มีแต่กุศลและอกุศลธรรมเท่านั้นที่ตามติดตัวไปเมื่อร่างกายนี้แตกสลายแล้ว

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เคยได้ยิน บอกว่าทำอย่างนี้ มีหัวข้อกำหนด ให้ตอบ

คิด คิด คิด กว่าจะเขียน ยาก

กังวล รู้ว่าเป็นธรรมดาในความคิด ถูกสั่งการเมื่อไร ใจไม่เปิด สมองไม่ทำ

กลัว กลัวผิด กลัวสูญเสีย

ต่างจากการเรียนรู้ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อเย็น... ว่ายน้ำยังไม่เป็น หยุดฝึกไปนาน กล้าท้าทาย  ตีขาว่ายไปน้ำลึก น่าจะได้สิ

จมหน้าในน้ำปล่อยลมหายใจออก  ขาตีน้ำเบา ๆ กลัว กลัวไปไม่ถึง หมดแรง แค่นิดเดียว กลัว เงยหน้าตัวจมลง ขณะนั้นจับไม่ทัน รู้แต่....เหนื่อย กว่าจะว่ายถึงฝั่ง

บันทึกนี้ระลึกย้อนหลังจากเรียนที่นี่ http://gotoknow.org/blog/kapoom/180665 

 


 บทมรณสติสำหรับเราทุกคน

หนึ่ง    ความตายเป็นสิ่งแน่นอน

สอง    ความตายนั้นไม่แน่นอนว่าจะมาเมื่อไร

สาม    ความตายเวลาจะมาไม่เคยส่งสัญญาณเตือนมาก่อน

สี่        เวลาที่เราคิดว่าความตายจะมาได้ มันก็มาแล้ว

ห้า      มีปัจจัยมากมายเหลือเกินที่ทำให้ร่างกายแตกสลายได้

หก      แม้ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ก็ทำให้ร่างกายนี้แตกสลายได้

เจ็ด     ร่างกายนี้อ่อนแอ พร้อมเสมอที่จะแตกสลาย

แปด    ทุกขณะที่ผ่านไป ความตายก็ถอยร่นเข้ามา

เก้า     ชีวิตนี้สั้นนัก เหมือนน้ำน้อยในบ่อโคลน

สิบ      มีแต่กุศลและอกุศลธรรมเท่านั้นที่ตามติดตัวไปเมื่อร่างกายนี้แตกสลายแล้ว

 

คัดลอกจากหนังสือ อยู่เป็น เจ็บเป็น ตายเป็น ของคุณสุภาพร  พงศ์พฤกษ์

 

สวัสดีครัีบคุณปุ๋มลุ๋ม

    สบายดีนะครัีบ ขออนุญาตมาต่อเพิ่มนอกตำราครับ

11. เกิดแก่เจ็บตาย ทุกลมหายใจ

12. เริ่มหายใจเข้าเกิดลมเข้าปอด จนปอดโตเต็มที่ในวัยโต

13. ภาวะการใช้ลมดีหรือออกซิเจนเริ่มเสื่อมลงเพราะเลือดนำไปใช้อยู่ในภาวะเจ็บ

14.แล้วแลกเปลี่ยนเอาลมหายใจออกมาในภาวะตาย ปอดแฟ่บลงมีขนาดเท่าตอนก่อนหายใจเข้าในรอบต้น

15. นี่คือหนึ่งรอบของการเกิดแก่เจ็บตาย อยู่กับเราทุกๆ รอบของลมหายใจ ทุกๆลมหายใจ จึงเกิดแก่เจ็บตาย เราเรียกความตายนี้ว่า ความตายสัมพัทธ์ คือยังไม่ตายจริง

16.หากวงรอบของลมหายใจนี้ไม่ทำงานครบรอบและต่อเนื่องนั่นคือภาวะสู่ความตายสัมบูรณ์

    อิิอิ แลกเปลี่ยนเล่นๆ คิดเพลินๆ นะครัีบ ชีวิตนี้มันแค่ หลับเดียวอิ่มเดียว และลมหายใจรอบเดียว แค่นั้นครัีบ.....อิอิ


 "ระลึกรู้ ความตาย ง่ายแค่หยุด"