เข้าใจอินเดีย

4

ทำไมอินเดียจึงน่าสนใจ

 

ในช่วงที่ผมไปอยู่ที่นิวเดลี วันหนึ่งอ่านหนังสือพิมพ์ เจอข่าวที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ว่าในปี 2550 นิตยสาร Conde Nast Traveler ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของสหรัฐฯและของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ค ได้ประกาศว่าอินเดียได้รับการลงคะแนนจากผู้อ่านทั่วโลกให้เป็นประเทศที่น่าไปท่องเที่ยวมากที่สุดด้วยคะแนนสูงลิ่ว

การให้คะแนนมีหลายด้านเช่น โรงแรม สายการบิน บริษัททัวร์ สปา เรือท่องเที่ยว เมืองและประเทศ ซึ่งอินเดียได้คะแนนนำโด่งโดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม 97.17 จากเต็มร้อย ความคุ้มค่าของเงิน 94.78 และความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว 96.30

คะแนนที่อินเดียได้ในปีนี้แซงประเทศดังๆ อย่างอิตาลี ไทย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ อินเดียติดอันดับ 4 ในกลุ่ม 100 ประเทศที่น่าเที่ยวของโลกด้วย

หลังจากได้รับเอกราชมา 60 ปีพอดี ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าจนติดอันดับโลกในหลายด้านแล้ว

ในด้านการท่องเที่ยว ในอีกไม่กี่ปี อินเดียตั้งเป้าว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ได้ 10 ล้านคนและจะนำรายได้เข้าประเทศประมาณ 2 พันล้านรูปี

แม้จะเป็นรางวัลที่ดูเหมือนไม่ดังเท่าไหร่ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศอินเดียได้ดี

ประเด็นที่น่าสนใจจากเรื่องนี้ โยงไปถึงคำถามที่ว่าทำไมอินเดียจึงน่าสนใจ

ค่าใช่จ่ายถูก

อินเดียเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวได้ในราคาถูกและคุ้มค่าของเงิน ผมคิดว่าการที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวในประเทศไทยมากมายหลายสิบล้านคนส่วนหนึ่งก็เพราะค่าใช้จ่ายในการเที่ยวประเทศไทยนั้นถูกเมื่อเทียบกับการไปเที่ยวในประเทศตนเองหรือในทวีปอื่นๆ อินเดียก็คงเช่นกันคือถูกมากสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะการเที่ยวแบบติดดินซึ่งชาวตะวันตกนิยมกันมาก ต้องบอกว่ารัฐพิหารของอินเดียเป็นรัฐที่ยากจนที่สุดของอินเดีย แต่กลับมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลกันไปเที่ยวรัฐพิหาร อาทิ พุทธคยาและพาราณสี เหมือนกับว่ายิ่งคนท้องถิ่นยิ่งจนก็ยิ่งน่าสนใจและทำให้เงินของตนเองมีค่าสูงมากขึ้นเท่านั้น

 

มีความหลากหลาย

ในข้อนี้ก็จริงยิ่งกว่าจริงว่าอินเดียมีความหลากหลายในทุกอย่างโดยเฉพาะวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยว เพราะประเทศอินเดียนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เป็นอนุทวีปที่มีความหลากกลายทั้งภูมิประเทศและผู้คนหลายเผ่าพันธ์ อินเดียมี 28 รัฐ ก็คล้ายกับมี 28  ประเทศที่ในแต่ละรัฐยังมีความหลากหลายอีกมากมาย ทั้งผู้คนและภูมิประเทศ ภาษาประเพณี วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน ภูมิอากาศที่มีทั้งร้อน หนาวมีหิมะ ฝนและพายุในทะเลทราย จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะยุโรปหรืออเมริกาจะนิยมความหลากหลายนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการผจญภัยที่คุ้มค่าสำหรับการท่องเที่ยว

 

ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและน่าสนใจ

 

อินเดียเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากชาวตะวันตกมาตั้งแต่สมัยโบราณเพราะมีเครื่องเทศมากมายเป็นที่ต้องการของมหาอำนาจในสมัยนั้น จนทำให้ต้องตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

การที่อังกฤษเข้าปกครองอินเดียก็ยิ่งทำให้รื่องราวของอินเดียเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วยุโรป รวมทั้งในด้านพุทธศาสนา ก็เป็นคนอังกฤษอีกเช่นกันที่สนใจและไปสำรวจจนค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับพุทธศาสนามากมายเมื่อร้อยกว่าปีมานี้เองจนทำให้อินเดียเป็นพุทธสถานที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลก

ในส่วนที่เกี่ยวกับไทย ในสมัยที่ยังเป็นสยามประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก็เคยเสด็จเยือนอินเดียมาแล้ว เป็นเวลาถึง 47 วันในปี คศ.1872 เป็นการเสด็จเยือนต่างประเทศที่มีความสำคัญยิ่งต่อพัฒนาการต่างๆ ในสยามในหลายด้าน

โบราณสถานหลายแห่งในอินเดียถือว่ายิ่งใหญ่ระดับโลก ไม่ว่าทัชมาฮัล เกาะเอเลแฟนต้า ถ้าอาจันต้าและอีกมากมาย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ชอบทางด้านประวัติศาสตร์จึงมักจะไม่พลาดที่จะไปอินเดีย

 

ผู้คนพูดภาษาอังกฤษได้

 

เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศอินเดียได้เปรียบประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เช่นจีนหรือแม้แต่ไทยเราเอง ก็คือการที่คนพูดภาษาอังกฤษได้แพร่หลาย คนอินเดียพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ใช่แค่พูดได้เพื่อสื่อสารแต่พูดได้แบบลึกซึ้ง คนอินเดียศึกษาภาษาอังกฤษมาตั้งแต่สมัยที่อังกฤษปกครองประเทศจนเกิดปราชญอินเดียมากมาย วรรณกรรมอินดียที่มีชื่อเสียงปรากฏในวงการวรรณกรรมตะวันตกมากมาย รวมทั้งชาวอินเดียที่ได้รับการยกย่องจากตะวันตกก็มากมายเช่นกัน

เช่นระพินนาถ ธากอร์ซึ่งเป็นคนอินเดียคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัลโนเบิลสาขาวรรณกรรมนอกจากนั้นคนอินเดียก็ได้ชื่อว่าเก่งทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มาก สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานให้คนอินเดียสามารถเข้าถึงวิชาความรู้ในสมัยใหม่ได้อย่างไม่ยาก

นอกจากนั้นสถานศึกษาของอินเดียในปัจจุบันก็มุ่งเน้นที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนที่เก่งในด้านวิชาการเป็นอย่างมาก โรงเรียนอินเดียที่เปิดสอนเป็นหลักสูตรนานาชาตินั้นมีมากมายทั่วประเทศ

 ตลาดของคนรุ่นใหม่

ความน่าสนใจของอินเดียนอกจากจะเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวแล้ว ในแง่ของการค้าก็ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้วยเพราะครึ่งหนึ่งของประชากรในปัจจุบันมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นตัวเล่นที่สำคัญของอินเดียในอนาคต รวมทั้งในอีก 20 ปีข้างหน้า ประชากรของอินเดียจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1600 ล้านคน ทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกด้วยประชากรขนาดนี้ จะเป็นทั้งผู้บริโภคและกลไกของการค้าในอนาคตอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเรื่องการผลิตจักรยาน 2 ล้อในอินเดียที่มียอดขายปีละประมาณ 13 ล้านคัน ตกเดือนละ 1 ล้านคัน ซึ่งเป็นตัวเลขในปี 2007 ก็น่าคิดว่าในอนาคต ตลาดอินเดียจะน่าสนใจและสำคัญแน่นอน ดังนั้นหากนักธุรกิจไทยเปิดใจและมองเห็นความสำคัญตรงนี้ ก็น่าจะรีบฉวยโอกาสเข้าไปตลาดอินเดียในโอกาสแรก

 

 

..........................................

ติดตามตอนที่ 5