เรื่องเล่าดี ๆ บนโต๊ะอาหาร

สวัสดีค่ะ เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหารประจำ วันที่  14  พฤษภาคม  2551  ก็กลับมาพบกับสมาชิก KM เก้ากระโดด อีกครั้งนะค่ะ วันนี้มีเรื่องดี ๆ มากฝากอีกเช่นเคย เริ่มเลยนะค่ะ...

            สำหรับเรื่องแรกในวันนี้ เป็นเรื่องเล่าดี ๆ จากพี่หนู กับการสร้างองค์กรแห่งความสุข

                        การสร้างองค์กรแห่งความสุข หรือ ที่ทำงานแห่งความสุขให้ได้นั้น จะต้องมี 3 อย่างนี้ คือ คนทำงานมีความสุข ที่ทำงานน่าอยู่ ชุมชนสมานฉันท์

                        คนทำงานมีความสุข  ต้องให้คนเป็นบุคลากรที่สำคัญขององค์กร  เมื่อไหร่ที่องค์กรให้ความสำคัญกับคน จะได้คนที่เสียสละ และจงรักภักดีกับองค์กร

                        ที่ทำงานน่าอยู่  ต้องทำให้เกิดความสุขตา สุขใจในที่ทำงาน ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน

                        ชุมชนสมานฉันท์  ต้องมีความรักและสามัคคีเกิดขึ้นในองค์กร

                        การทำให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งความสุข คือ จะต้องสร้างบทบาทของคนในองค์กรให้เหมาะสม ต้องทำให้ผู้บริหารรับรู้เข้าใจว่าองค์กรแห่งความสุข คืออะไร และพร้อมที่จะสนับสนุน

                        ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กำหนดตัวชี้วัดความก้าวหน้าของมนุษย์ เรียกว่าความสุข  8  ประการ

1.      ความสุขทางกาย(happy body) ความสุขจากการมีสุขภาพดี แข็งแรงทั้งกาย

และใจซึ่งเกี่ยวข้องกับการู้จักใช้ชีวิตเป็นสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่

2.      น้ำใจ(happy heart) ความมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกันในองค์กรเป็นสิ่งที่สำคัญ เชื่อว่าเราต้องรู้จักการแบ่งปันและต้องรู้สึกว่าเมื่อคิดถึงคนอื่นก็มีความสุขใจเกิดขึ้น

3.      ทางสายกลาง (happy relax) ต้องรู้จักการผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการใช้ชีวิตต้องนำทางสายกลางมาใช้ ต้องรู้จักปล่อยวางบ้าง เพราะจริงจังแต่ไม่ไหวต้องมีคำว่า  หยุดเพื่อจะมีสติแล้วคิดเดินต่อไป

4.  พัฒนาสมอง (happy brain) ความสุขจากการได้เรียนรู้ พัฒนาสมองตัวเอง
      จากแหล่งต่าง ๆ นำไปสู่ความเป็นมืออาชีพและความก้าวหน้าในการทำงาน

5.  ศาสนาและศีลธรรม (happy soul) ความศรัทธาศาสนาและศีลธรรมในการ
                  ดำเนินชีวิต ความสุขของคนทำงานเกิดได้จากธรรมะ จริยธรรม ความซื่อสัตย์
                  เป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ทุกคนที่องค์กรต้องสร้าง

                         6.  ปลอดหนี้ (happy money) มีเงินรู้จักเก็บรู้จักใช้ ไม่เป็นหนี้  ความสุข อยู่ที่
                         รู้จักพอ

 7. สร้างความสุขจากการมีครอบครัวที่ดี (happy family) ครอบครัวที่เข้มแข็ง
                  ย่อมเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง

                         8. ความสุขที่เกิดจากสังคม (happy society) สังคมดีจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีความรัก
                             ความสามัคคี เอื้อเฟื้อต่อคนในชุมชน คนทำงาน ที่พักอาศัย

            ความสุขทั้ง 8 สร้างได้ เพื่อให้เกิดความสุขที่ใหญ่ที่สุด คือ การสร้างความสุขในที่ทำงาน (Happy Workplace) เมื่อมีความสุขในที่ทำงานแล้วก็จะทำให้มีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น มีความสุขในการพัฒนาคุณภาพชีวิต นำไปเผยแพร่ต่อครอบครัว ชุมชน และแรงงานที่มีคุณค่าของประเทศต่อไป

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่สอง จากอาจารย์หน่อง

            อาจารย์หน่องได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่มูลนิธิฉือจี้ ประเทศไตหวัน โดยอาจารย์เล่าให้ฟังถึงการทำงานของมูลนิธิฉือจี้ว่า  ผู้ที่เข้ามาทำงานส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่มีจิตอาสา   และไม่หวังผลตอบแทน คำว่า  ฉือจี้ หมายถึง ความเมตตา สงเคราะห์  มูลนิธิฉือจี้มีภารกิจหลักและกระบวนการที่ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมของชาวฉือจี้ 4  ด้าน ทั้งการให้การสงเคราะห์ การรักษาพยาบาล  การศึกษา และวัฒนธรรม / คุณธรรมจริยธรรม

            หลักการทำงานของชาวฉือจี้ เป็นหลักธรรมของพุทธมหายานที่เน้นเรื่องพระโพธิสัตว์ ทุกคนเป็นพระโพธิสัตว์ได้ ตามคำสอนของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน

            ภารกิจต่าง ๆ ทำงานโดยอาสาสมัคร ที่มีจุดเด่นเพราะอุทิศตัวทำงานด้วย ศรัทธา ต่อท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน คำสอน หลักการทำงานขององค์กรฉือจี้ ทำเพื่อพุทธศาสนา และเพื่อมวลมนุษยชาติ หรือสรรพสัตว์ เน้นการเป็นผู้ให้ มากกว่าผู้รับ (ให้ความช่วยเหลือ ให้อภัย) มีฝ่ามือที่คว่ำ มากกว่าฝ่ามือที่หงาย

            การทำงานของอาสาสมัครจะเริ่มตั้งแต่เวลาตีสามของทุกวันและเสร็จสิ้นในเวลาประมาณสามทุ่ม  องค์กรนี้มีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในระบบการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยใช้ความรัก ความจริงใจ เน้นการปฏิบัติจริง ธรรมะอยู่ที่การลงมือปฏิบัติ
            ในส่วนของการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด ท่านธรรมาจารย์สอนโดยการกระทำที่เริ่มต้นด้วยตนเองทุกวันในการกินการอยู่ ทั้งยังจัดการกับการแยกขยะเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป เป็นการสร้างจิตสำนึกต่อส่วนรวมและต่อโลกที่ยิ่งใหญ่จากพื้นฐานของเรื่องเล็ก ๆ ซึ่งมูลนิธิฉือจี้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และมีการจัดการความรู้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

            นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลที่ฮวาเหลียนที่มีมีการบูรณาการและความเป็นองค์รวมในเรื่องของความรู้ทางการแพทย์ ศาสนา วัฒนธรรม มนุษยธรรม คุณธรรม และจริยธรรมอย่างแท้จริงในการจัดการศึกษาและการรักษาพยาบาล

            พระธรรมาจารย์ซึ่งเป็นผู้หญิงที่สามารถปฏิบัติธรรม ลงมือปฏิบัติจริงโดยให้การช่วยเหลือและอบรมสั่งสอนศิษย์ ให้เป็นผู้ให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใหญ่สุด โดยเฉพาะการให้อภัย ให้ความช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก หรือเจ็บป่วย ขาดโอกาสการศึกษา ให้เป็นผู้ที่พ้นทุกข์และมีปัญญา มีการทำงานเป็นระบบ ครบวงจรจนเกิดเครือข่ายกระจายทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่สาม จากพี่ใหญ่

            ในสัปดาห์ความปลอดภัย ได้มีการมอบรางวัลให้กับโรงพยาบาลกรุงเทพ จันทบุรี  ซึ่งได้รับรางวัลติดต่อกัน 5 ปี ซ้อน ซึ่งหน่วยงานที่จะได้รับรางวัลนี้จะต้องมีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุคลากรที่ชัดเจน  ข้อจำกัดของการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  คือ จะต้องเป็นองค์กรที่ส่งเงินสงเคราะห์ประกันสังคม ถึงแม้ว่าศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ ของเราจะไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้ แต่ก็สามารถเป็นองค์กรที่บุคลากรมีความปลอดภัยได้เช่นกันจ้า  ฝากผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยนะค่ะ

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่สี่ จากหาญ

            หลังจากที่คุณหาญได้ไปดูงานเกี่ยวกับการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการทำงาน  ทำให้คุณหาญเกิด ปิ๊ง! ไอเดียใหม่ ๆ ทำให้ตอนนี้คุณหาญได้ทำนวัตกรรมที่ประสิทธิภาพสูงและเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาใช้ในการทำงาน นั่นก็คือ การทำซองใส่เวชภัณฑ์  ซึ่งผลที่ได้คือ ทำให้บุคลากรสามารถทำงานได้เร็วขึ้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อยอกให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อน ๆ คนไหนสนใจสามารถไปขอชมได้นะจ๊ะที่หน่วยงาน Supply ชั้น B งานนี้ คนคิดสุขใจ  คนทำ Happy ไปตาม ๆ กัน ดิฉันขอซูฮกคุณหาญ.....

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่ห้า จากจิ (จี้จี้)

            จี้จี้ ได้อ่านหนังสือเรื่องอัจฉริยะสร้างได้ ของหนูดี  วนิสา เรส มีอยู่ตอนหนึ่งที่หนูดีบอกว่าช่วงที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศใหม่ ๆ รู้สึกเหงาและคิดถึงบ้านมาก วันหนึ่งได้ไปเจอพระอาจารย์รูปหนึ่ง ได้ให้ข้อคิดว่า
จริง ๆ แล้ว บ้านนั้นอยู่ในใจของเรา  นั่นหมายความว่าอะไรก็ตามขึ้นอยู่กับใจของเรา คิดหรือเริ่มทำอะไรก็ตามขอให้เริ่มจากใจของเราก่อน  อย่าลืมนะค่ะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็ คือ ใจของเรานั่นเอง

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่หก จาก เตี้ย

            เตี้ย ได้เล่าถึงความประทับใจของพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถของคนไทยทุกคนว่า ท่านเป็นผู้ที่มีความเสียสละอย่างยิ่งใหญ่  ในการเสด็จเยือนภาคใต้เป็นการส่วนพระองค์ ถึงแม้ว่าจะเป็นที่เสี่ยงภัยก็ตาม แต่ท่านก็มิเคยละทิ้งราษฎร ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่เจ็ด จากพี่ตา (ตาดำ)

            พี่ตาดำได้ไปเข้าร่วมอบรม TQA มาและได้เล่าว่า บทที่ 4 ซึ่งเป็นเรื่อง KM เป็นเรื่องที่ผู้บริหารเริ่มมาสู่ผู้ปฏิบัติ และข้อมูลของโรงพยาบาล  ดังนั้นทำให้พบจุดอ่อนว่า ศูนย์การแพทย์ฯ นั้นยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลบนฐานข้อมูลจริง  ฝากผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการต่อไปให้สำเร็จด้วยนะค่ะ

 

เรื่องเล่าดี ๆ เรื่องที่แปด (เรื่องสุดท้าย) จากพี่แก้ม

            พี่แก้มได้ไปร่วมฟังและเสนอผลงานเกี่ยวกับ CQI ที่สภาอุตสาหกรรมจัดขึ้น ซึ่งในการนี้หน่วยงาน ICU Med  (กลุ่ม Young Blood) ก็ได้เป็นตัวแทนของโรงพยาบาลในการนำเสนอผลงานในครั้งนี้ และก็ได้รับคำชมเชยจากท่านคณะกรรมการในครั้งนี้ไม่น้อยด้วย  พี่แก้มเสนอว่าในส่วนของศูนย์การแพทย์ฯ ได้ทำหลายเรื่อง แต่ยังขาดการติดตามและประเมินผล แต่ภาคอุตสาหกรรมที่ไปร่วมนำเสนอผลงานนั้นจะมีความชัดเจนในเรื่องของเนื้อหา ขั้นตอนการปฏิบัติ และการติดตามผล รวมถึงเทคนิคการนำเสนอที่ดีและแตกต่างจากหน่วยงานอื่น ๆ   ซึ่งศูนย์การแพทย์ฯ เองก็จะปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปจ้า

 

            ขอขอบคุณทุก ๆ เรื่องเล่าที่แสนจะเป็นประโยชน์ในครั้งนี้ ใครมีข้อเสนอแนะดี ๆ เพิ่มเติมฝากเข้ามา Share and Learn ได้ที่นี่นะค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่กับเรื่องเล่าบนโต๊ะอาหารในครั้งต่อไป

 

เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร By Kathy