• เมื่อสัปดาห์ก่อนพี่ที่เคยเรียนด้วยมาเยี่ยมที่บ้าน พี่เขาเป็นคนธรรมะธรรมโม และพร่ำสอนผมมาหลายต่อหลายครั้งสมัยที่เรียนด้วยกัน แต่ผมก็ไม่เคยหันหน้าเข้าศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างเป็นจริงเป็นจังสักกะที
  • แต่มาคราวนี้ ภูมิธรรมเราก็ดีขึ้นบ้าง จึงทำให้สามารถเสวนาธรรมกับพี่เขาได้ดียิ่งขึ้น
  • แต่ระหว่างการสนทนาธรรมกันอยู่นั้น พี่เขาพูดว่า ..คนที่ศึกษาทางธรรม จะอ่อนทางโลก... ในตอนแรกผมเองก็ค้านแต่ก็เกรงใจและคิดว่าจะนำกลับมาพิสูจน์และพิจารณาดูใหม่ภายหลัง
  • แต่ความเข้าใจแต่เดิมของผมนั้น เข้าใจว่า เมื่อเราสามารถเข้าใจแยกแยะความแตกต่างของ "สมมุติ" กับ "วิมุติ" ได้อย่างรู้แจ้งแล้ว วิมุติ ทำให้จิตใจเข้าสงบ สว่าง สะอาด ย่อมทำให้เราดำเนินหรือใช้ชีวิตสมมุติ หรือชีวิตทางโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประมาณนั้น
  • ...ตลอดสัปดาห์นี้ ผมออกมาใช้ชีวิตทางโลกมากกว่าที่ผ่านมา อาจจะเพราะภูมิธรรมยังน้อย เข้ายังไม่ถึง หรือปฏิบัติมาน้อย ทำให้หมู่กิเลส ตัณหา บุกมาเหมือนเมฆหมอกและห่าฝน เหมือนท้องฟ้าถูกบดบังด้วยเมฆหมอก และต้องภาวนา ค้นหาธรรม เปิดตำราแทบไม่ทัน แต่ก็ดีขึ้นกว่าที่ผ่าน ๆ มา คือแต่ก่อนหลังไปเป็นวันหรือหลายวัน แต่ช่วงนี้สามารถดึงสติมาได้เร็วขึ้นไม่เกินครึ่งวัน คือ เมื่อมีเวลาพักยกทางโลกประมาณนั้น ก็จะหันมาพิจารณาธรรม
  • ...ปัญหาที่พบอีกอย่าง คือ ในบางครั้งกิเลสตัณหาทางโลกมันแรงมาก ๆ และต่อเนื่อง ทำให้เกิดอาการสับสน คล้าย ๆ กับธรรมะเอาไม่อยู่ เช่น การต้องการจัดการงานบางอย่างให้มันมีประสิทธิภาพ แต่ก่อนจะใช้การกระโดดเข้าใส่อย่างเสือ แต่ตอนนี้ต้องพิจารณาธรรมก่อนทุกครั้งไป จนบางครั้งดูเหมือนประสิทธิภาพการทำงานจะลดลว อาการคล้ายกับตอนเราเปลี่ยนวงสวิงตอนตีกอล์ฟใหม่ ๆ ยังไง ยังงั้น เลยครับ
  • จะทำอย่างไรดีน้อเรา ?