งเสริมการวิจัย (สกว.) โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรด้วยการจัดการความรู้  โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน 2549  สิ้นสุดโครงการ 30 มิถุนายน 2551  ท่านวัฒนา  อาทิตย์เที่ยง ผู้อำนวยการโครงการ ฯ ท่านดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ  และท่านดร.เลขา  ปิยะอัจฉริยะ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ดร.กุญชรี  ค้าขาย  ดร.สุกัญญา  ศรีโพธิ์  และดร.ทัศนีย์  ไพฑูรย์พงศ์ เป็นวิทยากร

 

 

 

 

           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 โดยนายโกศล  ปราคำ  อดีต ผอ.สพท.แม่ฮ่องสอน  เขต  1 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท.เชียงใหม่ 1  ได้รับคัดเลือกให้เป็นเขตนำร่องร่วมกับ สพท.อื่นอีก 17 เขต และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คัดเลือกสถานศึกษานำร่อง จำนวน 4 แห่ง ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมในงานนี้ด้วย   คือโรงเรียนห้องสอนศึกษา  โรงเรียนชุมชนบ้านเมืองปอน  โรงเรียนบ้านเมืองแปง   และโรงเรียนบ้านวนาหลวง

           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กร ด้วยการจัดการความรู้ ให้ประสบผลสำเร็จ ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย เมื่อผอ.สพท.มา.1 (คุณเอื้อ)ย้ายไป  รองสุรพันธ์   สืบฟัก  รักษาราชการแทน ผอ.สพท.มส.1 (คุณอำนวย) ก็ขับเคลื่อนต่อไปโดยมีเอื้องแซะ และศน.ประหยัด เป็นคุณประสาน คุณกิจ  ศน.สมจิต  สุวรรณบุษย์ และศน.ประเสริฐ ประดิษฐ์  เป็นคุณวิศาสตร  ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน  2  ปี  ในการเข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ฯ  ด้วยการจัดการความรู้   สพท.แม่ฮ่องสอน 1 และสถานศึกษานำร่อง ทั้ง  4  แห่ง  ได้ช่วยกันพัฒนา สามารถเพิ่มเครือข่ายในปี 2550  ขยายเครือข่ายได้ จำนวน  6  โรง  ในปี  2551 ขยายเครือข่ายเพิ่มอีก  14  โรง

          

 

 

 

 

                สถานศึกษานำร่องทั้ง 4 แห่ง ประสบผลสำเร็จในการนำกระบวนการจัดการความรู้ไปเพิ่ม    ประสิทธิภาพของโรงเรียนได้  ในงานนี้ โรงเรียนบ้านเมืองแปงโดยอาจารย์สมบัติ ทองออนเล่าเรื่องตลาดนัดวันอาทิตย์  ครูแอนช่วยเรื่องการจัดทำบล็อก  อาจารย์กัลยา  ไชยรัตน์   โรงเรียนชุมชนบ้านเมืองปอน  นำเสนอเรื่องเล่า  ทุ่งจ่ามไต  ผอ.ร.ร.รงเรียนบ้านวนาหลวง อาจารย์กัญญานำเสนอเรื่องเล่าเร้าพลัง  การพัฒนาการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส  ทั้งสามโรงต่างก็บริหารเวลาได้ดี  มีการแลกเปลี่ยนความรู้  ประสบการณ์ กันอย่างใกล้ชิด  สินค้าที่นำมาจำหน่าย Best  Practice ของแต่ละองค์กรล้วนมีคุณภาพ  ทั้ง สพท.ลพบุรี 1  สพท.สุพรรณบุรี 2 สพท.สงขลา 3 และสพท.นครราชสีมา 2 และอีกหลายๆๆองค์กร ที่ไม่ได้เอ่ยถึง

 

 

          ในช่วงท้ายเปิดเวทีเสวนา....อนาคตการศึกษาไทยกับการจัดการความรู้   โดยมีท่านรองเลขา สพฐ. ท่านสมเกียรติ  ชอบผล  และมีตัวแทนจากองค์กรเอกชน  มูลนิธิขวัญข้าว  ร่วมแลกเปลี่ยน ดร.ทัศนีย์  ไพฑูรย์พงศ์  ดำเนินรายการ  ท่านสมเกียรติ  ชอบผล ได้ให้ข้อคิดในการจัดการความรู้ ในองค์กร  และเล่าเรื่องที่ประสบผลสำเร็จในการขยายโอกาสทางการศึกษา ได้ถึง 104% ทั้งเด็กพิการ  เด็กอายุเกิน และเด็กต่างชาติ  ปัญหาที่จะต้องช่วยกันแก้ไขคือ เด็กอ่อนภาษาไทยมาก  โดยเฉพาะในเรื่องของหลักภาษา  การปฐมนิเทศครูใหม่ ต้องปลูกฝังทัศนคติ  ปลูกฝังอุดมการณ์  และหาตัวอย่างครูต้นแบบที่ดี   ฯ  นอกจากนี้ได้เชิญชวนผู้ปกครอง นักเรียน ให้เรียนต่อในโรงเรียนดีใกล้บ้าน  ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแย่งกันเรียน ในเมือง  นักรียนหลายคน จบ ม.6 ก็สอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐได้ โดยไม่ต้องเข้า ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา  ในการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของโรงเรียน ก็ได้มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังสถานศึกษา แล้วคุณเดชา  ศิริภัทร จากมูลนิธิขวัญข้าว ได้เล่าเรื่องการจัดการความรู้กับชาวนา  ท่านเล่าได้สนุกมากพร้อมขึ้น power point  ภาพประกอบ  ทำให้ชัดเจน  ในสิ่งที่นำเสนอ  ท่านได้ให้ข้อคิดว่า คนทำ KM ส่วนใหญ่จะติดทฤษฎี   อย่านำ KM ไปใช้ทั้งหมด   ใช้คำสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้ในกระบวนการคือ มรรค ส่วน ดร.ปรอง  กองทรัพย์โต จากภาคเอกชน ได้เล่าเรื่องราวการนำ KM ไปพัฒนาบริษัท ทำอย่างไร?จึงจะให้บริษัทเป็นองค์กรอัจฉริยะ  เป็นองค์กรที่ทำให้พนักงานมีความรู้ทั้งลึก - กว้าง  และไม่หยุดศึกษา การจัดการความรู้ทั้งหมดแปลงมาเป็น IT ได้   จากนั้นเป็นการชื่นชม ยินดี มอบโล่ และเกียรติบัตร ให้แก่สพท. และ สถานศึกษานำร่อง  ซึ่งเอื้องแซะได้เป็นตัวแทน สพท.มส. 1 เข้ารับโล่.......ร่วมกับน้องๆตัวแทนสถานศึกษา ทั้ง  4  แห่ง วันนั้นเรานัดกันให้สวมชุดไทยใหญ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การแต่งการของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนค่ะ...........

 

 

                    การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้  ประสบผลสำเร็จ ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำความรู้ นำประสบการณ์ไปพัฒนางานของตนเอง และขององค์กรได้อยางมีประสิทธิภาพ  ....แน่นอนค่ะ........               

                                                  *****************