![]()
ทำไมถึงควรบริโภคอาหารที่เลี้ยง/ปลูกในท้องถิ่นให้มากไว้
- รับรู้ได้ถึงความ "สด"
- รู้ว่ามาจากไหน ใช้ยาไม่ใช้ยา
- ได้รู้จักคนในชุมชน
- ได้ทานของตามฤดู
- ได้ลองรสชาติใหม่ๆ
- ได้ตระเวนดูว่าแถวบ้านเรามีเกษตรกรรายย่อยที่เราซื้อตรงได้หรือไม่ (ออกสำรวจก็เป็นการผจญภัยแล้ว สนุกดี)
- ช่วยโลก (ประหยัดน้ำมันค่าขนส่ง)
- ช่วยเกษตรกรรายย่อย
- เศรษฐกิจระดับชุมชนเจริญ
- ส่งเสริมสุขภาพ (less processed food)
- ได้ความทรงจำและเรื่องเราดีๆ
- ได้ออกตระเวนเที่ยวไร่สวน/ฟาร์มในท้องถิ่นมีความสุข
- สุดท้ายนี้จำไว้ว่า "Everything about food and cooking is a metaphor for sex."
ถ้าหาเกษตรกรในระยะ 100 mile ไม่ได้ก็ทำสวนเองซะเลย! สวนเล็กๆก็ยังดี ทำเองบ้านเดียวหรือชวนเพื่อนบ้านทำก็ได้ เริ่มจากไม้กระถาง หรือ ทำเป็น 3′x 12′ plot ก็ได้
[แหล่งที่มา http://100milediet.org]
ขอบคุณค่ะคุณกวิน
ลืมเขียนไปว่า 100 ไมล์ = 160.9344 กิโลเมตร
มีโอกาสต้องชนหมอมัท ไปปลูกผัก ปลูกต้นไม้บ้านพ่อครูบาสุทธินันท์
อิอิ
ตัวเอง ทำสวนครัวเองมานานแล้วค่ะ ตอนนี้ คงต้องเพิ่มพื้นที่ นอกจากประหยัดแล้ว ยังทำให้สุขภาพดี เพราะไม่มียาฆ่าแมลง
สวัสดีครับ คุณหมอมัทนา
เกษตรตามสบาย ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่มียาฆ่าแมลง
ขอบคุณมากๆเลยค่ะทุกๆท่าน
มัทอยากให้รณรงค์เรื่องนี้กันให้มาก จะได้ลดปัญหาพ่อค้าคนกลางด้วย พอมีความต้องการตลาด เกษตรกรจะได้ใช้ยาฆ่าแมลงน้อยลงด้วย
ที่นี่เค้าเริ่มด้วยการท้ากันค่ะ เริ่มจากเด็กน้อยที่โรงเรียนให้ไปบอกพ่อแม่ ให้มาแข่งกัน อย่างน้อยในครัวเรือนนึงต้องซื้อ + ทำอาหาร 100 mile diet อาทิตย์ละครั้ง แล้วมาเล่าที่โรงเรียน
ทีวีก็ออกข่าวค่ะ ท้าให้ลองทำดูแค่อาทิตย์ละครั้ง พอเห็นว่าไม่ยากก็หัดเพิ่มวัน ให้เป็นนิสัย
พวกผักผลไม้นมเนื้อสัตว์ มัทซื้อของท้องถิ่นหมดเลยค่ะ
แต่ยอมรับว่าเปลืองน้ำมันเพราะมัทซื้อน้ำปลา ซอสพริก อาหารกระป๋องไทย (เครื่องแกง) ด้วย
คนไทยที่เมืองไทยสบายกว่า ไม่มีข้ออ้าง! : )
สวัสดีครับ
ขอบคุณค่ะครูโย่ง
สบายดีมากๆค่ะ : )
สวัสดีค่ะ ที่บ้านหนูพ่อเขาปลูกพืชสวนครัวไว้กินค่ะ สดและไม่มีสารเคมี แถมอร่อยด้วยฝีมือแม่อีกต่างหากค่ะ
ดีมากเลยค่ะคุณamp : ) ชวนเพื่อนบ้านด้วยเลย!