“ครูบ้านนอกสัญจรอาสามาเกาะเหลา ตอนที่ ๑”
เนื่องจากวันที่ ๔-๗เมษายนที่ผ่านมานี้ ทางมูลนิธิกระจกเงาได้มีการจัดค่ายอาสาครูบ้านนอกสัญจรครั้งที่ ๒ ในโครงการ “ครูบ้านนอกอาสามาเกาะเหลาครั้งที่ ๒ จังหวัดระนอง”
เนื่องด้วยโครงการนี้เป็นโครงการที่รับสมัครเหล่าครูอาสาจากสารทิศ เช้าวันที่ ๔ เมษายน เหล่าครูอาสาต่างเดินทางมาพบกันที่ บ.ข.ส ระนอง ครูอาสาบางคนก็มาเป็นกลุ่ม บางคนก็มาคนเดียว ในส่วนของผมนั้นเดินทางจากหาดใหญ่และมาจากภาคใต้เพียงคนเดียวด้วย ใจที่เป็นสาธารณะพร้อมมุ่งมั่นเพื่อสาธารณชน
เช้าวันนั้นเหล่าครูอาสาก็ต้องรอพบกับ “ครูจเด็จหัวหน้าโครงการค่ายอาสาสัญจรในครั้งนี้” เพื่อที่จะนำเหล่าครูอาสาทั้งหลายไปรับทราบข้อมูลข้อตกลงและกติกาการใช้ชีวิตบนเกาะเหลาในครั้งนี้ เมื่อรับฟังข้อมูลในเกาะเหลาแล้ว ก็เดินทางสู่เกาะเหลาด้วยระยะเวลา ๔๕ นาที จากจังหวัดระนอง
เมื่อการเดินทางมาถึงเกาะเหลาในเวลาประมาณ ๑๔๓๐ น.โดยประมาณ ด้วยการต้อนรับของครูใหญ่และเด็กๆโรงเรียนบ้านเกาะเหลาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจ จากนั้นเย็นในวันเดียวกันเหล่าครูอาสาก็ออกเดินทางสำรวจพื้นที่ ศึกษาชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ด้วยการเดินเท้าไปในบริเวณเกาะเหลานอก ซึ่งเป็นชุมชนของชาวมอร์แกน อาศัยอยู่มากกว่า ๕๐ ชีวิต
เมื่อเดินทางถึงเกาะเหลานอกก็พบกับวิถีชีวิตของชาวมอแกนที่อาศัยกันแบบวิถีดั้งเดิมของคนในชุมชน ก็พบปัญหาดังต่อไปนี้
๑. สภาพบ้านเรือนที่เก่ามากๆซึ่งไม่สามารถหาดูได้จากสังคมเมืองในปัจจุบัน
๒. สภาพพื้นที่โดยทั่วไปพบกับขยะจำนวนมากอยู่รอบชุมชน ทางการซักถามของคนในพื้นก็พบว่า ขยะดังกล่าวนั้นได้พัดมาจากตัวเมืองระนอง ซึ่งเป็นการทิ้งขยะของคนมักง่ายเพียงกลุ่มเล็กๆ ก็สร้างปัญหาให้กับคนในชุมชน จากปัญหาขยะดังกล่าวนั้นก็แฝงไปด้วยเศษขวดแก้วจำนวนมาก ซึ่งจากการพบเห็นก็พบว่าคนในชุมชน นั้นจะไม่ใส่รองเท้ากันจะเดินด้วยเท้าเปล่ากัน ซึ่งเศษขวดแก้ว ถือว่าไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่นั้นเพราะคนที่นั้นหากโดนเศษแก้วบาดเท้าก็จะรักษาด้วยการกินยาแก้ปวด ซึ่งยาแก้ปวดนั้นจะรักษาทุกโรคสำหรับคนที่นั้น
๓. ระบบสาธารณสุขที่นั้นถือว่าอยู่ขั้นที่แย่มากๆ เพราะที่นั้นการเป็นอยู่จะขับถ่ายแบบดั้งเดิมคือการขับถ่ายตามพื้นที่ ซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ
วันแรกสำหรับการศึกษาวิถีชีวิตคนชุมชนก็อดที่จะสงสารคนที่นั้นไม่ได้ แล้วเตรียมพบกับ “ครูบ้านนอกสัญจรอาสามาเกาะเหลา ตอนที่ ๒” ของวันต่อไปครับ