(สังคมมนุษย์เร่งรีบเร็วขึ้นๆ แต่คุณหอยทากเดินเนิบๆ ตลอดชีวิตไม่เคยวิ่ง)

ในยุคของการแข่งขัน คนไทยบางครอบครัว วางแผนให้ลูกเรียนพิเศษตั้งแต่อยู่ในท้อง เตรียมตัวล่วงหน้าทุกระยะ ตั้งแต่ช่วงสอบเข้าโรงเรียนอนุบาล ในแต่ละช่วงชั้น ก็เรียนพิเศษกันจนสมองแฉะ ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเห็นสังคม จ่อมจมอยู่กับการเรียนแบบเอาเป็นเอาตาย โถ ทำไมถึงจะต้องสาหัสขนาดนั้น

..เห็นด้วยที่จะทุ่มเทเรียน แต่ควรจะเลือกวิธีเรียนที่เหมาะสม ให้เกิดทัศนคติต่อสังคมและสภาพแวดล้อมบ้าง ไม่ใช่..อ่านผลการสอบยังไม่จบ นึกว่าสอบไม่ได้ ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ยอมตายเพราะไม่ได้เรียนนี่แปลก..น่าเสียดายชีวิตเยาวชนคนดี จนไม่รู้จะบอกว่าอย่างไร?

การเล่าเรียนสมัยนี้ ยิ่งเรียนก็ยิ่งห่างความรู้จริง

อ้าว! ทำไมขี้ตู่อย่างนี้ละคะ!

ก็เพราะเราจะเรียนจากความรู้สำเร็จรูป เหมาโหล เสมือนจริง ก็อปปี้บ้าง

มันไม่ดีตรงละ?

ก็ดี..แต่ถ้ามีโอกาสศึกษาจากโจทย์ของจริงบ้าง จะเข้าใจลึกซึ้งขึ้น

มันเป็นอย่างไรนะ?

ทำเรื่องธรรมดา ให้เป็นเรื่องพิเศษยังไงละ

เหรอ..คะ #%*&^@oO*WQ##*&&&+++!!!

 

ในธรรมชาติมีระบบ กลไกที่น่าศึกษา

มองหา มองให้เห็น ตัวความรู้ ที่เรียกว่าKM.ธรรมชาติ

เราเดินเรียนพิเศษ กันเถอะ

เช้าๆอย่างนี้เดินสบาย อากาศสะอาดและอบอุ่น

นั่นๆเห็นไหม

ใยแมลงมุมดักน้ำค้างไว้มากมาย

เออ! แมงมุมต้องการดักแมลง หรือน้ำค้างด้วย เราก็ไม่รู้เน๊อะ

เอ้า! ถ่ายภาพ..จดบันทึก เป็นหัวข้อไว้ไปค้นคว้าต่อ..

..ในธรรมชาติก็มีระบบดักน้ำค้าง ที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก

  • ผู้เรียนจะต้องตั้งสมมุติฐาน
  • ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นโดยความสัมพันธ์ระหว่างแมลงมุมกับอะไร?
  • ปรากฎการณ์นี้เกิดประโยชน์อย่างไร?
  • มนุษย์จะจำลองความคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร?
  • นี่คือโจทย์ทำวิจัยก็ได้นะ