ข้อมูล  เกาะเหลา   จ. ระนอง

                ชุมชนเกาะเหลา เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ หมู่ที่ 6 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง เป็นชุมชนที่เป็นที่อยู่ของพี่น้องชาวมอแกน มีการตั้งชุมชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เป็นของนายกิมเหลียง  อยู่ซ้วน  ต่อมานายกิมเหลียงเสียชีวิต ลูกเขยคือ นายทวี  รอดไพฑูรย์ และหลาน คือนาย ถนัด อยู่ซ้วน ได้เข้ามาอ้างสิทธิ์ในที่ดิน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวมี น.ส. 3 ต่อมานายทวี ได้ชวนพี่น้องชาวมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์เข้ามาอาศัยอยู่ด้วยในพื้นที่ในบริเวณหน้าหาด ปัจจุบันมีพี่น้องชาวมอแกนอาศัยอยู่ จำนวน 43 ครอบครัว 212 คน (ตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเนื่องจากการอพยพย้ายที่ของชาวมอแกน)

            วิถีชีวิต วิถีชีวิตของชาวมอแกนเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีการนับถือผีบรรพบุรุษ ประกอบอาชีพการประมงสามารถอาศัยอยู่ในทะเลได้ครั้งละหลายวัน มีวัฒนธรรมที่เป็นเฉพาะ โอกาสทางการศึกษามีน้อย ถึงแม้จะมีโรงเรียนบ้านในชุมชน เนื่องจากการอพยพย้ายที่

            ลักษณะบ้านเรือน เป็นเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงมุงจากไม่มีความมั่นคง

            ระบบสาธารณูปโภค ใช้เครื่องปั่นไฟ ระบบน้ำบ่อบาดาลและพึ่งพาระบบน้ำจากธรรมชาติ

            ระบบสาธารณสุข ไม่ถูกสุขลักษณะ พี่น้องชาวมอแกนในพื้นที่ไม่มีความรู้ในเรื่องการรักษาพยาบาลทำให้สมาชิกในชุมชน มีโรคทางเดินทางอาหาร ทางเดินหายใจ ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงในทุกปี

            เกาะเหลา เป็นชุมชนชาวประมงเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือปากน้ำระนองเพียง 30 นาที ฝั่งตรงข้ามอยู่ติดกับจังหวัดเกาะสอง ประเทศพม่า บนเกาะแห่งนี้มีประชากร 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนไทย และกลุ่มมอแกน อาศัยอยู่กันคนละฟากเกาะ ซึ่งตั้งห่างกันประมาณ 3 ก.ม. ไปมาหาสู่กันได้ทั้งทางเรือและเดินเท้า   

             กลุ่มคนไทย ตั้งบ้านเรือนอยู่ในส่วนที่เรียกว่า เกาะเหลาใน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม และเป็นเครือญาติกัน 

            วิถีชีวิตผูกติดกับทะเลอย่างแยกไม่ออก ฉะนั้นคนที่นี่จึงทำอาชีพประมงพื้นบ้านกันส่วนใหญ่ ทั้ง การวางอวนปู หรือ กระชังปลา  ส่วนเกาะเหลานอก เป็นเขตของ 'ชาวเล' หรือชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ มอแกน ที่อาศัยรวมกันเป็นชุมชนขนาดย่อมริมทะเลด้านนอก

           กล่าวสำหรับ เกาะเหลานอก ซึ่งเป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ มอแกน อาศัยอยู่นั้น นับรวมระยะเวลากว่า 30 ปีมาแล้วที่พวกเค้าสร้างบ้านเรือนตั้งหลักแหล่ง โดย การชักชวนของจ่าทวี ผู้ซึ่งอาศัยก่อน โดยต้องการให้หยุดเร่ร่อน ตามเกาะแก่งอันดามัน

            และวันนี้บางส่วนได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่เกาะช้าง โดย องค์กรคริสตจักรระนองเป็นหน่วยงานสนับสนุนในการสร้างบ้าน ระยะเวลาการเดินทางไปประมาณ หนึ่งชั่วโมง

             กระทั่ง...มหันตภัยสึนามิเมื่อเดือนธันวาคม ปี2547  ที่ผ่านมา พี่น้องผองเพื่อนชาวไทยและทั่วโลก ได้รู้จักตัวตนของคนทะเลกลุ่มนี้มากขึ้น ด้วยเหตุที่พวกเขามีสัญชาตญาณของความเป็น 'คนทะเล' ทำให้รอดพ้นจากวิกฤติเลวร้ายนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด ทว่า นอกจากชีวิตแล้ว พวกเขาก็ไม่เหลืออะไรพอที่จะใช้ดำรงชีวิตต่อไปได้เลย

              ความช่วยเหลือจากภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ค่อยๆ ทยอยลงไปในพื้นที่ แต่ก็มีบางแห่งที่แรงน้ำใจเดินทางไปถึงลำบาก  เนื่องจากสภาวะตัวตน ความเป็น คนไร้รัฐ  ไม่มีสถานะทางทะเบียนมารองรับทำให้เค้าเหล่านั้น ไม่ได้รับการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างเลย เช่น สิทธิในด้านการรักษาพยาบาล  หรือ สิทธิในการเดินทาง เป็นต้น

            เด็กๆของที่นี่ส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนของรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ เกาะเหลาหน้าใน กล่าวสำหรับเด็กมอแกนแล้ว อัตราเฉลี่ยระดับการจบการศึกษา อยู่ที่ประมาณ ป.4 เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบสำคัญ  เช่น หลักสูตรของการศึกษาไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต  การขาดความเข้าใจของบุคลากร  ทัศนคติที่เป็นไปในด้านลบทำให้ละเลยที่จะเข้าถึงเด็กๆมอแกน เป็นต้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กๆจะออกจากโรงเรียนกลางคัน เพื่อมาช่วยพ่อแม่ หากินตามวิถีชาวเล

            นอกจากนี้ยังมี องค์กรคริสตจักรระนอง  มูลนิธิเด็ก  action aid มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนหลักในพื้นที่ คอยหนุนเสริมอยู่ ทั้งในด้านการศึกษาของเด็ก  เรื่องสัญชาติหรือ ภาคสันทนาการต่างๆ เป็นต้น     

            ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ใหญ่ ของเด็กๆ ก็ยัง ประสบปัญหาแร้นแค้นในการทำมาหากิน แม้ในตอนนี้การจ้างไประเบิดปลาจะไม่มีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีนายทุนบางกลุ่มจากระนอง ชักชวนไปดำปลิงอย่างผิดกฎหมาย แถบหมู่เกาะนิโคบา มหาสมุทรอินเดีย นับเป็นความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง โดยเมื่อเดือนที่แล้วก็ถูกทางการอินเดียจับกุมในข้อหาลักลอบจับสัตว์น้ำโดยมิได้รับอนุญาต บางครั้งโดนโกง บางครั้งโดนยิงตาย เส้นแบ่งระหว่างรายได้กับความตายห่างกันน้อยนิด  ปรากฎการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นหนังน้ำเน่าที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพราะคนเหล่านี้มีทางเลือกไม่มากนัก

            ไม่มีอาชีพที่ยั่งยืน ทรัพย์กรในท้องทะเลก็ลดน้อยลง จึงไม่แปลกที่เมื่อลงเกาะเราจะเห็นผู้คนส่วนใหญ่ว่างงาน จึงไม่แปลกเลยที่วันนี้มอแกนบางส่วนเริ่มออกไปขอทานในระนอง      กระบวนการให้ความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและยั่งยืน เป็นความยั่งยืนภายใต้การลุกขึ้นด้วยตัวเอง ..วันนี้ยังไม่เกิด

             นอกจากนี้ปัญหา พื้นฐานหลายๆอย่างก็ดำรงสภาพอยู่เช่นเดิม อาทิเช่น ปัญหาขยะซึ่งเป็นปัญหาเชื่อมโยงกับสุขภาพอนามัย และโรคติดต่อมากมายที่มาทางน้ำ เช่น โรคท้องเสีย ซึ่งในทุกๆปีจะต้องมีคนเสียชีวิต  ปัญหาน้ำกินน้ำใช้  ปัญหาโรคผิวหนัง หรือ ปัญหาที่อยู่อาศัย  ที่ดิน กระทั่งการเรียนรู้ที่จะใช้ห้องส้วมอย่างถูกวิธี  ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร      ทั้งหมดทั้งปวง คือ สภาพความเป็นจริงของมอแกน เกาะเหลา  หากเมื่อกล่าวกันให้ถึงที่สุด กลุ่มมอแกนที่อาศัยในเกาะเหลา อาจเป็นกลุ่มที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แย่ ที่สุด เมื่อ เทียบกับ พี่น้องมอแกนในหลายๆพื้นที่   

            ในภาควัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ มอแกน มีลิเกป่าร้องรำตามประสามอแกนถ่ายทอดวิถีชีวิตผ่านบทเพลง ด้วยถ้อยสำเนียงภาษามอแกน เครื่องเคาะเข้าจังหวะสุดแล้วแต่จะหาได้ และประเพณีลอยเรือ เพื่อบูชาบรรพบุรุษ และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป มีขึ้นในเดือนเมษายน แต่นับวันประเพณีดังกล่าวค่อยๆถูกกลืนหาย ไปกับวันเวลา และกระแสเชี่ยวกรากของสังคมทุนภายนอก ซึ่งเมื่อมองดวงตาอันเก่าแก่มอแกนจะเห็นแต่ผืนน้ำที่ไร้พรมแดน กับวันเวลาที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมา  

 

            เมื่อมองเชื่อมโยงปัญหาทั้งหมด วันนี้เกาะเหลานอก ยังเป็นโจทย์ที่ยังแก้ไม่ตก และเป็นความมืดดำสำหรับ บุคคลภายนอกทั่วไป

สถานศึกษา..ที่ห่างไกล

ข้อมูลโรงเรียนบ้านเกาะเหลา

            โรงเรียนบ้านเกาะเหลา ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง อยู่ในบริเวณด้านในเกาะเหลา เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก่อตั้งมา 30 ปี นักเรียนในโรงเรียนเกาะเหลามาสามพื้นที่หลัก ได้แก่ เกาะเหลาหน้าใน ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนคนไทยปกติ เกาะเหลาหน้าใน เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มอแกน เกาะกำ เป็นคนไทยปกติ และหาดทรายขาว เป็นกลุ่มเด็กคนไทยปกติ มีครูทั้งหมด 5 คน จำนวนนักเรียนขณะนี้ คือ 118 คน แบ่งตามพื้นที่ต่างๆได้ดังนี้

                ·        เกาะเหลาใน   44 คน

                ·        เกาะเหลานอก 70 คน

                ·        หาดทรายขาว 7    คน

                ·        เกาะกำ             7   คน

        ภายหลังจากเหตุการณ์สึนามิองค์กรต่างประเทศเข้ามาสร้างอาคาร 2 ชั้น ทำให้เด็กๆที่นี่สามารถมีห้องเรียนในแต่ล่ะชั้นได้   กล่าวสำหรับเด็กมอแกนนั้นถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของโรงเรียน ในอดีตมอแกนจะไม่ได้เรียนหนังสือเพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐาน ปัจจุบันมีการแก้กฎหมายทำให้เด็กมอแกนได้รับการศึกษาเพิ่มมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีบางส่วนมาบ้างไม่มาบ้างขาดความต่อเนื่องในกาเรียนทำให้คุณภาพทางการศึกษาน้อย การเดินทางมายังโรงเรียนเกาะเหลาด้านในมาได้สองทางคือ เดินขึ้นเขาจากเกาะเหลาหน้านอกราว ห้ากิโล แต่เนื่องจากสภาพที่รกทำให้เด็กๆมอแกนไม่ค่อยใช้ช่องทางดังกล่าว อีกช่องทางหนึ่งคือนั่งเรือใช้เวลาราว 15 นาที

       

         ความต้องการเบื้องต้นของโรงเรียน

                ·        ซ่อมแซมสะพานด้านหน้าโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ของเด็ก

                ·        ระบบน้ำปัจจุบันโรงเรียนเกาะเหลาต้องซื้อน้ำมาจากระนอง  และเด็กต้องเอาน้ำมาจากที่บ้าน ระบบน้ำจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

                ·        อุปกรณ์การเรียนการสอน  อุปกรณ์กีฬา

                ·        ยารักษาโรค  เครื่องนุ่งห่ม     

ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิง...มาจากมูลนิธิกระจก ขอขอบพระคุณผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำประวัติของชุมชนบ้านเกาะเหลา จังหวัดระนอง

ข้าพเจ้าหวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จะศึกษาชีวิตคนมอแกนและคนที่มีจิตสาธารณะพร้อมจะช่วยเหลือคนที่นั้น